“การกระทำ” สำคัญกว่า ”คำพูด“
เมื่อวาน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
วาระแรก เป็นเรื่องรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
พรรคภูมิใจไทยเกรงว่าพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์จะอภิปรายเรื่อง “บาร์โค้ด” และ “โกง สว.” ในวาระนี้ด้วย
เพราะเป็นเรื่องการทำงานของ กกต.
และอย่าลืมว่า กกต.จะวินิจฉัยเรื่อง “โกง สว.” ในวันที่ 14 กันยายนนี้
ถ้าเรื่องนี้มีการพูดถึงในสภาฯ ซึ่งมีการถ่ายทอดสด และคุ้มครองส.ส.ผู้อภิปราย
หมายความว่าเรื่อง โกง สว.จะถูกจุดพลุความสนใจครั้งใหญ่อีกครั้ง
ย่อมไม่เป็นเรื่องดีสำหรับ สว.และพรรคภูมิใจไทยเลย
พรรคภูมิใจไทยจึงแก้เกมด้วยการยื่นญัตติด่วนปัญหาชายแดนใต้ขึ้นมาพิจารณาก่อน
การนำเรื่องปัญหาชายแดนใต้เป็นญัตติด่วน มีความชอบธรรมทางเนื้อหา
กลยุทธ์นี้เป็นเกมการเมืองปกติที่รัฐบาลทุกยุคใช้ในสภาฯ
แต่ครั้งนี้เขาเล่นเกมหนักกว่าปกติ
เพราะตามปกติการจะยื้อในเกม ใช้เสียงข้างมากแถๆไถๆไปเรื่อยๆ
แต่ใครจะไปนึกว่าฝั่งรัฐบาลจะใช้กลยุทธ์ให้รองประธานสภาฯ 2 คนขอลาประชุมไปธุระพร้อมกัน
เพื่อให้เหลือ “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯคนเดียว
และใช้เป็นเหตุผลอ้างว่า “โสภณ” นั่งนานๆคุมประชุมคนเดียวไม่ไหว
จะลุกเข้าห้องน้ำยังไม่ได้เลย
ดังนั้น การประชุมจะยืดเยื้อจนดึกๆไม่ได้
..ปิดประชุม
555
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานในสภาฯ
แสดงให้เห็นชัดว่าพรรคภูมิใจไทยกลัวว่าจะมีการพูดถึงเรื่อง ”โกง สว.“ ก่อนที่ กกต.จะตัดสินคดีนี้
บางทีการประชุมครั้งหน้า เรื่องนี้อาจไม่ได้เข้าอีกก็ได้
ต้องรอจนผ่านวันที่ 14 ไปก่อน
แต่เขาลืมไปว่ายิ่งปิดมาก ยิ่งแสดงว่า ”กลัวมาก“
ยิ่งทำให้คนคิดว่าเรื่องที่พูดกัน ต้องเป็น ”ความจริง“ แน่ๆ
ยิ่งปิด คนยิ่งอยากรู้
และทำให้กระแสข่าวเรื่อง ”โกง สว.“ ได้รับความสนใจมากกว่าเดิม
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้คนอดคิดต่อไม่ได้
นั่นคือ การคิดเกมระดับให้ รองประธานฯ 2 คน ลาประชุม
สร้างความชอบธรรมไม่ให้มีการประชุมลากยาวจนถึงเรื่อง ”รายงาน กกต.“
เป็นเกมที่ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนเคยใช้มาก่อน
ใครที่คิดเกมแบบนี้ได้
เขาก็สามารถออกแบบเรื่องที่ซับซ้อนและคนธรรมดาสามัญคิดไม่ถึงเรื่องอื่นๆได้เช่นกัน
เช่น เรื่องการโกง
FB หนุ่มเมืองจันท์
“การกระทำ” สำคัญกว่า ”คำพูด“