ไม่เป็นตะคริว ก็ขาดแมกนีเซียมได้! เช็ก 5 อาการเตือน ที่คนมองข้าม!



พูดถึง “แมกนีเซียมต่ำ” หลายคนนึกถึงตะคริวก่อนเลยครับ
กลางคืนขากระตุก
น่องเกร็ง
เท้าจิก

แล้วก็เริ่มถามว่า “ต้องซื้อแมกนีเซียมมากินไหม?”
แต่ความจริงคือ คนที่แมกนีเซียมต่ำไม่จำเป็นต้องเป็นตะคริวทุกคน และอาการหลายอย่างก็ไม่ได้เริ่มจากกล้ามเนื้อเกร็งด้วยซ้ำ
แมกนีเซียมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของเส้นประสาท กล้ามเนื้อ จังหวะหัวใจ การสร้างพลังงาน และสมดุลแร่ธาตุหลายตัวในร่างกาย พอมันต่ำลง อาการจึงออกได้หลายหน้าเหมือนคนใส่หน้ากากครับ

ที่ยุ่งกว่านั้นคือ อาการเหล่านี้ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับการขาดแมกนีเซียม เพราะนอนน้อย โลหิตจาง ไทรอยด์ ยาบางชนิด หรือแร่ธาตุตัวอื่นผิดปกติก็ทำให้คล้ายกันได้

เพราะฉะนั้นวันนี้ผมไม่ได้จะให้ทุกคนอ่านจบแล้วรีบซื้อแมกนีเซียมครับ
ผมอยากให้รู้ว่า ถ้าไม่มีตะคริว ก็ยังมี 5 อาการที่ควรนึกถึงเรื่องนี้ได้เหมือนกัน
แล้วตอนนี้ใครมีอาการข้อไหนอยู่ ลองนับไว้ในใจก่อนครับ

1. เพลียง่าย อ่อนแรง ทั้งที่พักแล้วก็ยังรู้สึกไม่ค่อยมีแรง
อาการนี้ถูกมองข้ามมาก เพราะฟังดูธรรมดาสุด ๆ
เมื่อคืนก็นอน
วันนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรหนัก
แต่รู้สึกเหมือนแบตเหลือ 40% ตั้งแต่เช้า
แมกนีเซียมมีบทบาทในกระบวนการสร้างและใช้พลังงานของเซลล์ รวมถึงการทำงานของกล้ามเนื้อ พอระดับต่ำลงจึงมีอาการอ่อนแรงหรือเหนื่อยง่ายได้ครับ
แต่ตรงนี้ต้องระวังมาก
คำว่า “เพลีย” ไม่ได้แปลว่า “ขาดแมกนีเซียม” ทันที
ถ้าเพลียต่อเนื่อง ผมอยากให้มองเรื่องอื่นด้วย เช่น โลหิตจาง ไทรอยด์ น้ำตาล การนอน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือโรคเรื้อรังบางอย่าง
แมกนีเซียมเป็นหนึ่งในตัวที่ควรคิดถึง โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยเสี่ยงร่วมครับ

2. หนังตากระตุก มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก หรือรู้สึกว่ากล้าม “ไม่นิ่ง”
อันนี้ใกล้กับเรื่องตะคริว แต่ไม่เหมือนกันครับ
ไม่ต้องถึงขั้นน่องแข็งเป็นก้อน
บางคนเริ่มจากหนังตากระตุกบ่อย
กล้ามเนื้อตรงแขนหรือขาสั่นกระตุก
มือสั่นเล็ก ๆ
หรือรู้สึกว่ากล้ามเนื้อไวผิดปกติ
เพราะแมกนีเซียมมีส่วนช่วยควบคุมการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ
พอระดับต่ำ ระบบประสาทและกล้ามเนื้ออาจ “ไว” ขึ้น จึงเกิดอาการ twitching, tremor หรือ spasm ได้

