เราคิดว่าคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ก็น่าจะพอรู้มาบ้างว่างานของเซเว่นเป็นยังไงใช่ไหมคะ หรือถ้าใครไม่รู้หรือว่าอยากรู้ เราจะเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ เราจะเล่าค่อนข้างละเอียดเพราะฉะนั้นมันจะยาว ถ้าเบื่อก็แบ่งอ่านเอาได้นะ
เซเว่นที่เราทำเป็นของแฟรนไชส์นะคะไม่ใช่บริษัท เราได้คุยกับผจก.ตั้งแต่สมัครแล้วว่าค่าแรงอยู่ที่ 351 บาท วันหยุดก็ 1 วันต่อสัปดาห์ 9-10 ชม. ส่วนเรื่องโอทีทางสาขาแจ้งรายละเอียดไว้ประมาณนี้ค่ะ เท่ากับว่าเราจะได้ต่อเดือนประมาณ 9,000 บาทนิดๆ จากข้อมูลดังกล่าวเราก็รับได้ค่ะ เพราะเรารู้ว่างานเซเว่นค่าแรงก็ประมาณนี้อยู่แล้ว (จากที่เราหาข้อมูลมาเหมือนค่าแรงของบริษัทกับแฟรนไชส์จะไม่เหมือนกัน ถ้าใครอยากจะสมัครเซเว่นก็แนะนำให้ถามเซเว่นนั้นๆ ก่อนนะคะว่าเป็นบริษัทหรือแฟรนไชส์ รวมถึงรายละเอียดเรื่องค่าแรงและเวลาทำงานด้วย)
วันแรกที่เราไปถึงช่วงประมาณ 10 โมงเช้าค่ะ ยอมรับว่าตื่นเต้นมากเพราะว่าไม่เคยทำเซเว่นมาก่อน กะเช้ามีอยู่ประมาณ 3 คน มีผู้จัดการแล้วก็ผู้ช่วยผู้จัดการแล้วก็พนักงาน 1 คน พี่ผู้ช่วยเนี่ยก็ให้เราไปฟ้อนของตรงวอลล์ (ตู้แช่เครื่องดื่ม ซึ่งก็คือดันของมาไว้ข้างหน้าลค.จะได้หยิบง่ายๆ) จากนั้นเราก็ได้รับมอบหมายอีกงานหนึ่งจากผู้จัดการคือเหมือนใช้เครื่องสแกนของ มันจะมี QR code ให้สแกนเพื่อดูว่าของที่พร่องไปจากเชลล์ในห้องเก็บของยังมีเหลืออยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็ให้มาเติมค่ะ ซึ่งฟังดูเหมือนจะง่ายนะคะ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยทำเลยแล้วของมันก็มีเยอะมากมันค่อนข้างจะงงแล้วก็หาของยาก เพราะว่าบางทีของมันก็กระจัดกระจาย เราใช้เวลาตรงนั้นเป็นหลายชั่วโมงเลยค่ะจนไม่รู้ว่าจะเติมอะไรแล้ว ไม่นานก็มีเพื่อนพนักงานคนนึงให้เราลองเติมน้ำแข็ง และพอรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำแล้วเราก็เลยไปถามพี่พนักงานว่าไหม เขาก็จะสอนเราล้างเจ็ทค่ะ (เครื่องกดน้ำ ชากาแฟ โอวัลติน) ล้างเสร็จก็ชงเครื่องดื่มใส่หม้อเก็บไว้ ซึ่งงานวันแรกๆ สำหรับเด็กใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบที่เราเล่าไปนี่ล่ะค่ะ ยอมรับตรงๆ ว่าวันแรกจะเบื่อแล้วก็เหนื่อยเพราะว่าเราใหม่แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ก็คิดว่าช่วงแรกก็เป็นแบบนี้วันต่อไปก็จะดีขึ้นเมื่อเราเริ่มชินงาน
