สวัสดีค่ะ หนูคือเด็กคนนึงอายุ18 ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันหนูไม่ได้สนิทกับแม่เท่ากับน้อง เพราะแม่กับพ่อหนูแยกทางกัน ต่างคนต่างมีครอบครัวใหม่ หนูโตมากับตายายและยายทวด ซึ่งแม่กับครอบครัวแม่ก็อยู่บ้านหลังเดียวกับหนูค่ะ ตั้งแต่เด็กหนูมักจะเห็นแม่ น้องชาย และพ่อเลี้ยงออกไปกินข้าวดีๆ ไปเที่ยวด้วยกันอยู่บ่อยครั้งโดยที่หนูไม่ได้รับคำชวนหรือถามว่าไปด้วยไหม แต่หนูก็อยู่กับตายายค่ะตอนเด็กหนูติดพวกท่านมาก ต้องบอกก่อนว่าตอนเด็กที่บ้านพอมีฐานะเลยไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอโตมาด้วยเศรษฐกิจที่แย่ลง ตอนนี้ที่บ้านก็ลำบากเอาเรื่องค่ะ แม่หนูไม่ได้ทำงานอะไรเพราะด้วยโรคประจำตัวคือปวดหัว+ซึมเศร้า หนูเองก็เข้าใจมาโดยตลอดค่ะ เพราะที่ผ่านมามียายทำธุรกิจเป็นเสาหลัก พอตอนนี้เสาหลักเริ่มไม่มั่นคง ยายล้มป่วยธุรกิจไม่ดีเหมือนแต่ก่อน หนูทำงานหาเงินเองตั้งแต่อายุ15 จนพอจะมีเงินเก็บเลี้ยงดูตัวเองได้บ้าง แม่ของหนูมักเริ่มขอเงินหนู ขอให้ซื้อขนมให้ หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ หนูก็ไม่ปฏิเสธจนช่วงที่ยายมาล้มป่วยหนัก ปกติค่ายาของแม่ยายจะเป็นคนจ่ายให้ทุกวัน แม่ขอให้หนูจ่ายให้แทน ค่าข้าวของครอบครัวหนูก็ใช้เงินเก็บตัวเองจ่ายจนแทบหมดตัว พอวันที่หนูเริ่มไม่มี แม่ขอหนูก็เริ่มปฏิเสธ จากที่หนูคิดว่าแม่จะเข้าใจแม่กลับโวยวายร้องไห้โทรฟ้องคนอื่นว่าหนูไม่ดีทุกครั้ง บางครั้งแม่โมโหมากก็มักจะทำร้ายร่างกายคนที่บ้าน แม่สามารถเข้ามาในห้องนอนหนูได้และทุกครั้งที่มาก็จะขอของเช่นพวกเครื่องสำอางหรือครีมหนูไป แต่กลับกัน วันที่ของใช้ที่บ้านหมด แม่เขาจะแอบซื้อมาและให้แค่ตัวเองกับน้องชายใช้ ใช้เสร็จเขาก็จะเอาไปซ่อน ซึ่งหนูรู้มาโดยตลอดค่ะหนูแค่ไม่ได้พูดอะไร หนูรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่กลับมาบ้านและเห็นเขา ได้ยินเสียงพูด หนูก็แทบไม่อยากอยู่ตรงนั้น หนูควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ
ผิดไหมที่รู้สึกไม่ดีกับแม่ตัวเอง