JJNY : ศาลฎีกาฯ รับคำร้องเอาผิดกกต.│สส.ปชน.ข้องใจสตช.│รักชนกผิดหวังเชิญไชยชนก-คู่สัญญาแต่ไร้เงา│ซิฟิลิสเพิ่มสูงในญี่ปุ่น

ศาลฎีกาฯ รับคำร้องเอาผิด กกต. ปมรับรองผู้สมัครสว.ผิดกลุ่มอาชีพ ‘2สว.’ลุ้นระทึก
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10393520
.

.
สว.สำรอง เผย ศาลฎีกาฯ รับคดีร้อง กกต. ปมรับรองผู้สมัคร สว.ผิดกลุ่มอาชีพ 2 สว.อำนาจเจริญ ลุ้นระทึก ‘อัครวัฒน์’ แจ้งความดำเนินคดีกับผอ.กกต.อำนาจเจริญแล้ว กรณีปกปิดข้อมูล
.
เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2569 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณา คดีเลขดำที่ ลต.สว. 10/2569 กรณีตนยื่นร้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชุดที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการการเลือกสว. ปี 2567 เพื่อให้ศาลพิจารณาว่า กระบวนการดังกล่าวทำให้การได้มาซึ่ง สว. เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่
.
ประเด็นที่ร้องเรียนเกี่ยวข้องกับการลงสมัคร สว.ผิดกลุ่มอาชีพ ของผู้สมัครจากจ.อำนาจเจริญ 2 คน ได้แก่ นางแดง กองมา สว. และนายสมพาน พละศักดิ์ สว. ซึ่งระบุอาชีพค้าขายหมูสดและขายก๋วยเตี๋ยว โดยตามที่ผู้ร้องระบุอาชีพดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่ม 19 ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้เป็น สว. ในกลุ่ม 10 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น
.
นายอัครวัฒน์กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของกระบวนการและสัดส่วนตัวแทนประชาชนที่อาจเกิดความผิดเพี้ยนไปทั้งระบบ รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า การได้คะแนนและผลการเลือก สว. เป็นไปอย่างผิดธรรมชาติจากโพยหรือใบสั่งหรือไม่
.
ตนขอขอบคุณศาลฎีกาฯ ที่มีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณา โดยมองว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบกรณี กกต. รับรองผู้สมัคร สว.ที่ถูกร้องว่าลงสมัครผิดกลุ่มอาชีพ และขอให้ศาลไต่สวนเพื่อค้นหาความจริง เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวอาจกระทบต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและระบบการเลือก สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศ
.
สำหรับข้อเรียกร้องหลักของกรณีนี้ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ต้องการคืนความยุติธรรมให้กับระบบการเลือก สว. โดยขอให้มีการเพิกถอนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่รับรองผู้สมัคร สว.ที่ถูกร้องว่าผิดกลุ่มอาชีพ รวมถึงขอให้ สว.ทั้ง 2 คน พ้นจากตำแหน่งทันที เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ที่ฝ่าฝืน และดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 74 กรณีที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิแต่ยังสมัคร
.
นายอัครวัฒน์กล่าวอีกว่า ตนได้แจ้งความเพื่อให้มีการดำเนินคดีกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญ กรณีที่อาจมีพฤติกรรมปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับคำวินิจฉัยและคุณสมบัติของผู้สมัครในกลุ่ม 10 เพื่อให้ศาลตรวจสอบว่ามีเจตนาพิเศษหรือไม่ โดยแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม และได้ส่งคำร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวประกอบไว้ในคำร้องต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
.

.
สภาเริ่มถกงบ 70 วันที่ 4 สส.ปชน.ข้องใจ สตช.จัดซื้อชุดเก็บกู้ระเบิด ตั้งราคาส่วนต่าง 15 เท่า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5883039
.
ถกงบ 70 วันที่ 4 “สส.ปชน.” ข้องใจ สตช.ขอจัดซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 50 ชุด วงเงิน 30 ล้าน เทียบราคาสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 40,000 -140,000 บาท แต่สตช.ตั้งราคาส่วนต่าง15 เท่า เสนอใช้หุ่นยนต์-ใช้อุปกรณ์ร่วมทหาร
.
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์​ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 4 เข้าสู่มาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี
.