แต่นี่ก็เป็นอาการที่เกิดจากกาแฟเยอะ ความเครียด นอนน้อย หรือความผิดปกติของแคลเซียมและโพแทสเซียมได้เหมือนกันครับ
ถ้าช่วงนี้หนังตากระตุกแทบทุกวัน อย่าเพิ่งโทษแมกนีเซียมคนเดียว ลองถามตัวเองด้วยว่าเมื่อคืนได้นอนกี่ชั่วโมง แล้ววันนี้กาแฟไปกี่แก้วแล้วครับ

3. ชา ๆ ซ่า ๆ ปลายมือปลายเท้า เหมือนเข็มจิ้ม
อันนี้คนไม่ค่อยเอาไปเชื่อมกับแมกนีเซียมครับ
เวลามีอาการชา หลายคนจะนึกถึงเส้นประสาทกดทับ เบาหวาน หรือขาดวิตามินบีทันที
ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นไปได้ครับ

แต่ถ้าแมกนีเซียมต่ำมากพอ การทำงานของระบบประสาทก็ผิดปกติได้ จนมีอาการชา ซ่า หรือรู้สึกเหมือนเข็มเล็ก ๆ จิ้มตามปลายมือปลายเท้า
ประเด็นคือ ถ้ามีอาการชาต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป็นสองข้าง หรือมีเบาหวานร่วมด้วย อย่าใช้แมกนีเซียมเป็นคำตอบง่าย ๆ แล้วจบ
เพราะเราต้องแยกเรื่องเส้นประสาทจากเบาหวาน วิตามิน B12 ไทรอยด์ หรือสาเหตุทางระบบประสาทอื่นด้วยครับ

4. ใจสั่น หัวใจเต้นสะดุด หรือรู้สึกจังหวะหัวใจไม่เหมือนเดิม
ข้อนี้ผมอยากให้จริงจังขึ้นมาหน่อยครับ
แมกนีเซียมมีบทบาทกับระบบไฟฟ้าของหัวใจ และสมดุลของโพแทสเซียมกับแคลเซียม
ถ้าต่ำมาก สามารถสัมพันธ์กับหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
บางคนรู้สึกเหมือนหัวใจ “วูบหนึ่งที”
บางช่วงเต้นแรง
หรือเหมือนมีจังหวะสะดุด
แต่ผมไม่อยากให้เห็นคำว่าใจสั่นแล้วซื้อแมกนีเซียมกินเองนะครับ

เพราะใจสั่นมีตั้งแต่กาแฟ ความเครียด ไทรอยด์ โลหิตจาง ไปจนถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะจริง ๆ
ถ้ามีใจสั่นร่วมกับเจ็บหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หอบมาก หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติต่อเนื่อง ควรไปตรวจครับ
ตรงนี้อย่ารอให้แมกนีเซียมหนึ่งเม็ดเป็นกรรมการตัดสิน

5. คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือกินอะไรไม่ค่อยลงแบบหาสาเหตุไม่เจอ
อันนี้เป็นอีกกลุ่มที่คนแทบไม่โยงกับแมกนีเซียมเลยครับ
ภาวะแมกนีเซียมต่ำสามารถทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเบื่ออาหารได้ โดยเฉพาะเมื่อระดับต่ำลงมากพอ
แล้วมันมีวงจรที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้
ถ้ากินได้น้อยอยู่แล้ว
มีท้องเสียเรื้อรัง
อาเจียนบ่อย
หรือดูดซึมอาหารไม่ดี
ร่างกายก็ยิ่งมีโอกาสเสียแมกนีเซียมเพิ่ม
กลายเป็นกินได้น้อย → เสียแร่ธาตุ → ยิ่งอ่อนแรงและกินได้น้อยลงอีก

ถ้าช่วงนี้มีอาการทางทางเดินอาหารต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะร่วมกับอ่อนแรง ใจสั่น หรือเป็นตะคริวบ่อย ควรประเมินมากกว่าการเดาเองครับ
แล้วใครมีโอกาสแมกนีเซียมต่ำมากกว่าคนอื่น?

