สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
กระจอกเอง ก็ต้องโดนลูกน้องข่ม เรื่องธรรมดาครับ
คุณทำได้อย่างเดียว คือพัฒนาตัวเองให้เก่งพอๆกับเขา ทำงานแทนเขาได้ทุกอย่าง เขาจะได้รู้ว่า ถ้ายังปากหมาอยู่ จะไม่มีงานทำ
เปืดอกคุยกับแม่ตอนที่คุณยังกระจอกนี่ ก็เปิดได้นะ แต่ให้นึกตาม ว่างานที่มีอยู่นี้ แม่คุณยังทำไหวป่าว แม่คุณแก่ขึ้นทุกวัน เพราะคุณเองคงทำได้ไม่ดีเท่าลูกน้อง สุดท้ายไม่พ้นแม่คุณต้องมาทำเอง ก็พึงระวังตรงนี้ด้วย
ถ้างานมันเหนื่อยมาก แม่คุณตายคาร้านขึ้นมา จะมานึกเสียใจทีหลัง
ปัญหานี้แก้ได้ที่ต้นตอ คือ เลิกกระจอก
พวกกระจอก มันไม่พ้นการโดนดูถูกเหยียดหยามไปได้ มันเรื่องธรรมชาติ ไม่งั้นคนจะพยายามถีบตัวเองขึ้นไปให้สูงๆเพื่ออะไร
อย่างน้อยๆ ถ้าไม่ได้ขึ้นไปสูงๆเพื่อจะไปเหยียบย่ำคนอื่น ก็ขึ้นไปเพื่อไม่ให้ตัวเองไปโดนคนอื่นเหยียบหัวนั่นแหล่ะ
คุณทำได้อย่างเดียว คือพัฒนาตัวเองให้เก่งพอๆกับเขา ทำงานแทนเขาได้ทุกอย่าง เขาจะได้รู้ว่า ถ้ายังปากหมาอยู่ จะไม่มีงานทำ
เปืดอกคุยกับแม่ตอนที่คุณยังกระจอกนี่ ก็เปิดได้นะ แต่ให้นึกตาม ว่างานที่มีอยู่นี้ แม่คุณยังทำไหวป่าว แม่คุณแก่ขึ้นทุกวัน เพราะคุณเองคงทำได้ไม่ดีเท่าลูกน้อง สุดท้ายไม่พ้นแม่คุณต้องมาทำเอง ก็พึงระวังตรงนี้ด้วย
ถ้างานมันเหนื่อยมาก แม่คุณตายคาร้านขึ้นมา จะมานึกเสียใจทีหลัง
ปัญหานี้แก้ได้ที่ต้นตอ คือ เลิกกระจอก
พวกกระจอก มันไม่พ้นการโดนดูถูกเหยียดหยามไปได้ มันเรื่องธรรมชาติ ไม่งั้นคนจะพยายามถีบตัวเองขึ้นไปให้สูงๆเพื่ออะไร
อย่างน้อยๆ ถ้าไม่ได้ขึ้นไปสูงๆเพื่อจะไปเหยียบย่ำคนอื่น ก็ขึ้นไปเพื่อไม่ให้ตัวเองไปโดนคนอื่นเหยียบหัวนั่นแหล่ะ
สมาชิกหมายเลข 7460736 ถูกใจ, อยากไปดูสิงโตเสือดาว ถูกใจ, hippe ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2740896 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1650572 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1658989 ถูกใจ, SecretChapter ถูกใจ, ssiras ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 9224554 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2992959 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เป็นลูกเจ้าของร้าน แต่โดนลูกน้องขาใหญ่ตะคอกใส่ต่อหน้าลูกค้า ควรวางตัวและรับมือยังไงดีครับ
