แรงงานญี่ปุ่นขาดแคลน เปิดทางหุ่นยนต์จีนรุกตลาด
.
ชายชาวญี่ปุ่นวัย 80 ปีคนหนึ่งได้รับคำอวยพรวันเกิดจากแขกพิเศษ 2 ราย เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน ท่ามกลางญาติและเพื่อนกว่า 200 คน หุ่นยนต์ทั้งสองขึ้นเวทีเต้นประกอบเพลง ก่อนหนึ่งในนั้นจะใช้แขนกลลากกล่องของขวัญเข้าไปมอบให้เจ้าของวันเกิด ท่ามกลางสายตาและกล้องของผู้ร่วมงาน
.
สำหรับชาวญี่ปุ่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังเป็นเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ แต่หุ่นยนต์จีนบางแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ที่ลูกค้ามักเป็นฝ่ายเข้ามาติดต่อเอง
.
ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนที่กำลังดึงดูดเงินลงทุน การขยายตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญต่อมูลค่าบริษัท ข้อมูลจาก Smart Analytics Global ระบุว่าช่วงครึ่งแรกปี 2026 บริษัทจีนครอง 97% ของยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลก หรือราว 18,500 ตัว โดยญี่ปุ่นซึ่งเผชิญสังคมสูงวัย กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่บริษัทจีนมุ่งขยายธุรกิจ ทั้งคลังสินค้า ร้านอาหาร บ้านเรือน โรงงานรถยนต์ และสนามบิน
.
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน แต่การขาดแคลนแรงงานกำลังเปิดโอกาสให้ระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทมากขึ้น สำหรับบริษัทจีน การเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปขาย แต่ต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิม มีทีมท้องถิ่นดูแล และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุน
.
■ แรงงานญี่ปุ่นขาดแคลน เปิดทางหุ่นยนต์จีน
.
ในช่วงเช้ามืดของร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ไร้เงาพนักงาน มีเพียงแขนกลยื่นออกมาเติมสินค้าทันทีที่มีคนหยิบออกไป และคอยทำความสะอาดพื้นยามปลอดคน งานที่เคยต้องใช้คนหลายกะกำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ เพราะร้านค้าต้องการเปิดบริการ 24 ชั่วโมง แต่กลับหาพนักงานไม่ได้
.
วิกฤตนี้ส่อแววลากยาว โดย McKinsey บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกคาดว่าแรงงานญี่ปุ่นจะลดลงอีก 1.5 ล้านคนใน 20 ปีข้างหน้า ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters และ Nikkei Research เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 พบว่า 34% ของบริษัทญี่ปุ่นเริ่มใช้ วางแผนใช้หรือกำลังพิจารณานำหุ่นยนต์ AI มาใช้ แรงงานที่ขาดแคลนจึงสร้างความต้องการระบบอัตโนมัติ แต่การพิจารณานำมาใช้ยังไม่เท่ากับการสั่งซื้อจริง โจทย์สำคัญคือระบบต้องสามารถใช้งาน และดูแลรักษาได้จริง
.
การสำรวจยังพบว่าบริษัทญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ขนส่งมีแนวโน้มนำหุ่นยนต์มาใช้สูงสุดถึง 80% ขณะที่ 71% ของความต้องการหุ่นยนต์ในปัจจุบันมาจากภาคการผลิต
.
ญี่ปุ่นเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของโลก โดยผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมรายใหญ่ 4 แห่งของโลก มี 2 บริษัทจากญี่ปุ่น ได้แก่ FANUC และ Yaskawa ในปี 2020 หุ่นยนต์ที่ผลิตในญี่ปุ่น 78% ถูกส่งออกไปขายนอกประเทศและคิดเป็นราว 45% ของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลก ญี่ปุ่นยังมีความผูกพันกับหุ่นยนต์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ตุ๊กตากลไกในยุคเอโดะไปจนถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม จนมีนักวิชาการเรียกญี่ปุ่นว่า “Robot Nation”
.
แม้แต่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เครื่องแรกของโลกก็ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่น โดยมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) พัฒนา WABOT-1 ในปี 1973 ซึ่งสามารถเดิน หยิบจับสิ่งของ และมีระบบการมองเห็นและโต้ตอบด้วยเสียงในระดับพื้นฐาน
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อหุ่นยนต์ขยายสู่การใช้งานใหม่ ทั้งงานบริการ โลจิสติกส์อัตโนมัติ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ บริษัทญี่ปุ่นกำลังเผชิญการแข่งขันจากต่างประเทศที่รวดเร็ว เห็นได้จากในงาน Tokyo Humanoids Summit 2026 มีบริษัทเข้าร่วมหลายสิบราย โดยสื่อ Associated Press ระบุว่า “บริษัทจีนคือดาวเด่นอย่างชัดเจน”
.