โดยวันที่ 2 และ 3 เราก็จะทำคล้ายๆ เดิมนะคะ แต่วันที่ 4 เราจะมากะบ่าย กะเช้าคือประมาณตั้งแต่ 7 โมงถึง 4 โมง กะบ่าย 13:30 น - 22:30 น ส่วนกะดึก 21:30 น ถึงประมาณ 7 โมงถึง 8 โมงนะคะโดยประมาณ แต่จากที่เราเจอมาเวลาจบกะบางครั้งก็อาจจะคลาดเคลื่อนจากเวลาที่กำหนดไว้ค่ะ เพราะเราจะทำหน้าที่เคลียร์กะได้เต็มที่ก็ต่อเมื่ออีกผลัดนึงมาหรือถึงจะกลับบ้านได้ ให้พูดก็คือต่อให้งานเราเสร็จถ้าอีกผลัดยังไม่มาเราก็ต้องรอค่ะ ตอนนี้เราอยู่กะบ่ายซะส่วนใหญ่ เวลากลับบ้านประมาณ 23:00 น. กว่าๆ ตลอดเลยค่ะ การกลับบ้านตรงเวลาแทบไม่ค่อยเกิดขึ้นเพราะกว่างานจะเสร็จกว่าอีกกะจะมา นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยเหมือนกันค่ะแม้จะทำมาแค่ประมาณ 9 วันก็ตาม
พอเข้าวันที่ 4 รุ่นพี่คนนึงก็สอนให้เรายืนเคาน์เตอร์เลยค่ะ เราไม่รู้ว่าคนอื่นเข้าเร็วแบบนี้หรือเปล่าแต่สาขาที่เราทำเหมือนคนมันจะไม่พอเราก็เลยต้องเริ่มทำเลย รุ่นพี่เขาสอนดีนะคะชัดเจน แต่ก็งงมากด้วยเพราะมันมีรายละเอียดหลายอย่างอยู่เหมือนกันที่ต้องจำ แต่ถามว่ายากไหมมันก็ไม่ได้ยากเกินไปแบบที่ทำไม่ได้ จนวันนี้เราก็เริ่มชินแล้วก็คล่องมากขึ้นแล้วค่ะ แต่ก็มีบางวันที่เฟลบ้าง เช่นคิดเงินผิดคิดเงินเกินเงินหายหรือทำแก้วน้ำหก มีเรื่องผิดพลาดบ้างในแต่ละวัน แต่ยังดีมีรุ่นพี่ช่วยคอยประกบอยู่ตลอดค่ะ ซึ่งมันก็ทำให้เราอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะเข้าเครื่องแล้วงานก็จะไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไหร่ค่ะ กะบ่ายพอมาถึงก็เติมของ เติมของเสร็จก็เข้าเครื่องค่ะยาวๆ เลยจนประมาณ 4 ทุ่ม 4 ทุ่มครึ่งก็เคลียร์กะ กวาดร้าน ถูร้าน เติมของในวอลล์ พับลังกระดาษ ทิ้งถังขยะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีข้อสงสัยหนึ่งที่เราก็อยากจะถามทุกคนเหมือนกันค่ะ ถ้าใครทำงานเซเว่น งานของเราจะเสร็จเนี่ยมันขึ้นอยู่กับเพื่อนร่วมกะอีกคนนึงไหมคะ เพราะรุ่นพี่ที่เราอยู่ด้วยเขามีรูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน คนแรกดีมากค่ะช่วยเราทุกอย่าง เป็นคนเดียวกับที่สอนเรายืนเคาน์เตอร์ พี่เขากวาดร้านถูร้านให้ เข้าวอลล์แทนให้ ทำให้เสร็จก่อนทุกอย่าง เมื่อพออีกกะมาเราจะได้กลับบ้านเลย ส่วนคนที่สองก็ค่อนข้างดีค่ะ พี่เขาสอนเราเข้าวอลล์และบอกเราชัดเจนว่าต้องทำอะไร ส่วนคนสุดท้ายเขาก็โอเคนะคะ แต่เหมือนเขาไม่ค่อยรีบเคลียร์กะเลย เราต้องเป็นฝ่ายถามเขาก่อนว่าให้เข้าวอลล์ไหม คือเหมือนพี่เขาไม่ได้บอกอะไรชัดเจนถ้าเราไม่ถาม และพี่คนนี้ก็ทำเหมือนกับว่า อันนี้เรารู้สึกเองนะคะ ว่าการทำงานเลิกไม่ตรงเวลาหรือกลับบ้านดึกๆ เนี่ยเป็นเรื่องที่ปกติ พี่เขาดูไม่รีบเลยจริงๆ ในขณะที่เราอยากจะกลับบ้านใจจะขาด แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรมากถ้ายังไม่ถามอะไรพี่เขาก่อน แล้วเราก็ยังไม่คล่องเกี่ยวกับการเติมของด้วยค่ะ ทั้งในวอลล์หรือในเชลล์ปกติ
