จากคนทำงานประจำสู่เจ้าของธุรกิจ แต่ทำไม “ขายดี” ถึงไม่ได้แปลว่า “กำไรเหลือ”?

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

เห็นคลิปจากรายการ The Money Coach Podcast แล้วรู้สึกว่าเป็นเคสที่คนกำลังคิดจะออกจากงานประจำมาทำธุรกิจน่าจะได้ข้อคิดเยอะค่ะ

ในคลิปเล่าถึงอดีตสาวออฟฟิศที่ผันตัวมาเปิดร้านหมูทอด จนธุรกิจขายดีและมีรายได้สูงขึ้น แต่สุดท้ายกลับเจอปัญหา กำไรไม่เหลือ เพราะตอนเริ่มต้นโฟกัสกับยอดขายและการลดต้นทุนมากเกินไป จนไม่ได้วางแผนเรื่องต้นทุนแฝงและภาษีให้รอบด้าน

ประเด็นที่เราว่าน่าสนใจคือ

1.ยอดขายเยอะ ไม่ได้หมายความว่ากำไรเยอะ ต้องมองค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจโตขึ้น

2.เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด1.8ล้านบาทต่อปี เรื่อง VAT และภาษี กลายเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องวางแผนให้ดี

3.ก่อนลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจ ควรประเมินทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยง ไม่ใช่ดูแค่ว่า “ร้านขายดีไหม”

4.ถ้าธุรกิจเริ่มมีระบบแล้ว เจ้าของควรค่อย ๆ ลดงานที่ต้องลงมือเอง และหันมาบริหารระบบให้มากขึ้น

5.ที่สำคัญคือ อย่าเพิ่งรีบเลิกกิจการเพราะเจอปัญหา แต่ควรวิเคราะห์ก่อนว่าปัญหาเกิดจากยอดขาย ต้นทุน ภาษี หรือการบริหารจัดการ


ส่วนตัวเราชอบแนวคิดที่ว่า การทำธุรกิจไม่ได้มีเป้าหมายแค่ “ขายให้ได้เยอะที่สุด” แต่ต้องทำให้ มีกำไรและเจ้าของมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยค่ะ

มีใครเคยเปลี่ยนจากมนุษย์เงินเดือนมาเป็นเจ้าของกิจการบ้างคะ? ตอนเริ่มต้นเจอปัญหาเรื่อง ต้นทุน ภาษี หรือการบริหารเงิน กันอย่างไรบ้างคะ?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่