ย้อน Timeline 4 ปีหลังแต่งตั้ง ทำไม “หมอสรณ” ถูกตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนศาลปกครองสูงสุดสั่งรับฟ้อง

ช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายคนน่าจะเห็นข่าวเกี่ยวกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หรือ “หมอสรณ” กับประเด็นคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. เรื่องนี้ดูเผิน ๆ อาจเหมือนเป็นเพียงคำถามว่า

“หมอที่รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง ถือเป็นลูกจ้างของรัฐหรือไม่?”

แต่เมื่อไล่ Timeline จริง ๆ จะพบว่ามีทั้งเรื่องการตีความสถานะการทำงาน อำนาจของคณะกรรมการสรรหา ขั้นตอนการพิจารณา และล่าสุดคือผลของคำสั่งศาลปกครองสูงสุดต่อสถานะประธาน กสทช.

กระทู้นี้จึงขอลองเรียงเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงล่าสุดวันที่ 4 กันยายน 2569 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หมายเหตุสำคัญ: คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีคำวินิจฉัยแล้วว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้าม แต่คดีที่ นพ.สรณขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว ยังไม่ได้รับการพิพากษาในเนื้อหาว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ย้อน Timeline คดี "หมอสรณ" จนถึงศาลปกครองรับฟ้อง

จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่ปี 2569
วันที่ 20 ธันวาคม 2564 วุฒิสภามีมติเห็นชอบ นพ.สรณให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมกับกรรมการอีก 4 คน
(‘วุฒิสภา’ ลงคะแนน 'ลับ' เคาะเลือก 5 ‘กสทช.’ ใหม่-‘กิตติศักดิ์-ธนกฤษฏ์’ ไม่ผ่าน)
• หลังจากนั้น ประธานวุฒิสภากำหนดให้ผู้ได้รับความเห็นชอบแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือตำแหน่งที่กฎหมายกำหนดเป็นลักษณะต้องห้ามภายในเวลาที่กำหนด โดย นพ.สรณได้ยื่นเอกสารรับรองต่อประธานวุฒิสภา ก่อนที่กรรมการทั้ง 5 คนจะประชุมกันในวันที่ 14 มกราคม 2565 และเลือก นพ.สรณเป็นประธาน กสทช.
• ต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นพ.สรณเป็นประธานกรรมการ กสทช. มีผลตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นต้นไป
(โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธานและกรรมการกสทช. 5 ตำแหน่ง มีผล 13 เม.ย.เป็นต้นไป)

ตรงนี้เองที่ต่อมา ได้กลายเป็นหัวใจของข้อพิพาทของกสทช.

“แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” คืออะไรในทางกฎหมาย?
มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ระบุว่า นพ.สรณมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 7 มกราคม 2565 และหลังจากวันที่ 8 มกราคม ปฏิบัติงานแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงในระบบพรีเมียมคลินิก โดยมหาวิทยาลัยระบุว่า "ไม่มีสัญญาจ้าง ไม่มีคำสั่งจ้าง และไม่ถือเป็นบุคลากรหรือพนักงานของรัฐในสังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี"

แต่คณะกรรมการสรรหา กสทช. ตีความต่างออกไป โดยคณะกรรมการฯ มองว่า การที่ นพ.สรณยังตรวจรักษาผู้ป่วยและได้รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงระหว่างวันที่ 8 มกราคม–12 เมษายน 2565 มีลักษณะเป็นการเป็น “ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ” จึงเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) ของกฎหมาย กสทช.

พูดง่าย ๆ คือ
ข้อเท็จจริงเรื่องการทำงานแพทย์รายชั่วโมงไม่ได้เป็นข้อโต้แย้งหลัก แต่สิ่งที่ขัดกันคือ “สถานะทางกฎหมาย” ของการทำงานแบบนั้น
ฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นการประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้เป็นลูกจ้าง อีกฝ่ายเห็นว่าองค์ประกอบของการทำงานทำให้ถือเป็นลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ และนี่คือหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องรอการตรวจสอบในชั้นศาล

ปี 2569 คุณสมบัติถูกนำกลับมาตรวจสอบ
• วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการสรรหา กสทช. เริ่มพิจารณาประเด็นอำนาจและปัญหาคุณสมบัติของประธาน กสทช. ก่อนมีหนังสือถึง นพ.สรณ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง เอกสาร และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
• วันที่ 16 กรกฎาคม นพ.สรณมีหนังสือคัดค้านและชี้แจงเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการสรรหา และวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กรรมการสรรหาที่เข้าร่วมประชุม 4 คน จากจำนวน 7 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การทำงานแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ จึงมีลักษณะต้องห้าม และถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตามกฎหมาย ต่อมามีคำวินิจฉัยลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569

