เป็นไปได้ไหมที่กะลาสีเรือยุคโบราณพอได้บังเอิญเห็น วาฬเบลูกา ในมุมนี้ จึงปักใจเชื่อว่าสิ่งนี้คือ "นางเงือก" !
.
ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพถ่ายมุมเสยนี้ คือสรีระอันอวบอ้วนของวาฬเบลูกา (Beluga whale) องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าอย่าง ทราเวลโฟร์ไวล์ดไลฟ์ (Travel4Wildlife) ได้อธิบายถึงภาพนี้เอาไว้ว่า
"วาฬเบลูกาที่มีชั้นไขมันหนาเป็นพิเศษ จะปรากฏรอยนูนลักษณะคล้ายรางยาวบริเวณด้านข้างหน้าท้อง ซึ่งเป็นจุดกักเก็บไขมันส่วนเกินเอาไว้"
.
เฉลยก็คืออวัยวะที่ปูดบวมออกมาให้เราเห็น แท้จริงแล้วก็คือชั้นไขมันที่ถูกดันและกองรวมกันตามแรงกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตันนั่นเอง!..
พอเรามองจากมุมใต้น้ำแบบนี้ มันเลยสร้างภาพลวงตาที่ดูคล้ายกับท่อนขาและหัวเข่าของมนุษย์ไปเสียอย่างนั้น
.
หากเราไปเจาะดูโครงสร้างกระดูกของวาฬเบลูกาหรือโลมา จะพบว่าพวกมันไม่มีกระดูกขาหรือข้อเข่าซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย
วิวัฒนาการได้พรากขาหลังของสัตว์กลุ่มนี้ไปตั้งแต่หลายสิบล้านปีก่อน สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงเศษชิ้นส่วนของกระดูกเชิงกรานที่เสื่อมสภาพ (Vestigial structure) ชิ้นเล็กๆ ฝังลึกอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเราไม่อาจมองเห็นได้จากภายนอก
.
[ข้อมูลเบื้องลึก]
ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย เจ. จี. เอ็ม. ทีวิสเซน (J. G. M. Thewissen) จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์นอร์ธอีสเทิร์นโอไฮโอ (Northeastern Ohio Universities College of Medicine) ได้ตีพิมพ์งานวิจัยในปี 2006 เพื่อเปิดเผยความลับทางพันธุกรรมเบื้องหลังการสูญเสียขานี้
พวกเขาพบว่า ตัวอ่อนของสัตว์จำพวกวาฬที่อยู่ในครรภ์ ยังคงมีการเริ่มสร้างหน่อขาหลัง (Hind-limb bud) ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์อยู่
กระบวนการเติบโตของขานี้จะไปหยุดชะงักและฝ่อตัวลงในช่วงสัปดาห์ที่ 5 สาเหตุมาจากตัวอ่อนไม่สามารถสร้างศูนย์กลางการส่งสัญญาณที่เรียกว่า โซนออฟโพลาไรซิงแอกทิวิตี (Zone of polarizing activity หรือ ZPA) บริเวณเนื้อเยื่อส่วนท้ายได้
.
ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป การสร้าง ZPA ต้องอาศัย ยีนแฮนด์ทู (Hand2) ไปกระตุ้น ยีนโซนิคเฮดจ์ฮอก (Sonic hedgehog หรือ Shh) ให้คอยส่งสัญญาณสั่งการให้รยางค์หรือขายื่นยาวออกไป
การที่ตัวอ่อนของวาฬสมัยใหม่ไม่มีการแสดงออกของยีน Hand2 บริเวณเนื้อเยื่อขาหลัง ส่งผลให้ยีน Shh หยุดการทำงานไปด้วย ขาหลังจึงหยุดการเจริญเติบโตอย่างถาวร
การเปลี่ยนแปลงระดับยีนครั้งใหญ่นี้ปรากฏขึ้นเมื่อราวๆ 34 ล้านปีก่อน ทำให้วาฬสูญเสียโครงสร้างรยางค์ท่อนล่างไปอย่างสมบูรณ์ และปรับเปลี่ยนรูปร่างร่างกายให้เพรียวลมเหมาะสำหรับการแหวกว่ายในมหาสมุทร
.
ส่วนรอยนูนคล้ายมนุษย์ในภาพถ่ายไวรัลนี้ จึงเป็นเพียงความบังเอิญของชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่หนาตัวมากองรวมกัน บวกเข้ากับมุมกล้องใต้น้ำที่หลอกตาเราก็เท่านั้นเอง…
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Thewissen, J. G. M., et al. "Developmental basis for hind-limb loss in dolphins and origin of the cetacean bodyplan." Proceedings of the National Academy of Sciences, 2006. DOI: 10.1073/pnas.0602920103
[2] Felton, J. "There's Something You Need To Know About That 'Mermaid' Viral Tweet." IFLScience, 2018.
#วิทยาศาสตร์ #วาฬเบลูกา #วิวัฒนาการ #ชีววิทยา #สัตว์โลกน่ารัก #ความรู้รอบตัว #นางเงือก #ธรรมชาติ #พันธุกรรม #ความจริงใต้น้ำ
https://www.facebook.com/share/17wmaUNiev/
🐋 เป็นไปได้ไหมที่กะลาสีเรือยุคโบราณพอได้บังเอิญเห็น วาฬเบลูกา ในมุมนี้ จึงปักใจเชื่อว่าสิ่งนี้คือ "นางเงือก" !
