เท้ง ย้ำ 1,600 ล้านทำ TH-AI ไม่คุ้มค่า ซ้ำอาจจำกัดเสรีในการถาม ยกโมเดลสิงคโปร์เน้นปฏิรูปภาครัฐ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871396
.

.
‘ณัฐพงษ์’ มอง TH-AI Passport ใช้งบ 1,600 ล้านไม่คุ้มค่า ชูโมเดลสิงคโปร์เน้นปฏิรูปภาครัฐ ชี้ อาจตีกรอบจำกัดเสรีภาพในการถาม-เจเนอเรตบางประเด็น
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า เราไม่ได้เห็นค้านในการช่วยกันยกระดับการตระหนักรู้และมีความรู้ในการใช้เอไอของประชาชนให้มากขึ้น แต่ประเด็นที่เราเคยตั้งคำถามคือความไม่โปร่งใสและการใช้งบประมาณ ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส แต่สิ่งที่ควรมองไปข้างหน้า ตนคิดว่าเงิน 1,600 ล้านบาท ถ้าพรรคประชาชนเข้าไปบริหาร ตนเชื่อว่าสามารถที่จะใช้จ่ายในการลงทุนได้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ในการเอาเอไอเข้ามาใช้ประโยชน์ในประเทศได้มากกว่านี้
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างการอภิปรายในสภาของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ว่า โจทย์หลักตอนนี้ในการพัฒนาเอไอ ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันทำโมเดล ไม่ได้แค่เรื่องของการสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนเข้ามาใช้เอไอเป็น แต่โจทย์ของภาครัฐคือจะสามารถนำเอไอเข้ามาใช้ในการปฏิรูปกระบวนการภายในภาครัฐอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุน เกิดประสิทธิภาพ และช่วยต่อยอดให้เอกชนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น ตนคิดว่าอันนี้เป็นโจทย์หลักที่ถ้าพวกเรามีโอกาส มีอำนาจในการตัดสินใจในการใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท น่าจะใช้งานได้คุ้มค่ามาก
.
เมื่อถามถึง กรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.
รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่าเป็นโครงการที่ห่วยกว่าของฟรี มีความเห็นอย่างไร เคยได้ลองใช้แล้วหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้ลองใช้งานมาบ้าง แต่ยังไม่ได้มากเท่าคนอื่น และเข้าใจว่าตอนนี้ก็มีหลายคนที่ช่วยกันเข้าไปทดลองอยู่แล้ว ตนคิดว่าโจทย์หลักตอนนี้จริงๆ อยู่ที่ว่า มันไม่ได้เป็นการวัดว่าเอไอในโครงการนี้ที่อยู่ในตลาด มีอะไรที่ดีหรือไม่ดีมากกว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วโครงการ TH-AI Passport ก็ใช้โมเดลจากบริษัทเทคที่มีขายอยู่ในตลาดอยู่แล้ว วัตถุประสงค์โครงการก็เพื่อต้องการทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ในการใช้เอไอมากขึ้น และมีความรู้เท่าทันเอไอมากขึ้น
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่ในมุมหนึ่งตนก็เห็นการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ซึ่งจะถูกหรือผิดก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และการพร้อมท์ การเจนเนอเรตเอไอบางอย่างก็ถูกตีกรอบในเรื่องที่อาจมีความเซนซิทีฟบางอย่าง ที่เอไอในโครงการของรัฐไม่สามารถตอบคำถามแบบนี้ได้ เมื่อเทียบกับใช้เอไอที่อยู่ในท้องตลาด ซึ่งเป็นเอไอโมเดลเดียวกัน แต่กลับตอบได้ ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตว่า เอไอในโครงการ TH-AI Passport ถูกตีกรอบเรื่องของการแสดงความคิดความเห็นเสรีภาพของประชาชนหรือไม่
.
.
