หูดหงอนไก่ คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งทำให้เกิดตุ่มหรือติ่งเนื้อนูนขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ที่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่ทำให้เราขาดความมั่นใจ
เล่าย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี2557 ผมคบกับแฟนเก่าได้ประมาณ2ปีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กันผมจะสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง และไม่เคยมีอะไรกันกับคนอื่น แต่หลังจากเรียนจบมหาลัยเราก็ได้เลิกลากันไป และผมก็ได้เจอคนใหม่แล้วเราได้มีเพศสัมพันธ์กัน(แค่ครั้งเดียวโดยที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย) หลังจากนั้นประมาณ3-4เดือน ผมก็ได้สังเกตุเห็นตุ่มเล็กๆขึ้นที่อวัยวะตัวเอง ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรมากนัก เพราะคิดว่าอาจแพ้อะไรหรือป่าวเดี๋ยวคงหายเอง แต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน ตุ่มก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนมีความกังวลว่าเป็นอะไรหรือปล่าว และได้ไปหาข้อมูลดูในGoogle และได้พบว่าน่าจะเป็นหูดหงอนไก่ ตอนนั้นความรู้สึกเคว้งและสับสนเป็นอย่างมาก กลัวไปหมดทุกอย่างและไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าไปหาหมอด้วยเพราะอายหมอ เป็นช่วงที่เครียดมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ หาข้อมูลว่ามียาตัวไหนที่เราซื้อมาใช้เองได้ ก็ไปเจอยาตัวหนึ่งในFacebook เลยสั่งมาใช้เอง ปรากฏว่าใช้ทาไปแล้วตุ่มหูดหงอนไก่ก็ค่อยๆฝ่อและหาย(ใช้เวาลประมาณ 2 อาทิตย์) ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก กลับมาใช้ชีวิตมั่นใจอีกครั้ง.....
....หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ตุ่มหูดก็กลับมาขึ้นซ้ำที่เดิม และขยายไปยังรอบข้างด้วย(ค่อนข้างน่ากลัว) ความรู้สึกเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งจนเหมือนโลกทั้งใบของเราพังลง... ทำอะไรไม่ถูก... คิดไปเรื่อยเปื่อย... กังวลไปหมดทุกอย่าง... ได้แต่คิดว่าทำไมต้องเกิดขึ้นกับเราด้วย...... เครียดสุดๆ นอนร้องไห้คนเดียว.....
จนในที่สุดก็ได้ตัดสินใจเข้าไปคุยกับพ่อแม่ว่าเราเป็นอะไร...ท่านก็กอดเราให้คำแนะนำ จนกล้าและตัดสินใจเข้าไปพบหมอที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านและได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอ ท่านก็ให้คำแนะนำเราดีมาก และได้ตัดสินใจตรวจโรคที่ติดต่อท่างเพศสัมพันธ์ทุกอย่าง เช่นHIV ซิฟิสิส ไวรัสตับอักเสบA,B,C,D ปรากฎว่าผลเลือดออกมา "เป็นลบ" ทำให้เราโล่งใจไปอย่างหนึ่ง(การตรวจเลือดสามารถเข้าไปตรวจฟรีได้ที่โรงบยาบาลได้เลย) และได้รับการรักษาที่ถูกต้อง (การรักษาโดยการป้ายยา อาทิตย์ละ2ครั้ง ใช้เวลาประมาณ1เดือน ) หูดก็ค่อยหายไปจนหมด..... ทำให้เราดีใจอย่างมากและได้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง..... จนตอนนี้หูดได้หายไป 5 เดือนกว่าแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ อยากจะบอกทุกคนที่เป็นโรคนี้อยู่อย่าพึ่งกังวลจนเกินไป ให้เราปรึกษาคุยกับคนในครอบครัวพ่อแม่ หรือเข้าไปพบคุณหมอไม่ต้องกลัวหรืออาย แค่ยอมรับเพราะมันได้เกิดขึ้นแล้ว เข้าไปรับวิธีการรักษาที่ถูกต้อง คุณหมอท่านเจอโรคแบบนี้บ่อย ไม่ใช่แค่เราที่เป็น เป็นกำลังใจให้ทุกคนคนที่กำลังพบเจอกับเรื่องแบบนี้อยู่ สู้ๆแล้วจะผ่านมันไปได้แน่นอน.....