ยุทธศาสตร์ AI และหุ่นยนต์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศในเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าหุ่นยนต์กำลังขยายจากภาคการผลิตไปสู่งานโลจิสติกส์ ค้าปลีก และรักษาความปลอดภัย ขณะที่ตลาดให้ความสำคัญกับราคา ความง่ายในการติดตั้ง และการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น บริษัทญี่ปุ่นจึงต้องรับมือกับการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
.
■ หุ่นยนต์จีนเจาะตลาดญี่ปุ่น
.
ญี่ปุ่นเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกๆ ที่บริษัทหุ่นยนต์จีนเลือก โดยเริ่มจากงานคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ก่อนขยายไปสู่งานบริการและระบบอัตโนมัติภายในบ้าน ความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่นยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้บริษัทจีนหลายรายใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานในการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศอื่นๆ
.
ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา หุ่นยนต์จีนเริ่มเข้าสู่การใช้งานที่ซับซ้อนขึ้นในญี่ปุ่น ทั้งการผลิต การบริการ และการใช้งานในบ้าน ส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังอยู่ในช่วงสาธิต ให้เช่า ทดลองใช้งาน และใช้ในโครงการนำร่องเป็นหลัก จึงควรประเมินความก้าวหน้าทางธุรกิจแยกตามประเภทหุ่นยนต์และรูปแบบการใช้งาน
.
ขอบเขตการใช้งานหุ่นยนต์จีนในญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงงานทำความสะอาด คลังสินค้า โลจิสติกส์ โรงงานอาหาร การผลิตรถยนต์ การทำงานในสนามบิน และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ โดยความต้องการที่ชัดเจนที่สุดยังมาจากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะงานผลิตและโลจิสติกส์ เช่น การขนย้ายและคัดแยกสินค้า
โอกาสของบริษัทจีนไม่ได้อยู่ที่การเข้ามาแทนที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เดิมของญี่ปุ่น แต่เป็นการนำหุ่นยนต์หลากหลายประเภท รวมถึงการปรับปรุงอุปกรณ์เดิม เข้าสู่ตลาดใหม่ หรือพื้นที่ที่ยังใช้ระบบอัตโนมัติไม่มากนัก
.
■ เข้าตลาดญี่ปุ่น ต้องผ่าน 3 ด่าน
.
เมื่อเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น บริษัทหุ่นยนต์จีนต้องสร้างความร่วมมือกับบริษัทการค้าเอนกประสงค์ (Shosha - ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้า บริการ เทคโนโลยี และการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ) และผู้ให้บริการระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
.
คู่มือการเจาะตลาดญี่ปุ่นของศูนย์ความร่วมมืออุตสาหกรรมยุโรป-ญี่ปุ่น ระบุไว้ว่า ระบบการจัดจำหน่ายของญี่ปุ่นสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรที่มีความซับซ้อนและพึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน สำหรับบริษัทต่างชาติ การหาตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นที่เหมาะสมมักจะเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ยากที่สุดในการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น
.
การเข้าสู่ช่องทางเหล่านี้ต้องใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนด้านเทคนิค และร่วมทดสอบระบบ บางบริษัทเสนอส่วนลด 15-20% เพื่อคว้าโอกาสในช่วงแรก ด้านบริษัทการค้าฯ ต้องมั่นใจทั้งคุณภาพสินค้า การติดตั้งใช้งาน และความรับผิดชอบด้านการบำรุงรักษาในระยะยาว
.
บริษัทการค้าฯ จะช่วยนำบริษัทเข้าสู่เครือข่ายลูกค้า ส่วนผู้ให้บริการระบบจะดูแลการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ ญี่ปุ่นจึงมีการแบ่งหน้าที่ระหว่างผู้ผลิต ฝ่ายขาย ผู้ติดตั้งระบบ และผู้ดูแลหลังการขายค่อนข้างชัดเจน ต่างจากจีนที่บริษัทหนึ่งอาจดูแลตั้งแต่สินค้า ช่องทางจำหน่าย ไปจนถึงการส่งมอบ
.
ลูกค้าญี่ปุ่นยังคุ้นเคยกับการติดต่อบริษัทในประเทศมากกว่า ขณะที่ระบบจัดซื้อของบริษัทขนาดใหญ่มีขั้นตอนและข้อกำหนดมาก บริษัทจีนหลายรายเพิ่งตั้งนิติบุคคลในญี่ปุ่น หรือบางรายยังไม่มี การเพิ่มผู้จัดหารายใหม่จึงต้องผ่านหลายขั้นตอน เมื่อเทียบกันแล้ว การซื้อผ่านบริษัทการค้าฯ ที่มีความร่วมมืออยู่แล้วทำได้ง่ายกว่า
.