เท้ง ดักคอครม.สัญจร สะพัดมีงบ 5 หมื่นล้านลงใต้ ถามคนพื้นที่ได้อะไร หรือแค่จัดเค้กให้กลุ่มทุนใกล้ชิด?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871442
.
‘ณัฐพงษ์’ ดักคอ ครม.สัญจรสงขลาสะพัดงบ 5 หมื่นล้าน ถามคนใต้ได้อะไร หรือแค่จัดเค้กให้กลุ่มทุนใกล้ชิด หนุน ‘นายกฯ’ เลิกตั้งรับไฟใต้ แต่จี้ปฏิรูปงานข่าว ปรับความไว้ใจ ปชช. เตรียมเสนอสภาถกญัตติด่วน 4 ก.ย.นี้
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา ว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่านอกจากที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีโครงการงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาทลงพื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาชนไม่ได้ติดใจตัวงบประมาณที่ลงไป แต่สิ่งสำคัญคือคนใต้จะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการต่างๆ
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ไม่ต้องการเห็น หากสังเกตจากการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลัง ที่ตัวแทนของรัฐบาลยอมรับผ่านการประชุมของสภาผู้แทนและวุฒิสภาว่า โครงการมีแต่งบประมาณ แต่ยังไม่มีแผนอะไร ดังนั้น จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่มีแผนแต่กู้เงินก้อนใหญ่ แปลว่าหาเงินมาก่อนค่อยหางานมาทำหรือไม่
.
“
คำว่าหาเงินมาทำ เราตั้งข้อสังเกตว่า หาผู้รับเหมาที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลมารับงานหรือไม่ ไม่ต้องการให้เกิดภาพแบบนั้นขึ้น กรณีนี้เช่นเดียวกัน 5 หมื่นล้าน ที่กำลังจะลงไปในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ต้องการให้รัฐบาลให้ภาพอย่างชัดเจนว่า อย่างน้อยอะไรเป็นเป้าหมายตัวชี้วัด ที่คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร มีความชัดเจนของโครงการระดับหนึ่ง มากกว่าที่จะโยนเงินก้อนใหญ่ไปแล้วสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์อาจเป็นกลุ่มทุน แต่ประชาชนกลับไม่ได้ประโยชน์อะไร” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจามีการพูดคุยกับวิปว่าจะมีการพิจารณาวันที่ 4 กันยายนนี้ โดยมองว่าประเด็นสำคัญในขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม สมช. ว่าฝ่ายรับหรือหน่วยงานของงรัฐไม่ควรเป็นฝ่ายตั้งรับ หรือรอให้เกิดสถานการณ์แล้วไปแก้ไข ซึ่งเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
.
“
แต่คำถามสำคัญในเรื่องของการข่าวของหน่วยในพื้นที่ เรากำลังมีปัญหาหรือไม่ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันเดียวกันพร้อมกันหลายสิบจุด เป็นแบบนี้ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าเราต้องเข้าไปแก้ไขในเรื่องของกระบวนการข่าวของเราอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญคือการที่คนในพื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ ต้องให้ความไว้ใจกับหน่วยงานของรัฐ ถึงจะได้การข่าวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว.
.
.
เท้ง บี้ ฟันตัวการใหญ่โกงสอบ หวั่น ซ้ำรอย แนะ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสรรหาบุคลากร
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871463
.