น.ท.กิตติพงษ์ ​ปิยะวรรณโณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายปรับลดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นแล้ว หลายรายการที่มีคำของบประมาณราคาต่อหน่วยที่ถูกกว่าหน่วยงาน อื่นๆ แต่มีบางรายการที่เห็นว่ามีราคาสูงผิดปกติและจำเป็นต้องได้รับคำอธิบาย คือชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด สตช.ได้จัดหาชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิดจำนวน 50 ชุด ราคาชุดละ 6 แสนบาท รวมวงเงิน 30 ล้านบาท ถามว่าชุดละ 6 แสนบาทนี้เรากำลังซื้ออะไร เพราะตามทีอาร์อาร์ชุดประกอบด้วยอุปกรณ์ประมาณ 40 รายการ เมื่อดูรายละเอียดอุปกรณ์จำนวนมากไม่ได้เป็นเทคโนโลยี ที่ซับซ้อน มีตั้งแต่เชือก ตะขอ หมุดตอก ครีมล็อก ลิ้มยาง มีดพับ รอก และอุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ
.
น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า อุปกรณ์เหล่านี้ต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเหมาะสมกับภารกิจ เพราะงานเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง แต่สิ่งที่ต้องย้ำคือความพิเศษของภารกิจ EOD ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชือก หรือตะขอราคาแพง แต่อยู่ที่ความรู้ประสบการณ์และขั้นตอนการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพราะฉะนั้นความเสี่ยงของภารกิจจึงไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้เราเลิกตั้งคำถามกับกระบวนการจัดซื้อและการตั้งราคาของ
.
น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจสอบชุดอุปกรณ์ในลักษณะเดียวกันที่ผู้ผลิตต่างประเทศเปิดเผยราคาต่อสาธารณะ ผู้ผลิตจากประเทศสหรัฐฯรายหนึ่ง ราคาประมาณ 3,600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 บาท ผู้ผลิตจากสหรัฐฯ อีกรายหนึ่งราคาประมาณ 4,250 ดอลลาร์ หรือ 140,000 บาท ขณะที่ผู้ผลิตจากประเทศจีนราคาอยู่ที่ชุดละ 1,200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 40,000 บาทต่อชุด ซึ่งตนเข้าใจดีว่าราคาที่ปรากฏตามหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิต ไม่ใช่ราคาสุดท้ายที่ทางหน่วยงานภาครัฐจะจัดซื้อ เพราะยังมีค่าขนส่งค่าภาษีค่ารับประกันค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และสเปคของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจจะไม่เหมือนกับทีโออาร์ของสตช. แต่เมื่อเปรียบเทียบราคาที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 40,000 -140,000 บาท ในขณะที่ สตช.ตั้งราคาไว้ชุดละ 6 แสนบาท
.
จึงเกิดคำถามว่าส่วนต่างอีกหลายแสนบาทต่อชุดเกิดจากอะไร เพราะถามเปรียบเทียบราคา 140,000 บาทที่สตช.ตั้งไว้ก็จะสูงกว่า 4 เท่า หากเทียบกับราคาชุดละ 40,000 บาทส่วนต่างมากถึง 15 เท่า ที่ไม่ใช่ส่วนต่าง 10 หรือ 20% ที่อธิบายได้ด้วยค่าขนส่งหรือค่าดำเนินการ ดังนั้นสตช.ต้องแจกแจงให้สภาฯเห็นว่าเงิน 600,000 บาทต่อชุดจ่ายไปกับอะไรบ้าง และมีคุณลักษณะเฉพาะส่วนใดที่ทำให้ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดหลายเท่าตัว” น.ท.กิตติพงษ์ กล่าว
.
น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า อีกทางเลือกคือเราไม่จำเป็นต้องซื้อชุดสำเร็จจากต่างประเทศ เพราะอุปกรณ์จำนวนมากสามารถจัดหาเป็นรายชิ้นภายในประเทศได้เช่น เชือกเคฟลาร์ ขนาด 5.5 มิลลิเมตร ความยาว 120 เมตร ตามสเปกที่ สตช.ได้เสนอ ราคาอยู่ที่ประมาณชุดละ 14,400 -21,600 บาท เชือกพร้อมล๊อค อยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทถึง 20,000 บาท อุปกรณ์อีกหลายรายการเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ เป็นชุดพร้อมกระเป๋าภายราคาจะอยู่ที่ประมาณ10,000 ถึง 60,000 บาทต่อชุด และไม่ว่าจะเลือกการนำเข้าชุดสำเร็จจากต่างประเทศหรือการกำหนดมาตรฐานประกอบเป็นชุดภายในประเทศราคาก็แตกต่างจากชุดละ 600,000 บาทอยู่หลายเท่า
.