เราก็เลยอยากถามทุกคนว่าเราสามารถทำทุกอย่างเองเลยได้ไหมโดยที่ไม่ต้องรออีกคนนึง เราอยากถามความเห็นทุกคน เรายอมรับว่าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอะไรเท่าไหร่ก็เลยอยากจะฟังประสบการณ์จากทุกคนด้วยว่าจริงๆ แล้วมันคงต้องเป็นยังไง
แล้ววันนี้ก็มาถึงคือวันที่เราต้องเข้ากะดึกวันแรกนะคะ แต่แค่วันเดียวพอวันต่อๆ ไปเราก็เข้ากะบ่ายยาวๆ กับรุ่นพี่คนที่เราเพิ่งพูดถึงไปนี่แหละค่ะ กะดึกเป็นกะที่เราแบบไม่อยากจะเข้าเลยอ่ะเพราะว่าถึงแม้ว่ามันจะเป็นกะที่เน้นเติมของอะไรพวกนี้ค่ะแต่เรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้มันปั่นป่วนชีวิตเวลานอนเรา แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ ถ้าเราคิดจะทำงานเซเว่นน่ะยังไงเราก็ต้องเข้ากะดึกอยู่ดี ซึ่งเราเข้ากะดึกกับรุ่นพี่คนที่ 2 นะคะ แล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมต่อจากนี้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง มีความกังวลจนนอนไม่หลับเลย กลางวันพยายามนอนแล้วก็นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าคืนนี้จะไหวหรือเปล่านะคะเนี่ย5555+
ถึงแม้ว่าเราจะบ่นยาวเหยียดแต่เหตุผลที่เรามาทำงานเซเว่นเนี่ยก็ไม่ใช่เพื่อเงินเดือนอย่างเดียวแต่ก็เพื่อประสบการณ์ด้วยค่ะ อย่างที่ทุกคนรู้นะคะงานเซเว่นเนี่ยมันหนักไม่ได้แค่ยืนเคาน์เตอร์อย่างเดียว แต่ว่าต้องทำหลายอย่าง ทั้งเติมของ ทำความสะอาด และอาจจะต้องปรับตัวกับเพื่อนร่วมงานด้วยถ้ารูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน แต่เราคิดว่าการที่เปลี่ยนที่ทำงานใหม่หรือทำงานใหม่มันก็อาจจะไม่ได้การันตีว่ามันจะดีกว่าเดิมนะคะ เรามองว่าของแบบนี้มันต้องรอดูไปก่อน ยิ่งเราทำมายังไม่ถึงเดือนเรายังไม่อยากรีบตัดสินอะไร แต่มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องทนในสิ่งที่เราไม่ควรต้องทนโดยเฉพาะไม่มีเหตุผลที่ต้องทน เราว่าอะไรแบบนั้นมันใช้ได้กับทุกงานเลย
เอาเป็นว่าถ้ากะดึกมีอะไรน่าเล่าเราก็จะมาเล่านะคะ รวมถึงถ้าผ่านไปเดือนนึงแล้วเราอาจจะมาเล่าอีกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพิ่มเติม ซึ่งความตั้งใจแรกๆ ของเราแล้วก็คือลองทำไปสักเดือนนึงก่อนถ้าไม่โอเคก็ค่อยออก เพราะงานเซเว่นมันก็ไม่ใช่งานที่เราอยากจะทำมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แถมตอนนี้เราก็ได้ของแถมเป็นอาการปวดไหล่แบบที่เอื้อมแขนก็ปวดนอนก็ปวด 3-4 วันก็ยังไม่หายเลยค่ะ น่าจะเพราะร่างกายยังปรับตัวกับการยืนนานๆ ไม่ทัน