‘ณัฐพงษ์’ บี้ฟันตัวการใหญ่ทุจริตสอบท้องถิ่น เตือนหากไม่จัดการหวั่นซ้ำรอย ไม่กังวล งบท้องถิ่นบานปลาย หากมีการตรวจสอบถ่วงดุล แนะออกแบบแบ่งอำนาจท้องถิ่นสรรหาบุคลากร
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีการเพิกถอนกว่า 3,000 ตำแหน่งมองว่าการแก้ไขเพียงพอหรือไม่ ว่า เฉพาะกรณีที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้ติดใจอะไร ถ้ามีหลักฐานที่ปรากฏชัดก็จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งส่วนหนึ่งรัฐบาลพยายามผลักภาระไปให้ท้องถิ่นในการเซ็นคำสั่งปลดต่าง ๆ หากมองไปข้างหน้าไม่อยากให้กรณีนี้เป็นการถอดบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
“
เชื่อว่าจากกระบวนการสอบสวนทั้งหมดที่มีอยู่ และที่ประชาชนอยากเห็นคือ สามารถโยงกลับไปได้ว่าตัวการใหญ่คือใคร ตราบใดที่ยังจัดการตัวการใหญ่ไม่ได้ การทุจริตสอบท้องถิ่น คิดว่าต่อไปอาจจะมีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นอีก” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า บางหน่วยงานอาจกังวลเรื่องการขาดกำลังคนในการปฏิบัติงานจึงวางแผนจ้างเหมา เรื่องนี้ควรทำหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พัวพันหลายเรื่องเช่น การให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการบุคลากรในระดับหนึ่ง ซึ่งมีความเห็นไว้ว่า หากให้อำนาจการจัดการบุคลากรกับท้องถิ่นทั้งหมด ก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาการทุจริตด้วยหรือไม่ เราก็มีข้อเสนอการได้มาซึ่งบุคลากรท้องถิ่นสามารถออกแบบได้ บางอย่างยังคงไว้ที่ส่วนกลาง เช่น การสอบภาค ก. ส่วนอะไรที่กระจายให้ท้องถิ่นได้ เพื่อให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นในการหาบุคลากรก็ควรจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น
.
เมื่อถามว่า จะทำให้งบประมาณท้องถิ่นบานปลายใช่หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ภารกิจหลักของท้องถิ่น คือการให้บริการสาธารณะที่ใกล้ชิดกับประชาชนทั้งการจัดเก็บขยะ สาธารณสุข สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใช้แรงงานหรือบุคลากรจากภาครัฐค่อนข้างสูง แล้วอีกมุมหนึ่งไม่ได้กังวลว่าจะทำให้งบประมาณบุคลากรท้องถิ่นบานปลาย
.
“
เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการคือ การถ่วงดุลตรวจสอบที่โปร่งใส มั่นใจได้ว่างบประมาณไม่ว่าจะอยู่ส่วนกลาง หรือท้องถิ่นถูกใช้จ่ายอย่างตรงไปตรงมา และทำให้การใช้บริการสาธารณะท้องถิ่นดีขึ้นได้” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
.
เท้ง ไม่ทราบ พรรคเคยทาบ ชีวะภาพ ลงอบจ.สิงห์บุรี หรือไม่ โต้ปมจัดเลี้ยง ยันทำถูกต้อง ไร้สัญญาตอบแทน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871490
.
‘เท้ง’ โต้ ‘ชีวะภาพ’ ปมจัดเลี้ยงร้านเดียวกัน ยันพรรคส้มทำถูกต้อง ไร้สัญญาตอบแทน ไม่ทราบ เคยทาบทามลง อบจ.สิงห์บุรีด้วย เมินโดนแฉถึงคดีรุกป่าแม่ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม บอกเป็นความเห็นที่วิเคราะห์กันได้ โต้ข้อครหา ‘ปชน.’ เล่นเกมเพลย์เซฟ ปล่อย ‘ไอลอว์’ เปิดหลักฐานคดีฮั้วสว.ก่อนค่อยตาม บี้ กกต. เร่งส่งศาลฟัน ชี้ทอดเวลา ยิ่งปฏิเสธความรับผิดชอบยาก
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า สิ่งที่ตนและประชาชนอยากเห็นคือการตรวจสอบเดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรมที่เร็วที่สุด ยิ่งล่าช้าก็เกิดความไม่ยุติธรรมเพิ่ม ส่วนตัวไม่อยากให้มีการเลื่อน แต่ในฐานะฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ยิ่งทอดเวลาออกไป ฝ่ายค้านก็ยิ่งมีเวลาในการเอาหลักฐานออกมาให้สังคมได้เห็นว่าจริงๆ แล้ว การใช้อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ก็ควรส่งให้ศาลได้แล้ว ยิ่งทอดเวลาออกไปเท่าไหร่ กกต. ก็ยิ่งปฏิเสธการใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
.