.
ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพถ่ายมุมเสยนี้ คือสรีระอันอวบอ้วนของวาฬเบลูกา (Beluga whale) องค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าอย่าง ทราเวลโฟร์ไวล์ดไลฟ์ (Travel4Wildlife) ได้อธิบายถึงภาพนี้เอาไว้ว่า
"วาฬเบลูกาที่มีชั้นไขมันหนาเป็นพิเศษ จะปรากฏรอยนูนลักษณะคล้ายรางยาวบริเวณด้านข้างหน้าท้อง ซึ่งเป็นจุดกักเก็บไขมันส่วนเกินเอาไว้"
.
เฉลยก็คืออวัยวะที่ปูดบวมออกมาให้เราเห็น แท้จริงแล้วก็คือชั้นไขมันที่ถูกดันและกองรวมกันตามแรงกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตันนั่นเอง!..
พอเรามองจากมุมใต้น้ำแบบนี้ มันเลยสร้างภาพลวงตาที่ดูคล้ายกับท่อนขาและหัวเข่าของมนุษย์ไปเสียอย่างนั้น
.
หากเราไปเจาะดูโครงสร้างกระดูกของวาฬเบลูกาหรือโลมา จะพบว่าพวกมันไม่มีกระดูกขาหรือข้อเข่าซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย
วิวัฒนาการได้พรากขาหลังของสัตว์กลุ่มนี้ไปตั้งแต่หลายสิบล้านปีก่อน สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงเศษชิ้นส่วนของกระดูกเชิงกรานที่เสื่อมสภาพ (Vestigial structure) ชิ้นเล็กๆ ฝังลึกอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งเราไม่อาจมองเห็นได้จากภายนอก
.
[ข้อมูลเบื้องลึก]
ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย เจ. จี. เอ็ม. ทีวิสเซน (J. G. M. Thewissen) จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์นอร์ธอีสเทิร์นโอไฮโอ (Northeastern Ohio Universities College of Medicine) ได้ตีพิมพ์งานวิจัยในปี 2006 เพื่อเปิดเผยความลับทางพันธุกรรมเบื้องหลังการสูญเสียขานี้
พวกเขาพบว่า ตัวอ่อนของสัตว์จำพวกวาฬที่อยู่ในครรภ์ ยังคงมีการเริ่มสร้างหน่อขาหลัง (Hind-limb bud) ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์อยู่
กระบวนการเติบโตของขานี้จะไปหยุดชะงักและฝ่อตัวลงในช่วงสัปดาห์ที่ 5 สาเหตุมาจากตัวอ่อนไม่สามารถสร้างศูนย์กลางการส่งสัญญาณที่เรียกว่า โซนออฟโพลาไรซิงแอกทิวิตี (Zone of polarizing activity หรือ ZPA) บริเวณเนื้อเยื่อส่วนท้ายได้
.
ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป การสร้าง ZPA ต้องอาศัย ยีนแฮนด์ทู (Hand2) ไปกระตุ้น ยีนโซนิคเฮดจ์ฮอก (Sonic hedgehog หรือ Shh) ให้คอยส่งสัญญาณสั่งการให้รยางค์หรือขายื่นยาวออกไป
การที่ตัวอ่อนของวาฬสมัยใหม่ไม่มีการแสดงออกของยีน Hand2 บริเวณเนื้อเยื่อขาหลัง ส่งผลให้ยีน Shh หยุดการทำงานไปด้วย ขาหลังจึงหยุดการเจริญเติบโตอย่างถาวร
การเปลี่ยนแปลงระดับยีนครั้งใหญ่นี้ปรากฏขึ้นเมื่อราวๆ 34 ล้านปีก่อน ทำให้วาฬสูญเสียโครงสร้างรยางค์ท่อนล่างไปอย่างสมบูรณ์ และปรับเปลี่ยนรูปร่างร่างกายให้เพรียวลมเหมาะสำหรับการแหวกว่ายในมหาสมุทร
.
ส่วนรอยนูนคล้ายมนุษย์ในภาพถ่ายไวรัลนี้ จึงเป็นเพียงความบังเอิญของชั้นไขมันใต้ผิวหนังที่หนาตัวมากองรวมกัน บวกเข้ากับมุมกล้องใต้น้ำที่หลอกตาเราก็เท่านั้นเอง…
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Thewissen, J. G. M., et al. "Developmental basis for hind-limb loss in dolphins and origin of the cetacean bodyplan." Proceedings of the National Academy of Sciences, 2006. DOI: 10.1073/pnas.0602920103
[2] Felton, J. "There's Something You Need To Know About That 'Mermaid' Viral Tweet." IFLScience, 2018.
#วิทยาศาสตร์ #วาฬเบลูกา #วิวัฒนาการ #ชีววิทยา #สัตว์โลกน่ารัก #ความรู้รอบตัว #นางเงือก #ธรรมชาติ #พันธุกรรม #ความจริงใต้น้ำ
https://www.facebook.com/share/17wmaUNiev/