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าญี่ปุ่นบางส่วนเริ่มติดต่อผู้ผลิตหุ่นยนต์โดยตรง โดยเฉพาะโรงงานท้องถิ่นที่มีพนักงานไม่ถึง 800 คน ซึ่งมักค้นหาผู้ผลิตผ่านเว็บไซต์ โฆษณาออนไลน์ และงานแสดงสินค้า เนื่องจากมีงบจำกัดและให้ความสำคัญกับผลตอบแทนระยะสั้น ราคาที่ลดลงจากการตัดคนกลางจัดจำหน่ายจึงดึงดูดความสนใจ ปัจจุบันคำสั่งซื้อจากการขายตรงคิดเป็นราว 10% ของยอดสั่งซื้อทั้งหมด
.
สัดส่วนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ราคาอาจช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าขนาดกลางและเล็กได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงช่องทางหลัก สำหรับลูกค้ารายใหญ่ การเข้าสู่ระบบจัดซื้อและการติดตั้งที่มีอยู่แล้วมักสำคัญกว่าราคาอุปกรณ์ที่ถูกกว่า
.
อีกประเด็นสำคัญคือบริการหลังการขายระยะยาว ซึ่งลูกค้าญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างมาก หุ่นยนต์ต้องได้รับการดูแลด้านเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าจึงต้องมั่นใจว่าผู้ผลิตมีทีมบริการในประเทศ เพราะหากอุปกรณ์มีปัญหาแต่ไม่สามารถเข้าซ่อมได้ทันเวลา จะกลายเป็นความเสี่ยงสูง ดังนั้น บริษัทหุ่นยนต์จีนจำนวนมากจึงเริ่มตั้งบริษัทและทีมบริการในญี่ปุ่น
.
(อ่านต่อในคอมเมนต์)
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หุ่นยนต์จีน #ตลาดญี่ปุ่น #แรงงานขาดแคลน
.
https://www.facebook.com/share/p/19Xu3n5XFr/
🤖 แรงงานญี่ปุ่นขาดแคลน เปิดทางหุ่นยนต์จีนรุกตลาด
.
ชายชาวญี่ปุ่นวัย 80 ปีคนหนึ่งได้รับคำอวยพรวันเกิดจากแขกพิเศษ 2 ราย เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน ท่ามกลางญาติและเพื่อนกว่า 200 คน หุ่นยนต์ทั้งสองขึ้นเวทีเต้นประกอบเพลง ก่อนหนึ่งในนั้นจะใช้แขนกลลากกล่องของขวัญเข้าไปมอบให้เจ้าของวันเกิด ท่ามกลางสายตาและกล้องของผู้ร่วมงาน
.
สำหรับชาวญี่ปุ่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังเป็นเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ แต่หุ่นยนต์จีนบางแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ที่ลูกค้ามักเป็นฝ่ายเข้ามาติดต่อเอง
.
ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนที่กำลังดึงดูดเงินลงทุน การขยายตลาดต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญต่อมูลค่าบริษัท ข้อมูลจาก Smart Analytics Global ระบุว่าช่วงครึ่งแรกปี 2026 บริษัทจีนครอง 97% ของยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลก หรือราว 18,500 ตัว โดยญี่ปุ่นซึ่งเผชิญสังคมสูงวัย กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่บริษัทจีนมุ่งขยายธุรกิจ ทั้งคลังสินค้า ร้านอาหาร บ้านเรือน โรงงานรถยนต์ และสนามบิน
.
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน แต่การขาดแคลนแรงงานกำลังเปิดโอกาสให้ระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทมากขึ้น สำหรับบริษัทจีน การเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปขาย แต่ต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิม มีทีมท้องถิ่นดูแล และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุน
.
■ แรงงานญี่ปุ่นขาดแคลน เปิดทางหุ่นยนต์จีน
.
ในช่วงเช้ามืดของร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น ไร้เงาพนักงาน มีเพียงแขนกลยื่นออกมาเติมสินค้าทันทีที่มีคนหยิบออกไป และคอยทำความสะอาดพื้นยามปลอดคน งานที่เคยต้องใช้คนหลายกะกำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ เพราะร้านค้าต้องการเปิดบริการ 24 ชั่วโมง แต่กลับหาพนักงานไม่ได้
.