เมื่อถามว่า หลักฐานที่มีอยู่เป็นพยานบุคคลเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีน้ำหนักในสำนวน กังวลหรือไม่ว่าจะไปถึงขั้นเอาผิดไม่ได้ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีทั้งคลิปเสียง เอกสารการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินสำหรับการเดินทาง แต่หลักฐานที่เชื่อได้ว่ามัดตัวได้มากที่สุดคือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นเงิน แต่ต้องยอมรับว่าข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ อยู่ในสำนวน ก็จะมีหลักฐานเหล่านี้ด้วย
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น คนที่สามารถทำให้สังคมคลายข้อสงสัยได้มากที่สุดคือ กกต. เนื่องจากเฉพาะหลักฐานที่เปิดออกมาตอนนี้ ก็ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือก ส.ว. อยู่แล้ว หน้าที่ของ กกต. ไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่ต้องส่งให้ศาลดำเนินคดีต่อ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการถึงศาล ก็จะเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาข้อมูลหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นาย
ชีวะภาพ ชีวะธรรม ส.ว. ออกมาเปิดเผยว่าคณะก้าวหน้าและไอลอว์ ก็เคยจัดเลี้ยงในร้านเดียวกันตอนเลือก ส.ว. นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องของการขับเคลื่อน ทำให้ผู้สมัครแต่ละคนรู้จักประวัติ โดยที่ไม่มีผลประโยชน์หรือการสัญญาว่าจะให้เบื้องหลัง ไม่มีโพยแบ่งว่าจะเลือกใคร ส่วนตัวมองว่าได้ เพราะในกระบวนการเลือก ส.ว. หากต่างคนต่างไม่รู้จักกัน ไม่เคยตรวจสอบประวัติกันมาก่อน เมื่อถึงวันเลือกก็อาจทำให้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามคนออกแบบ
JJNY : 6in1 เท้งย้ำ TH-AI ไม่คุ้ม│เท้งดักคอครม.│เท้งบี้ฟันตัวการ│เท้งไม่ทราบเคยทาบ│เดชรัตพบชาวสวน│โพลชี้ค้านขึ้นภาษี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871396
.
.
‘ณัฐพงษ์’ มอง TH-AI Passport ใช้งบ 1,600 ล้านไม่คุ้มค่า ชูโมเดลสิงคโปร์เน้นปฏิรูปภาครัฐ ชี้ อาจตีกรอบจำกัดเสรีภาพในการถาม-เจเนอเรตบางประเด็น
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า เราไม่ได้เห็นค้านในการช่วยกันยกระดับการตระหนักรู้และมีความรู้ในการใช้เอไอของประชาชนให้มากขึ้น แต่ประเด็นที่เราเคยตั้งคำถามคือความไม่โปร่งใสและการใช้งบประมาณ ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส แต่สิ่งที่ควรมองไปข้างหน้า ตนคิดว่าเงิน 1,600 ล้านบาท ถ้าพรรคประชาชนเข้าไปบริหาร ตนเชื่อว่าสามารถที่จะใช้จ่ายในการลงทุนได้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ในการเอาเอไอเข้ามาใช้ประโยชน์ในประเทศได้มากกว่านี้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างการอภิปรายในสภาของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ว่า โจทย์หลักตอนนี้ในการพัฒนาเอไอ ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันทำโมเดล ไม่ได้แค่เรื่องของการสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนเข้ามาใช้เอไอเป็น แต่โจทย์ของภาครัฐคือจะสามารถนำเอไอเข้ามาใช้ในการปฏิรูปกระบวนการภายในภาครัฐอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุน เกิดประสิทธิภาพ และช่วยต่อยอดให้เอกชนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น ตนคิดว่าอันนี้เป็นโจทย์หลักที่ถ้าพวกเรามีโอกาส มีอำนาจในการตัดสินใจในการใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท น่าจะใช้งานได้คุ้มค่ามาก
.