สวัสดีทุกท่าน มีเรื่องอยากมาแบ่งปันความรู้กับทุกคน เกี่ยวกับ "โรคหูดหงอนไก่"....
เล่าย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี2557 ผมคบกับแฟนเก่าได้ประมาณ2ปีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กันผมจะสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง และไม่เคยมีอะไรกันกับคนอื่น แต่หลังจากเรียนจบมหาลัยเราก็ได้เลิกลากันไป และผมก็ได้เจอคนใหม่แล้วเราได้มีเพศสัมพันธ์กัน(แค่ครั้งเดียวโดยที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย) หลังจากนั้นประมาณ3-4เดือน ผมก็ได้สังเกตุเห็นตุ่มเล็กๆขึ้นที่อวัยวะตัวเอง ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรมากนัก เพราะคิดว่าอาจแพ้อะไรหรือป่าวเดี๋ยวคงหายเอง แต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน ตุ่มก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนมีความกังวลว่าเป็นอะไรหรือปล่าว และได้ไปหาข้อมูลดูในGoogle และได้พบว่าน่าจะเป็นหูดหงอนไก่ ตอนนั้นความรู้สึกเคว้งและสับสนเป็นอย่างมาก กลัวไปหมดทุกอย่างและไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าไปหาหมอด้วยเพราะอายหมอ เป็นช่วงที่เครียดมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ หาข้อมูลว่ามียาตัวไหนที่เราซื้อมาใช้เองได้ ก็ไปเจอยาตัวหนึ่งในFacebook เลยสั่งมาใช้เอง ปรากฏว่าใช้ทาไปแล้วตุ่มหูดหงอนไก่ก็ค่อยๆฝ่อและหาย(ใช้เวาลประมาณ 2 อาทิตย์) ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก กลับมาใช้ชีวิตมั่นใจอีกครั้ง.....
....หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน ตุ่มหูดก็กลับมาขึ้นซ้ำที่เดิม และขยายไปยังรอบข้างด้วย(ค่อนข้างน่ากลัว) ความรู้สึกเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งจนเหมือนโลกทั้งใบของเราพังลง... ทำอะไรไม่ถูก... คิดไปเรื่อยเปื่อย... กังวลไปหมดทุกอย่าง... ได้แต่คิดว่าทำไมต้องเกิดขึ้นกับเราด้วย...... เครียดสุดๆ นอนร้องไห้คนเดียว.....
จนในที่สุดก็ได้ตัดสินใจเข้าไปคุยกับพ่อแม่ว่าเราเป็นอะไร...ท่านก็กอดเราให้คำแนะนำ จนกล้าและตัดสินใจเข้าไปพบหมอที่โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้านและได้เข้าไปปรึกษาคุณหมอ ท่านก็ให้คำแนะนำเราดีมาก และได้ตัดสินใจตรวจโรคที่ติดต่อท่างเพศสัมพันธ์ทุกอย่าง เช่นHIV ซิฟิสิส ไวรัสตับอักเสบA,B,C,D ปรากฎว่าผลเลือดออกมา "เป็นลบ" ทำให้เราโล่งใจไปอย่างหนึ่ง(การตรวจเลือดสามารถเข้าไปตรวจฟรีได้ที่โรงบยาบาลได้เลย) และได้รับการรักษาที่ถูกต้อง (การรักษาโดยการป้ายยา อาทิตย์ละ2ครั้ง ใช้เวลาประมาณ1เดือน ) หูดก็ค่อยหายไปจนหมด..... ทำให้เราดีใจอย่างมากและได้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง..... จนตอนนี้หูดได้หายไป 5 เดือนกว่าแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ อยากจะบอกทุกคนที่เป็นโรคนี้อยู่อย่าพึ่งกังวลจนเกินไป ให้เราปรึกษาคุยกับคนในครอบครัวพ่อแม่ หรือเข้าไปพบคุณหมอไม่ต้องกลัวหรืออาย แค่ยอมรับเพราะมันได้เกิดขึ้นแล้ว เข้าไปรับวิธีการรักษาที่ถูกต้อง คุณหมอท่านเจอโรคแบบนี้บ่อย ไม่ใช่แค่เราที่เป็น เป็นกำลังใจให้ทุกคนคนที่กำลังพบเจอกับเรื่องแบบนี้อยู่ สู้ๆแล้วจะผ่านมันไปได้แน่นอน.....