ถ้านับจากมีหนังสือขอคำชี้แจงเพิ่มเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ถึงวันลงมติ 17 กรกฎาคม กระบวนการช่วงนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 37 วัน

แล้วทำไมเรื่องนี้ยังมีข้อโต้แย้ง?
เพราะข้อพิพาทไม่ได้มีแค่คำถามว่า “เป็นลูกจ้างหรือไม่” ยังมีคำถามเรื่องอำนาจของคณะกรรมการสรรหาที่กลับมาตรวจสอบคุณสมบัติหลังการแต่งตั้งผ่านไปหลายปี กระบวนการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณาตรวจสอบและโต้แย้งผ่านเอกสาร องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา รวมถึงน้ำหนักของเอกสารจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่ออกมาภายหลังการลงมติ

คณะกรรมการสรรหามีเหตุผลและข้อกฎหมายรองรับคำวินิจฉัยของตน ขณะที่ นพ.สรณก็โต้แย้งทั้งเรื่องอำนาจ กระบวนการ และความหมายของคำว่า “ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ”

3 สิงหาคม นพ.สรณนำเรื่องเข้าสู่ศาลปกครอง
• วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นพ.สรณยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา พร้อมขอให้มีมาตรการชั่วคราวระหว่างรอการพิจารณาคดี
• วันที่ 7 สิงหาคม ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง เพราะในเวลานั้นศาลเห็นว่ากระบวนการพ้นจากตำแหน่งยังไม่เสร็จสิ้น จึงยังไม่ถือว่า "นพ.สรณเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่มีสิทธิฟ้องคดี"
("ศาลปกครอง"สั่งไม่รับฟ้อง "หมอสรณ" จำหน่ายคดีปมพ้นเก้าอี้"ประธาน กสทช.")

นพ.สรณจึงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด  และตรงนี้คือจุดเปลี่ยนล่าสุดของคดี

ศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่ง — ให้รับฟ้อง
ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และสำนักงานศาลปกครองเผยแพร่รายละเอียดเมื่อวันที่ 2 กันยายน

ศาลเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหามีผลกระทบต่อสถานภาพ สิทธิ และหน้าที่ของ นพ.สรณโดยตรง จึงถือว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย และมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง อีกทั้งการยื่นฟ้องวันที่ 3 สิงหาคมยังอยู่ภายในระยะเวลา 90 วันที่กฎหมายกำหนด
จึงมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลปกครองกลาง ให้ รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้ศาลปกครองกลางดำเนินการพิจารณาคำขอมาตรการชั่วคราวต่อไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แต่ตรงนี้มีรายละเอียดสำคัญมาก คือ "ศาลปกครองเปิดทางให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา"

ล่าสุด 3 กันยายน: ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ในศาลแล้ว
หลังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ความเห็นเรื่องสถานะของ นพ.สรณภายใน กสทช. ยิ่งชัดเจนว่าแตกต่างกัน
นพ.สรณระบุว่าจะยังเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่และเรียกร้องให้กรรมการกลับเข้าประชุม ขณะที่กรรมการ กสทช. บางส่วนเห็นว่า จากผลของคำวินิจฉัยและเหตุผลในคำสั่งศาล นพ.สรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานต่อไปได้

จนทำให้วันที่ 3 กันยายน การประชุม กสทช. ไม่สามารถเดินหน้าตามกำหนด และถูกสื่อหลายแห่งนับเป็น ครั้งที่ 8 ก่อนที่กรรมการ 3 คนจะเสนอให้สำนักงานเรียกประชุมกรรมการที่เหลือ 6 คนในวันที่ 4 กันยายน โดยไม่รอการประชุมที่ นพ.สรณกำหนดไว้วันที่ 9 กันยายน

จึงทำให้คดีนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะกับบุคคลหนึ่งคน แต่เริ่มเชื่อมโยงกับความสามารถในการทำงานของ กสทช. โดยตรง

แล้วจากนี้ต้องจับตาอะไร?
เมื่อกาง Timeline ทั้งหมด สิ่งที่ศาลยังต้องตอบในเนื้อหาคดีมีอย่างน้อย 3 เรื่องใหญ่
• คณะกรรมการสรรหามีอำนาจวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างไร?
• สถานะแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงถือเป็น “ลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ” ตามกฎหมายหรือไม่?
• และกระบวนการพิจารณาที่นำไปสู่คำวินิจฉัยวันที่ 21 กรกฎาคม ชอบด้วยกฎหมายและเปิดโอกาสให้โต้แย้งอย่างเพียงพอหรือไม่?

นี่จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญ และน่าติดตามต่อจากนี้ ว่า ศาลปกครองกลางจะพิจารณาคำขอคุ้มครองชั่วคราวอย่างไร และเมื่อเข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาจริง ศาลจะวางหลักเรื่องอำนาจของคณะกรรมการสรรหาและสถานะ “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง” ไว้อย่างไร

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่