กระทู้นี้ค่อนข้างยาวแต่ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ แล้วเจอกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ❤️❤️
ประสบการณ์ทำงาน 7-Eleven ครั้งแรก หลังทำมาได้ประมาณ 9 วัน
เซเว่นที่เราทำเป็นของแฟรนไชส์นะคะไม่ใช่บริษัท เราได้คุยกับผจก.ตั้งแต่สมัครแล้วว่าค่าแรงอยู่ที่ 351 บาท วันหยุดก็ 1 วันต่อสัปดาห์ 9-10 ชม. ส่วนเรื่องโอทีทางสาขาแจ้งรายละเอียดไว้ประมาณนี้ค่ะ เท่ากับว่าเราจะได้ต่อเดือนประมาณ 9,000 บาทนิดๆ จากข้อมูลดังกล่าวเราก็รับได้ค่ะ เพราะเรารู้ว่างานเซเว่นค่าแรงก็ประมาณนี้อยู่แล้ว (จากที่เราหาข้อมูลมาเหมือนค่าแรงของบริษัทกับแฟรนไชส์จะไม่เหมือนกัน ถ้าใครอยากจะสมัครเซเว่นก็แนะนำให้ถามเซเว่นนั้นๆ ก่อนนะคะว่าเป็นบริษัทหรือแฟรนไชส์ รวมถึงรายละเอียดเรื่องค่าแรงและเวลาทำงานด้วย)
วันแรกที่เราไปถึงช่วงประมาณ 10 โมงเช้าค่ะ ยอมรับว่าตื่นเต้นมากเพราะว่าไม่เคยทำเซเว่นมาก่อน กะเช้ามีอยู่ประมาณ 3 คน มีผู้จัดการแล้วก็ผู้ช่วยผู้จัดการแล้วก็พนักงาน 1 คน พี่ผู้ช่วยเนี่ยก็ให้เราไปฟ้อนของตรงวอลล์ (ตู้แช่เครื่องดื่ม ซึ่งก็คือดันของมาไว้ข้างหน้าลค.จะได้หยิบง่ายๆ) จากนั้นเราก็ได้รับมอบหมายอีกงานหนึ่งจากผู้จัดการคือเหมือนใช้เครื่องสแกนของ มันจะมี QR code ให้สแกนเพื่อดูว่าของที่พร่องไปจากเชลล์ในห้องเก็บของยังมีเหลืออยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็ให้มาเติมค่ะ ซึ่งฟังดูเหมือนจะง่ายนะคะ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยทำเลยแล้วของมันก็มีเยอะมากมันค่อนข้างจะงงแล้วก็หาของยาก เพราะว่าบางทีของมันก็กระจัดกระจาย เราใช้เวลาตรงนั้นเป็นหลายชั่วโมงเลยค่ะจนไม่รู้ว่าจะเติมอะไรแล้ว ไม่นานก็มีเพื่อนพนักงานคนนึงให้เราลองเติมน้ำแข็ง และพอรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำแล้วเราก็เลยไปถามพี่พนักงานว่าไหม เขาก็จะสอนเราล้างเจ็ทค่ะ (เครื่องกดน้ำ ชากาแฟ โอวัลติน) ล้างเสร็จก็ชงเครื่องดื่มใส่หม้อเก็บไว้ ซึ่งงานวันแรกๆ สำหรับเด็กใหม่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบที่เราเล่าไปนี่ล่ะค่ะ ยอมรับตรงๆ ว่าวันแรกจะเบื่อแล้วก็เหนื่อยเพราะว่าเราใหม่แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ก็คิดว่าช่วงแรกก็เป็นแบบนี้วันต่อไปก็จะดีขึ้นเมื่อเราเริ่มชินงาน