ที่บ้านผมทำธุรกิจร้านค้า ตอนนี้มีลูกน้องเหลืออยู่คนเดียว เขาเป็นคนช่วยแม่ผมเปิดร้าน-ปิดร้าน แบกของ ทำงานหนัก และเป็นคนพูดจาตลกโปกฮา คุยเก่ง โม้เก่ง อัธยาศัยดีกับคนทั้งตลาด แม่ผมเลยค่อนข้างพึ่งพาและเกรงใจเขาพอสมควร
ส่วนตัวผมหน้าที่หลักคือมาช่วยขายของและคุมเงินหน้าเคาน์เตอร์ บุคลิกผมเป็นคนเงียบๆ ขี้อาย ไม่ชอบมีเรื่อง และไม่ชอบการปะทะ แต่ช่วงหลังๆ รู้สึกเหมือนตัวเองโดนลูกน้องคนนี้ล้ำเส้นและกดทับทางอารมณ์บ่อยมาก
เหตุการณ์ล่าสุดคือ ผมกำลังใช้สมาธิคิดเงินและรวมยอดให้ลูกค้าท่านหนึ่งอยู่ ลูกน้องก็เดินมาแทรกเรื่องปลั๊กไฟของลูกค้าอีกคน พูดจาเร็วๆ จนผมเข้าใจผิดคิดว่าเคสเปลี่ยนของ เขาก็ชักสีหน้า อารมณ์เสีย แล้วขึ้นเสียงตะคอกใส่ผมต่อหน้าลูกค้าว่า "ทำไมเข้าใจยาก"
ตอนนั้นผมหน้าชา อายลูกค้ามาก แต่พยายามคุมสติ ยื่นของให้เขาแล้วบอกสั้นๆ ว่า "ไปเคลียร์เอง" แล้วหันกลับมาขอโทษลูกค้าเพื่อเริ่มคิดเงินใหม่ แต่ในใจคือตกใจ สั่น ช็อก และแพนิคมาก พอลูกค้ากลับไป ผมก็เงียบ ไม่สบตา เก็บร้านแบบซึมๆ แล้วกลับมาร้องไห้ที่บ้าน
ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ เวลาลูกค้ามาถามหาของในล็อกที่เขาเป็นคนจัด พอผมหาไม่เจอแล้วถามเขา เขาก็จะหงุดหงิดกระแทกเสียงใส่ว่า "ไม่เห็นได้ไง" ทั้งที่ลูกค้าก็ยืนรออยู่ ทำให้ผมระแวงจนไม่อยากจะถามหรือขอความช่วยเหลืออะไรจากเขาอีกเลย
ผมรู้สึกว่าเขารู้ตัวว่าร้านขาดเขาไม่ได้ และเห็นผมเป็นคนยอมคน ไม่ตอบโต้ เลยกล้าเอาอารมณ์มาลงที่ผม ลึกๆ อยากบอกแม่ แต่ก็กลัวแม่จะปัดตกหรือเมินเฉย เพราะแม่ต้องพึ่งพาเขาเรื่องเปิด-ปิดร้าน
ตอนนี้รู้สึกบั่นทอนมาก ไม่อยากไปร้าน กลัวจะเป็นซึมเศร้า วางแผนว่าจะไปเรียนสายช่างที่ชอบให้จบแล้วออกไปหางานร้านอื่นทำ เพื่อเลี่ยงปัญหา แต่ระหว่างที่ยังต้องอยู่ที่นี่:
1. ผมควรวางตัว วางอารมณ์ หรือใช้จิตวิทยาแบบไหนรับมือกับลูกน้องประเภทนี้ดีครับ โดยที่เราไม่ต้องไปขึ้นเสียงทะเลาะให้บรรยากาศร้านพัง
2. ควรเปิดอกคุยกับแม่ยังไงดี ให้แม่เข้าใจพฤติกรรมของลูกน้องคนนี้ โดยที่ไม่ดูเหมือนเราเป็นเด็กไปฟ้องเรื่องไร้สาระ
ขอบคุณทุกคำแนะนำล่วงหน้าครับ