ขอระบายและขอความคิดเห็นค่ะ ถ้าเป็นทุกคนจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไง
ช่วง ม.5 หนูมีเหตุจำเป็นที่ต้องลาโรงเรียนค่อนข้างบ่อย เพราะคุณแม่ป่วยและต้องไปโรงพยาบาลด้วยกัน ทำให้ช่วงหนึ่งหนูไม่ได้ไปโรงเรียนสม่ำเสมอเหมือนเมื่อก่อน
เดิมทีหนูมีเพื่อนสนิทอยู่ในกลุ่มประมาณ 2 คนค่ะ คนแรกสนิทมาก เรียกได้ว่าไปไหนไปกัน โทรคุยกันแทบทุกวัน ส่วนอีกคนสนิทกันมากในช่วง ม.4 แต่พอขึ้น ม.5 เขาเริ่มมีท่าทีแปลก ๆ กับหนู เช่น ไม่ค่อยคุยกับหนู แต่จะคุยกับเพื่อนสนิทของหนูแทน
จริง ๆ ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องหนึ่งตอน ม.4 คือเพื่อนสนิทของเพื่อนคนแรกที่อยู่คนละห้อง เคยกล่าวหาว่าหนูไปชนเขา ทั้งที่หนูจำได้ว่าวันและเวลาที่เขาพูดถึงมันไม่ตรงกับคาบที่หนูอยู่ด้วยซ้ำ ตอนนั้นเพื่อนสนิทของหนูเลือกที่จะตีตัวออกห่างจากหนูเวลาที่อยู่กับคนกลุ่มนั้น เพราะเหมือนเขาไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนอีกฝ่าย
แต่พอขึ้น ม.5 ภายหลังมีเรื่องที่ทำให้หลายคนจับได้ว่าเพื่อนคนดังกล่าวเคยพูดไม่จริงและนินทาคนอื่น รวมถึงนินทาเพื่อนของตัวเองด้วย ทั้งเพื่อนสนิทหนูและหนูเองก็โดน พอเรื่องเป็นแบบนั้น เพื่อนสนิทของหนูและเพื่อนกลุ่มเดิมจึงเลือกที่จะห่างจากเขา
หนูคิดว่าหลังจากนั้นทุกอย่างน่าจะดีขึ้น แต่ช่วงใกล้ปิดเทอมกลับเริ่มมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นกับหนูหลายอย่างค่ะ
โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนของหนู เวลาหนูเดินไปนั่งด้วย บางคนก็ย้ายที่หนี ไม่ค่อยคุยกับหนู งานกลุ่มที่อาจารย์ให้จับสามคน พอถึงเวลาจับกลุ่มเขาก็เลือกคนอื่นแทนหนู ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราก็เคยทำงานด้วยกัน
ไม่ใช่แค่กลุ่มนี้ด้วยค่ะ เพื่อนในห้องหลายคนก็ไม่ค่อยรับหนูเข้ากลุ่ม จนสุดท้ายหนูต้องเดินคนเดียว นั่งเรียนคนเดียว กินข้าวคนเดียว และทำอะไรหลาย ๆ อย่างคนเดียว
ทั้งที่ในเรื่องงาน หนูเองก็ยังพยายามทำงานของห้องและงานกลุ่มตามปกติเท่าที่ทำได้ แต่ในทางกลับกัน เพื่อนสนิทของหนูเองกลับแทบไม่ได้ทำงานหลาย ๆ งานของห้องหรืองานกลุ่มเลย ทำให้หนูยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมสุดท้ายกลับกลายเป็นหนูที่ถูกมองว่าเป็นคนที่ “ไม่เข้ากับกลุ่ม” หรือเป็นฝ่ายที่มีปัญหา
ที่รู้สึกแย่กว่าคือ กลุ่มเพื่อนบางส่วนเริ่มไปอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในกลุ่มนั้นมีคนที่ชอบพูดแซะหนูแบบลอย ๆ เช่นประมาณว่า “เพื่อนไม่คบ” หรือ “มั่น”
ต่อมามีเพื่อนจากอีกห้องมาบอกหนูว่า คนที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในห้องเคยพูดถึงหนูประมาณว่า “เพื่อนไม่คบ ไม่ยอมเสนอตัวเอง มั่น”