โดยวันที่ 2 และ 3 เราก็จะทำคล้ายๆ เดิมนะคะ แต่วันที่ 4 เราจะมากะบ่าย กะเช้าคือประมาณตั้งแต่ 7 โมงถึง 4 โมง กะบ่าย 13:30 น - 22:30 น ส่วนกะดึก 21:30 น ถึงประมาณ 7 โมงถึง 8 โมงนะคะโดยประมาณ แต่จากที่เราเจอมาเวลาจบกะบางครั้งก็อาจจะคลาดเคลื่อนจากเวลาที่กำหนดไว้ค่ะ เพราะเราจะทำหน้าที่เคลียร์กะได้เต็มที่ก็ต่อเมื่ออีกผลัดนึงมาหรือถึงจะกลับบ้านได้ ให้พูดก็คือต่อให้งานเราเสร็จถ้าอีกผลัดยังไม่มาเราก็ต้องรอค่ะ ตอนนี้เราอยู่กะบ่ายซะส่วนใหญ่ เวลากลับบ้านประมาณ 23:00 น. กว่าๆ ตลอดเลยค่ะ การกลับบ้านตรงเวลาแทบไม่ค่อยเกิดขึ้นเพราะกว่างานจะเสร็จกว่าอีกกะจะมา นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยเหมือนกันค่ะแม้จะทำมาแค่ประมาณ 9 วันก็ตาม
พอเข้าวันที่ 4 รุ่นพี่คนนึงก็สอนให้เรายืนเคาน์เตอร์เลยค่ะ เราไม่รู้ว่าคนอื่นเข้าเร็วแบบนี้หรือเปล่าแต่สาขาที่เราทำเหมือนคนมันจะไม่พอเราก็เลยต้องเริ่มทำเลย รุ่นพี่เขาสอนดีนะคะชัดเจน แต่ก็งงมากด้วยเพราะมันมีรายละเอียดหลายอย่างอยู่เหมือนกันที่ต้องจำ แต่ถามว่ายากไหมมันก็ไม่ได้ยากเกินไปแบบที่ทำไม่ได้ จนวันนี้เราก็เริ่มชินแล้วก็คล่องมากขึ้นแล้วค่ะ แต่ก็มีบางวันที่เฟลบ้าง เช่นคิดเงินผิดคิดเงินเกินเงินหายหรือทำแก้วน้ำหก มีเรื่องผิดพลาดบ้างในแต่ละวัน แต่ยังดีมีรุ่นพี่ช่วยคอยประกบอยู่ตลอดค่ะ ซึ่งมันก็ทำให้เราอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะเข้าเครื่องแล้วงานก็จะไม่ต่างจากเดิมมากเท่าไหร่ค่ะ กะบ่ายพอมาถึงก็เติมของ เติมของเสร็จก็เข้าเครื่องค่ะยาวๆ เลยจนประมาณ 4 ทุ่ม 4 ทุ่มครึ่งก็เคลียร์กะ กวาดร้าน ถูร้าน เติมของในวอลล์ พับลังกระดาษ ทิ้งถังขยะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีข้อสงสัยหนึ่งที่เราก็อยากจะถามทุกคนเหมือนกันค่ะ ถ้าใครทำงานเซเว่น งานของเราจะเสร็จเนี่ยมันขึ้นอยู่กับเพื่อนร่วมกะอีกคนนึงไหมคะ เพราะรุ่นพี่ที่เราอยู่ด้วยเขามีรูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน คนแรกดีมากค่ะช่วยเราทุกอย่าง เป็นคนเดียวกับที่สอนเรายืนเคาน์เตอร์ พี่เขากวาดร้านถูร้านให้ เข้าวอลล์แทนให้ ทำให้เสร็จก่อนทุกอย่าง เมื่อพออีกกะมาเราจะได้กลับบ้านเลย ส่วนคนที่สองก็ค่อนข้างดีค่ะ พี่เขาสอนเราเข้าวอลล์และบอกเราชัดเจนว่าต้องทำอะไร ส่วนคนสุดท้ายเขาก็โอเคนะคะ แต่เหมือนเขาไม่ค่อยรีบเคลียร์กะเลย เราต้องเป็นฝ่ายถามเขาก่อนว่าให้เข้าวอลล์ไหม คือเหมือนพี่เขาไม่ได้บอกอะไรชัดเจนถ้าเราไม่ถาม และพี่คนนี้ก็ทำเหมือนกับว่า อันนี้เรารู้สึกเองนะคะ ว่าการทำงานเลิกไม่ตรงเวลาหรือกลับบ้านดึกๆ เนี่ยเป็นเรื่องที่ปกติ พี่เขาดูไม่รีบเลยจริงๆ ในขณะที่เราอยากจะกลับบ้านใจจะขาด แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไรมากถ้ายังไม่ถามอะไรพี่เขาก่อน แล้วเราก็ยังไม่คล่องเกี่ยวกับการเติมของด้วยค่ะ ทั้งในวอลล์หรือในเชลล์ปกติ