น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เสนอให้ตำรวจเลิกซื้อ หรือเลือกซื้อของที่ถูกที่สุด เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับการลดต้นทุน แต่เสนอว่าของที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพต้องเป็นของที่สามารถจัดซื้อในราคาที่อธิบายได้ และเรื่องที่ตนคิดว่าสำคัญกว่าอุปกรณ์คือเรากำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่มากพอหรือยัง เพราะในงานเก็บกู้ระเบิดสิ่งที่มีค่ามากที่สุดไม่ใช่อุปกรณ์ในกระเป๋า แต่คือชีวิตของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเป้าหมายควรเป็นการลดเวลาที่มนุษย์เข้าไปอยู่ใกล้วัตถุระเบิดให้เหลือน้อยที่สุดภารกิจใดที่หุ่นยนต์เข้าไปเสียงแทนคนได้ก็ให้หุ่นยนต์เข้าไปก่อน และขอเสนอให้ใช้อุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเกิดและหุ่นยนต์EODร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร
.

.
‘รักชนก’ ผิดหวังเชิญไชยชนก-คู่สัญญา แจง TH-AI Passport แต่ไร้เงา
https://www.dailynews.co.th/news/6177697/
.
‘รักชนก’ ผิดหวังเชิญไชยชนก-คู่สัญญา แจง TH-AI Passport แต่ไร้เงา ตั้งคำถามรัฐคุมความคิดประชาชน ทำหวั่นไม่กล้าลงทะเบียน ฟาด ‘สิริพงศ์’ ปม AI ตอบ สว.สีน้ำเงิน ชี้แค่คอนเทนต์ขำๆ แต่กลับทำเป็นเรื่องใหญ่ ลั่นประชาชนไม่ได้โง่
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุม กมธ.เพื่อติดตามความคืบหน้าการบริหารงบประมาณกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โครงการ TH-AI Passport ว่า วันนี้ได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี, คณะร่าง TOR, คณะพิจารณาผลการให้คะแนน, บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นคู่สัญญาในโครงการนี้ แต่เข้าใจว่า ไม่มีใครมาเลย มาแค่คณะร่าง TOR ซึ่งตอนนี้นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ได้เลื่อนขั้นไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะ กมธ. ได้แจ้งกำหนดการเชิญเข้าร่วมประชุมผ่านหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และผ่านสื่อมวลชน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนติดตาม และปัจจุบันมีประชาชนเข้าไปลงทะเบียน และใช้โครงการแล้ว กมธ. จึงอยากติดตามความคืบหน้า ซึ่งเข้าใจว่า บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด เองสามารถไปร่วมคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) ซึ่งมีประธาน กมธ. เป็น สส.พรรคภูมิใจไทย และสามารถไปออกรายการตามสื่อต่างๆ ได้ แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่สามารถมาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการฯ ติดตามงบได้
.
ส่วนสาเหตุที่นายไชยชนก และปลัดกระทรวงดีอี ไม่สามารถมาชี้แจง กมธ. ในวันนี้ได้นั้น เข้าใจว่า ได้มีการทำหนังสือด่วนมาแจ้งว่า ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ซึ่งนายไชยชนก ได้มอบปลัดดีอี และปลัดดีอี ได้มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ แทน
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า เข้าใจว่า ยอดลงทะเบียนโครงการล่าสุดที่ตั้งเป้าไว้ที่ 5 ล้านคน ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1.48 ล้านคนเท่านั้น ส่วนยอด Active User ก็เป็นที่ถกเถียงกัน เพราะไม่มีการเปิดยอดให้ดูเป็นแบบเรียลไทม์ หรือเป็นรายวัน ซึ่งถ้าถามว่าโครงการนี้แป้กหรือไม่แป้ก คิดว่าประชาชนคงเห็นในความกังวลว่า หากลงทะเบียนไปแล้ว หรือใช้งานไปแล้ว ข้อมูลจะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ หรือข้อมูลจะรั่วไหล จึงทำให้หลายๆ คน ไม่ได้ไว้วางใจในการใช้ และตัว Ai เอง ก็ไม่ได้ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา หลายๆเรื่องที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง Ai กลับสงวนความคิดเห็น ซึ่งความจริงหากใช้ Ai ตัว Pro หรือฟรีแบบทั่วๆ ไป ก็สามารถที่จะตอบคำถามได้ เช่น การถามเรื่องมาตรา 112, องคมนตรี, รัฐประหาร หรือเรื่องระบอบการเมืองการปกครอง หรือให้ Ai สร้างภาพเกี่ยวกับข่าวที่เป็นข้อเท็จจริงก็ไม่สามารถทำได้ จึงตั้งคำถามว่า จริงๆ แล้ว โครงการนี้เป็นเหมือน Single Gateway หรือไม่ ที่รัฐบาลต้องการควบคุมพฤติกรรม หรือควบคุมความคิดของคนเพื่อให้เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งหรือไม่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่