ตรงนี้ผมอยากให้ดู “ความเสี่ยง” มากกว่าไล่นับอาการครับ
คนที่มีท้องเสียหรืออาเจียนเรื้อรัง โรคลำไส้ที่ทำให้ดูดซึมไม่ดี ดื่มแอลกอฮอล์หนัก หรือใช้ยาขับปัสสาวะบางชนิด มีโอกาสเสียแมกนีเซียมมากขึ้น
ยาลดกรดกลุ่ม PPI ที่ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็สัมพันธ์กับแมกนีเซียมต่ำในคนบางส่วนได้เช่นกัน
อีกกลุ่มคือคนที่น้ำตาลสูงมากจนปัสสาวะเยอะ เพราะแร่ธาตุสามารถสูญเสียทางปัสสาวะเพิ่มขึ้นได้ครับ

ใครมีปัจจัยพวกนี้อยู่ แล้วช่วงนี้อ่อนแรง กระตุก ชา หรือใจสั่นบ่อย ผมอยากให้คิดเรื่องการตรวจมากกว่าการเดา
แล้วต้องตรวจอะไร?
การตรวจพื้นฐานคือ serum magnesium หรือระดับแมกนีเซียมในเลือดครับ
แต่มีรายละเอียดนิดหนึ่งคือ แมกนีเซียมส่วนใหญ่ในร่างกายไม่ได้อยู่ในเลือด
ดังนั้นค่าเลือดเป็นเครื่องมือที่ใช้จริงและมีประโยชน์ แต่ต้องแปลผลร่วมกับอาการ ยาที่ใช้ ค่าไต โพแทสเซียม แคลเซียม และภาพรวมของแต่ละคน
ในคนที่แมกนีเซียมต่ำ แพทย์มักเช็ก โพแทสเซียมและแคลเซียม ควบคู่ด้วย เพราะสามตัวนี้มีความสัมพันธ์กันครับ

แล้วกินแมกนีเซียมเสริมเองได้ไหม?
ตรงนี้ผมอยากให้แยกเป็นสองเรื่อง
ถ้าอยากเพิ่มจากอาหาร เริ่มได้ง่ายกว่าครับ
อาหารอย่างเมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ ถั่วต่าง ๆ งา ผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารจากพืชหลายชนิดมีแมกนีเซียมอยู่
แต่ถ้าจะกินเป็นอาหารเสริม โดยเฉพาะขนาดสูง ผมอยากให้ดูสาเหตุและค่าไตก่อนครับ
เพราะคนที่ไตทำงานไม่ดี ขับแมกนีเซียมออกได้น้อยลง ถ้ากินเสริมมากเกินไปก็มีโอกาสสะสมได้
ส่วนคนทั่วไป ถ้ากินเสริมมากไป อาการแรก ๆ ที่เจอบ่อยกว่าความวิเศษคือ ท้องเสียครับ
อันนี้เจอกันก่อนพลังเหนือมนุษย์เสมอ

ถ้าพูดถึงขาดแมกนีเซียม อย่านึกถึงแค่ “ตะคริว”
อาการอาจมาในรูปของอ่อนแรง กล้ามเนื้อกระตุก ชาหรือซ่าตามปลายมือปลายเท้า ใจสั่น หรือคลื่นไส้เบื่ออาหารได้เหมือนกัน
แต่สิ่งที่ผมอยากย้ำคือ อาการเหล่านี้กว้างมาก
เราใช้มันเป็น เบาะแส ได้
แต่ใช้เป็น คำวินิจฉัย ไม่ได้ครับ

ตอนนี้ใครมีอาการแบบไหนอยู่บ้าง แล้วเคยตรวจแมกนีเซียมกันหรือยัง คอมเมนต์มาเล่าได้ครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่า เวลาพูดถึงแมกนีเซียม คนส่วนใหญ่เจอตะคริวจริง หรือกลับมีอาการอื่นนำมาก่อน
ส่วนใครเคยตรวจแล้วพบว่าแมกนีเซียมต่ำ อยากรู้เลยครับว่าตอนนั้นมีอาการอะไร และแพทย์หาสาเหตุเจอจากเรื่องไหน เผื่อประสบการณ์ของเราจะช่วยให้คนอื่นสังเกตตัวเองได้เร็วขึ้น

Cr. FBหมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่