วิกฤตนี้ส่อแววลากยาว โดย McKinsey บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกคาดว่าแรงงานญี่ปุ่นจะลดลงอีก 1.5 ล้านคนใน 20 ปีข้างหน้า ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters และ Nikkei Research เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 พบว่า 34% ของบริษัทญี่ปุ่นเริ่มใช้ วางแผนใช้หรือกำลังพิจารณานำหุ่นยนต์ AI มาใช้ แรงงานที่ขาดแคลนจึงสร้างความต้องการระบบอัตโนมัติ แต่การพิจารณานำมาใช้ยังไม่เท่ากับการสั่งซื้อจริง โจทย์สำคัญคือระบบต้องสามารถใช้งาน และดูแลรักษาได้จริง
.
การสำรวจยังพบว่าบริษัทญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ขนส่งมีแนวโน้มนำหุ่นยนต์มาใช้สูงสุดถึง 80% ขณะที่ 71% ของความต้องการหุ่นยนต์ในปัจจุบันมาจากภาคการผลิต
.
ญี่ปุ่นเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของโลก โดยผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมรายใหญ่ 4 แห่งของโลก มี 2 บริษัทจากญี่ปุ่น ได้แก่ FANUC และ Yaskawa ในปี 2020 หุ่นยนต์ที่ผลิตในญี่ปุ่น 78% ถูกส่งออกไปขายนอกประเทศและคิดเป็นราว 45% ของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลก ญี่ปุ่นยังมีความผูกพันกับหุ่นยนต์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ตุ๊กตากลไกในยุคเอโดะไปจนถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม จนมีนักวิชาการเรียกญี่ปุ่นว่า “Robot Nation”
.
แม้แต่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เครื่องแรกของโลกก็ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่น โดยมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University) พัฒนา WABOT-1 ในปี 1973 ซึ่งสามารถเดิน หยิบจับสิ่งของ และมีระบบการมองเห็นและโต้ตอบด้วยเสียงในระดับพื้นฐาน
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อหุ่นยนต์ขยายสู่การใช้งานใหม่ ทั้งงานบริการ โลจิสติกส์อัตโนมัติ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ บริษัทญี่ปุ่นกำลังเผชิญการแข่งขันจากต่างประเทศที่รวดเร็ว เห็นได้จากในงาน Tokyo Humanoids Summit 2026 มีบริษัทเข้าร่วมหลายสิบราย โดยสื่อ Associated Press ระบุว่า “บริษัทจีนคือดาวเด่นอย่างชัดเจน”
.
ยุทธศาสตร์ AI และหุ่นยนต์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศในเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่าหุ่นยนต์กำลังขยายจากภาคการผลิตไปสู่งานโลจิสติกส์ ค้าปลีก และรักษาความปลอดภัย ขณะที่ตลาดให้ความสำคัญกับราคา ความง่ายในการติดตั้ง และการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น บริษัทญี่ปุ่นจึงต้องรับมือกับการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
.
■ หุ่นยนต์จีนเจาะตลาดญี่ปุ่น
.
ญี่ปุ่นเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกๆ ที่บริษัทหุ่นยนต์จีนเลือก โดยเริ่มจากงานคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ก่อนขยายไปสู่งานบริการและระบบอัตโนมัติภายในบ้าน ความสำเร็จในตลาดญี่ปุ่นยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้บริษัทจีนหลายรายใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานในการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศอื่นๆ
.
ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา หุ่นยนต์จีนเริ่มเข้าสู่การใช้งานที่ซับซ้อนขึ้นในญี่ปุ่น ทั้งการผลิต การบริการ และการใช้งานในบ้าน ส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังอยู่ในช่วงสาธิต ให้เช่า ทดลองใช้งาน และใช้ในโครงการนำร่องเป็นหลัก จึงควรประเมินความก้าวหน้าทางธุรกิจแยกตามประเภทหุ่นยนต์และรูปแบบการใช้งาน
.
ขอบเขตการใช้งานหุ่นยนต์จีนในญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงงานทำความสะอาด คลังสินค้า โลจิสติกส์ โรงงานอาหาร การผลิตรถยนต์ การทำงานในสนามบิน และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ โดยความต้องการที่ชัดเจนที่สุดยังมาจากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะงานผลิตและโลจิสติกส์ เช่น การขนย้ายและคัดแยกสินค้า
โอกาสของบริษัทจีนไม่ได้อยู่ที่การเข้ามาแทนที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เดิมของญี่ปุ่น แต่เป็นการนำหุ่นยนต์หลากหลายประเภท รวมถึงการปรับปรุงอุปกรณ์เดิม เข้าสู่ตลาดใหม่ หรือพื้นที่ที่ยังใช้ระบบอัตโนมัติไม่มากนัก
.