เราก็เลยอยากถามทุกคนว่าเราสามารถทำทุกอย่างเองเลยได้ไหมโดยที่ไม่ต้องรออีกคนนึง เราอยากถามความเห็นทุกคน เรายอมรับว่าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอะไรเท่าไหร่ก็เลยอยากจะฟังประสบการณ์จากทุกคนด้วยว่าจริงๆ แล้วมันคงต้องเป็นยังไง
แล้ววันนี้ก็มาถึงคือวันที่เราต้องเข้ากะดึกวันแรกนะคะ แต่แค่วันเดียวพอวันต่อๆ ไปเราก็เข้ากะบ่ายยาวๆ กับรุ่นพี่คนที่เราเพิ่งพูดถึงไปนี่แหละค่ะ กะดึกเป็นกะที่เราแบบไม่อยากจะเข้าเลยอ่ะเพราะว่าถึงแม้ว่ามันจะเป็นกะที่เน้นเติมของอะไรพวกนี้ค่ะแต่เรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้มันปั่นป่วนชีวิตเวลานอนเรา แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ ถ้าเราคิดจะทำงานเซเว่นน่ะยังไงเราก็ต้องเข้ากะดึกอยู่ดี ซึ่งเราเข้ากะดึกกับรุ่นพี่คนที่ 2 นะคะ แล้วก็ไม่รู้ชะตากรรมต่อจากนี้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง มีความกังวลจนนอนไม่หลับเลย กลางวันพยายามนอนแล้วก็นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าคืนนี้จะไหวหรือเปล่านะคะเนี่ย5555+
ถึงแม้ว่าเราจะบ่นยาวเหยียดแต่เหตุผลที่เรามาทำงานเซเว่นเนี่ยก็ไม่ใช่เพื่อเงินเดือนอย่างเดียวแต่ก็เพื่อประสบการณ์ด้วยค่ะ อย่างที่ทุกคนรู้นะคะงานเซเว่นเนี่ยมันหนักไม่ได้แค่ยืนเคาน์เตอร์อย่างเดียว แต่ว่าต้องทำหลายอย่าง ทั้งเติมของ ทำความสะอาด และอาจจะต้องปรับตัวกับเพื่อนร่วมงานด้วยถ้ารูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน แต่เราคิดว่าการที่เปลี่ยนที่ทำงานใหม่หรือทำงานใหม่มันก็อาจจะไม่ได้การันตีว่ามันจะดีกว่าเดิมนะคะ เรามองว่าของแบบนี้มันต้องรอดูไปก่อน ยิ่งเราทำมายังไม่ถึงเดือนเรายังไม่อยากรีบตัดสินอะไร แต่มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องทนในสิ่งที่เราไม่ควรต้องทนโดยเฉพาะไม่มีเหตุผลที่ต้องทน เราว่าอะไรแบบนั้นมันใช้ได้กับทุกงานเลย
เอาเป็นว่าถ้ากะดึกมีอะไรน่าเล่าเราก็จะมาเล่านะคะ รวมถึงถ้าผ่านไปเดือนนึงแล้วเราอาจจะมาเล่าอีกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเพิ่มเติม ซึ่งความตั้งใจแรกๆ ของเราแล้วก็คือลองทำไปสักเดือนนึงก่อนถ้าไม่โอเคก็ค่อยออก เพราะงานเซเว่นมันก็ไม่ใช่งานที่เราอยากจะทำมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แถมตอนนี้เราก็ได้ของแถมเป็นอาการปวดไหล่แบบที่เอื้อมแขนก็ปวดนอนก็ปวด 3-4 วันก็ยังไม่หายเลยค่ะ น่าจะเพราะร่างกายยังปรับตัวกับการยืนนานๆ ไม่ทัน
กระทู้นี้ค่อนข้างยาวแต่ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ แล้วเจอกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ❤️❤️