แต่ในมุมของหนูคือ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่คุยกับเรา แล้วเราจะเข้าไปเสนอตัวเองยังไง? หนูยอมรับว่าตัวเองอาจจะไม่ได้เป็นคนที่เข้าหาคนเก่งที่สุด แต่หนูไม่คิดว่าตัวเองเคยไปทำอะไรให้คนในห้องถึงขั้นต้องพร้อมใจกันไม่เอาเข้ากลุ่ม
ตอนนี้สิ่งที่หนูสับสนมากคือ หนูไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองทำอะไรผิด หรือมีเรื่องอะไรที่หนูไม่รู้หรือเปล่า เพราะไม่มีใครมาพูดกับหนูตรง ๆ เลยว่าไม่พอใจเรื่องอะไร
ที่แปลกอีกอย่างคือ คนที่เคยมีปัญหากับหนูและเคยใส่ร้ายหนู กลับไปสนิทกับเพื่อนสนิทของหนูอีกครั้ง แต่กับหนูก็ยังเหมือนเดิม
ล่าสุดเมื่อวานมีงานกลุ่มของห้อง หนูก็ยังเข้าร่วมและช่วยทำงานตามปกติ แล้วก็มีเพื่อนมายืมโทรศัพท์หนูไปถ่ายรูป/ถ่ายงานให้ แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มจริง ๆ
หนูเลยอยากถามคนที่เคยเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กันค่ะว่า
ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่เพื่อนเหมือนพร้อมใจกันกันเราออกจากกลุ่ม แต่ไม่มีใครยอมบอกเหตุผลตรง ๆ ทุกคนจะทำยังไงกันคะ?
หนูควรพยายามเข้าไปคุยและถามตรง ๆ ว่าหนูทำอะไรผิด หรือควรปล่อยแล้วอยู่ของตัวเองไปเลย?
ที่สำคัญคือหนูไม่ได้อยากให้ใครเข้าข้างหนูนะคะ ถ้าจากเรื่องที่เล่ามาหนูมีส่วนผิดหรือมีพฤติกรรมอะไรที่ทำให้คนอื่นไม่อยากคบ ก็อยากให้ช่วยบอกตรง ๆ เหมือนกัน เพราะตอนนี้หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าควรแก้ตรงไหนค่ะ
เพื่อนทำแบบนี้ควรทำไงต่อ
ช่วง ม.5 หนูมีเหตุจำเป็นที่ต้องลาโรงเรียนค่อนข้างบ่อย เพราะคุณแม่ป่วยและต้องไปโรงพยาบาลด้วยกัน ทำให้ช่วงหนึ่งหนูไม่ได้ไปโรงเรียนสม่ำเสมอเหมือนเมื่อก่อน
เดิมทีหนูมีเพื่อนสนิทอยู่ในกลุ่มประมาณ 2 คนค่ะ คนแรกสนิทมาก เรียกได้ว่าไปไหนไปกัน โทรคุยกันแทบทุกวัน ส่วนอีกคนสนิทกันมากในช่วง ม.4 แต่พอขึ้น ม.5 เขาเริ่มมีท่าทีแปลก ๆ กับหนู เช่น ไม่ค่อยคุยกับหนู แต่จะคุยกับเพื่อนสนิทของหนูแทน
จริง ๆ ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องหนึ่งตอน ม.4 คือเพื่อนสนิทของเพื่อนคนแรกที่อยู่คนละห้อง เคยกล่าวหาว่าหนูไปชนเขา ทั้งที่หนูจำได้ว่าวันและเวลาที่เขาพูดถึงมันไม่ตรงกับคาบที่หนูอยู่ด้วยซ้ำ ตอนนั้นเพื่อนสนิทของหนูเลือกที่จะตีตัวออกห่างจากหนูเวลาที่อยู่กับคนกลุ่มนั้น เพราะเหมือนเขาไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนอีกฝ่าย
แต่พอขึ้น ม.5 ภายหลังมีเรื่องที่ทำให้หลายคนจับได้ว่าเพื่อนคนดังกล่าวเคยพูดไม่จริงและนินทาคนอื่น รวมถึงนินทาเพื่อนของตัวเองด้วย ทั้งเพื่อนสนิทหนูและหนูเองก็โดน พอเรื่องเป็นแบบนั้น เพื่อนสนิทของหนูและเพื่อนกลุ่มเดิมจึงเลือกที่จะห่างจากเขา
หนูคิดว่าหลังจากนั้นทุกอย่างน่าจะดีขึ้น แต่ช่วงใกล้ปิดเทอมกลับเริ่มมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นกับหนูหลายอย่างค่ะ
โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนของหนู เวลาหนูเดินไปนั่งด้วย บางคนก็ย้ายที่หนี ไม่ค่อยคุยกับหนู งานกลุ่มที่อาจารย์ให้จับสามคน พอถึงเวลาจับกลุ่มเขาก็เลือกคนอื่นแทนหนู ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราก็เคยทำงานด้วยกัน
ไม่ใช่แค่กลุ่มนี้ด้วยค่ะ เพื่อนในห้องหลายคนก็ไม่ค่อยรับหนูเข้ากลุ่ม จนสุดท้ายหนูต้องเดินคนเดียว นั่งเรียนคนเดียว กินข้าวคนเดียว และทำอะไรหลาย ๆ อย่างคนเดียว
ทั้งที่ในเรื่องงาน หนูเองก็ยังพยายามทำงานของห้องและงานกลุ่มตามปกติเท่าที่ทำได้ แต่ในทางกลับกัน เพื่อนสนิทของหนูเองกลับแทบไม่ได้ทำงานหลาย ๆ งานของห้องหรืองานกลุ่มเลย ทำให้หนูยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมสุดท้ายกลับกลายเป็นหนูที่ถูกมองว่าเป็นคนที่ “ไม่เข้ากับกลุ่ม” หรือเป็นฝ่ายที่มีปัญหา
ที่รู้สึกแย่กว่าคือ กลุ่มเพื่อนบางส่วนเริ่มไปอยู่กับอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งในกลุ่มนั้นมีคนที่ชอบพูดแซะหนูแบบลอย ๆ เช่นประมาณว่า “เพื่อนไม่คบ” หรือ “มั่น”
ต่อมามีเพื่อนจากอีกห้องมาบอกหนูว่า คนที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในห้องเคยพูดถึงหนูประมาณว่า “เพื่อนไม่คบ ไม่ยอมเสนอตัวเอง มั่น”
แต่ในมุมของหนูคือ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่คุยกับเรา แล้วเราจะเข้าไปเสนอตัวเองยังไง? หนูยอมรับว่าตัวเองอาจจะไม่ได้เป็นคนที่เข้าหาคนเก่งที่สุด แต่หนูไม่คิดว่าตัวเองเคยไปทำอะไรให้คนในห้องถึงขั้นต้องพร้อมใจกันไม่เอาเข้ากลุ่ม
ตอนนี้สิ่งที่หนูสับสนมากคือ หนูไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองทำอะไรผิด หรือมีเรื่องอะไรที่หนูไม่รู้หรือเปล่า เพราะไม่มีใครมาพูดกับหนูตรง ๆ เลยว่าไม่พอใจเรื่องอะไร
ที่แปลกอีกอย่างคือ คนที่เคยมีปัญหากับหนูและเคยใส่ร้ายหนู กลับไปสนิทกับเพื่อนสนิทของหนูอีกครั้ง แต่กับหนูก็ยังเหมือนเดิม
ล่าสุดเมื่อวานมีงานกลุ่มของห้อง หนูก็ยังเข้าร่วมและช่วยทำงานตามปกติ แล้วก็มีเพื่อนมายืมโทรศัพท์หนูไปถ่ายรูป/ถ่ายงานให้ แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มจริง ๆ
หนูเลยอยากถามคนที่เคยเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กันค่ะว่า
ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่เพื่อนเหมือนพร้อมใจกันกันเราออกจากกลุ่ม แต่ไม่มีใครยอมบอกเหตุผลตรง ๆ ทุกคนจะทำยังไงกันคะ?
หนูควรพยายามเข้าไปคุยและถามตรง ๆ ว่าหนูทำอะไรผิด หรือควรปล่อยแล้วอยู่ของตัวเองไปเลย?
ที่สำคัญคือหนูไม่ได้อยากให้ใครเข้าข้างหนูนะคะ ถ้าจากเรื่องที่เล่ามาหนูมีส่วนผิดหรือมีพฤติกรรมอะไรที่ทำให้คนอื่นไม่อยากคบ ก็อยากให้ช่วยบอกตรง ๆ เหมือนกัน เพราะตอนนี้หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าควรแก้ตรงไหนค่ะ