■ เข้าตลาดญี่ปุ่น ต้องผ่าน 3 ด่าน
.
เมื่อเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น บริษัทหุ่นยนต์จีนต้องสร้างความร่วมมือกับบริษัทการค้าเอนกประสงค์ (Shosha - ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายสินค้า บริการ เทคโนโลยี และการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ) และผู้ให้บริการระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงลูกค้า
.
คู่มือการเจาะตลาดญี่ปุ่นของศูนย์ความร่วมมืออุตสาหกรรมยุโรป-ญี่ปุ่น ระบุไว้ว่า ระบบการจัดจำหน่ายของญี่ปุ่นสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรที่มีความซับซ้อนและพึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน สำหรับบริษัทต่างชาติ การหาตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นที่เหมาะสมมักจะเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ยากที่สุดในการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น
.
การเข้าสู่ช่องทางเหล่านี้ต้องใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนด้านเทคนิค และร่วมทดสอบระบบ บางบริษัทเสนอส่วนลด 15-20% เพื่อคว้าโอกาสในช่วงแรก ด้านบริษัทการค้าฯ ต้องมั่นใจทั้งคุณภาพสินค้า การติดตั้งใช้งาน และความรับผิดชอบด้านการบำรุงรักษาในระยะยาว
.
บริษัทการค้าฯ จะช่วยนำบริษัทเข้าสู่เครือข่ายลูกค้า ส่วนผู้ให้บริการระบบจะดูแลการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ ญี่ปุ่นจึงมีการแบ่งหน้าที่ระหว่างผู้ผลิต ฝ่ายขาย ผู้ติดตั้งระบบ และผู้ดูแลหลังการขายค่อนข้างชัดเจน ต่างจากจีนที่บริษัทหนึ่งอาจดูแลตั้งแต่สินค้า ช่องทางจำหน่าย ไปจนถึงการส่งมอบ
.
ลูกค้าญี่ปุ่นยังคุ้นเคยกับการติดต่อบริษัทในประเทศมากกว่า ขณะที่ระบบจัดซื้อของบริษัทขนาดใหญ่มีขั้นตอนและข้อกำหนดมาก บริษัทจีนหลายรายเพิ่งตั้งนิติบุคคลในญี่ปุ่น หรือบางรายยังไม่มี การเพิ่มผู้จัดหารายใหม่จึงต้องผ่านหลายขั้นตอน เมื่อเทียบกันแล้ว การซื้อผ่านบริษัทการค้าฯ ที่มีความร่วมมืออยู่แล้วทำได้ง่ายกว่า
.
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าญี่ปุ่นบางส่วนเริ่มติดต่อผู้ผลิตหุ่นยนต์โดยตรง โดยเฉพาะโรงงานท้องถิ่นที่มีพนักงานไม่ถึง 800 คน ซึ่งมักค้นหาผู้ผลิตผ่านเว็บไซต์ โฆษณาออนไลน์ และงานแสดงสินค้า เนื่องจากมีงบจำกัดและให้ความสำคัญกับผลตอบแทนระยะสั้น ราคาที่ลดลงจากการตัดคนกลางจัดจำหน่ายจึงดึงดูดความสนใจ ปัจจุบันคำสั่งซื้อจากการขายตรงคิดเป็นราว 10% ของยอดสั่งซื้อทั้งหมด
.
สัดส่วนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ราคาอาจช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าขนาดกลางและเล็กได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงช่องทางหลัก สำหรับลูกค้ารายใหญ่ การเข้าสู่ระบบจัดซื้อและการติดตั้งที่มีอยู่แล้วมักสำคัญกว่าราคาอุปกรณ์ที่ถูกกว่า
.
อีกประเด็นสำคัญคือบริการหลังการขายระยะยาว ซึ่งลูกค้าญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างมาก หุ่นยนต์ต้องได้รับการดูแลด้านเทคนิคอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าจึงต้องมั่นใจว่าผู้ผลิตมีทีมบริการในประเทศ เพราะหากอุปกรณ์มีปัญหาแต่ไม่สามารถเข้าซ่อมได้ทันเวลา จะกลายเป็นความเสี่ยงสูง ดังนั้น บริษัทหุ่นยนต์จีนจำนวนมากจึงเริ่มตั้งบริษัทและทีมบริการในญี่ปุ่น
.
(อ่านต่อในคอมเมนต์)
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หุ่นยนต์จีน #ตลาดญี่ปุ่น #แรงงานขาดแคลน
.
https://www.facebook.com/share/p/19Xu3n5XFr/