เมื่อถามถึง กรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่าเป็นโครงการที่ห่วยกว่าของฟรี มีความเห็นอย่างไร เคยได้ลองใช้แล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้ลองใช้งานมาบ้าง แต่ยังไม่ได้มากเท่าคนอื่น และเข้าใจว่าตอนนี้ก็มีหลายคนที่ช่วยกันเข้าไปทดลองอยู่แล้ว ตนคิดว่าโจทย์หลักตอนนี้จริงๆ อยู่ที่ว่า มันไม่ได้เป็นการวัดว่าเอไอในโครงการนี้ที่อยู่ในตลาด มีอะไรที่ดีหรือไม่ดีมากกว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้วโครงการ TH-AI Passport ก็ใช้โมเดลจากบริษัทเทคที่มีขายอยู่ในตลาดอยู่แล้ว วัตถุประสงค์โครงการก็เพื่อต้องการทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ในการใช้เอไอมากขึ้น และมีความรู้เท่าทันเอไอมากขึ้น
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่ในมุมหนึ่งตนก็เห็นการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ซึ่งจะถูกหรือผิดก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และการพร้อมท์ การเจนเนอเรตเอไอบางอย่างก็ถูกตีกรอบในเรื่องที่อาจมีความเซนซิทีฟบางอย่าง ที่เอไอในโครงการของรัฐไม่สามารถตอบคำถามแบบนี้ได้ เมื่อเทียบกับใช้เอไอที่อยู่ในท้องตลาด ซึ่งเป็นเอไอโมเดลเดียวกัน แต่กลับตอบได้ ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตว่า เอไอในโครงการ TH-AI Passport ถูกตีกรอบเรื่องของการแสดงความคิดความเห็นเสรีภาพของประชาชนหรือไม่
.
.
เท้ง ดักคอครม.สัญจร สะพัดมีงบ 5 หมื่นล้านลงใต้ ถามคนพื้นที่ได้อะไร หรือแค่จัดเค้กให้กลุ่มทุนใกล้ชิด?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871442
.
‘ณัฐพงษ์’ ดักคอ ครม.สัญจรสงขลาสะพัดงบ 5 หมื่นล้าน ถามคนใต้ได้อะไร หรือแค่จัดเค้กให้กลุ่มทุนใกล้ชิด หนุน ‘นายกฯ’ เลิกตั้งรับไฟใต้ แต่จี้ปฏิรูปงานข่าว ปรับความไว้ใจ ปชช. เตรียมเสนอสภาถกญัตติด่วน 4 ก.ย.นี้
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา ว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่านอกจากที่รัฐบาลประกาศว่าจะมีโครงการงบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาทลงพื้นที่ภาคใต้ พรรคประชาชนไม่ได้ติดใจตัวงบประมาณที่ลงไป แต่สิ่งสำคัญคือคนใต้จะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการต่างๆ
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ไม่ต้องการเห็น หากสังเกตจากการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลัง ที่ตัวแทนของรัฐบาลยอมรับผ่านการประชุมของสภาผู้แทนและวุฒิสภาว่า โครงการมีแต่งบประมาณ แต่ยังไม่มีแผนอะไร ดังนั้น จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่มีแผนแต่กู้เงินก้อนใหญ่ แปลว่าหาเงินมาก่อนค่อยหางานมาทำหรือไม่
.
“คำว่าหาเงินมาทำ เราตั้งข้อสังเกตว่า หาผู้รับเหมาที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลมารับงานหรือไม่ ไม่ต้องการให้เกิดภาพแบบนั้นขึ้น กรณีนี้เช่นเดียวกัน 5 หมื่นล้าน ที่กำลังจะลงไปในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ต้องการให้รัฐบาลให้ภาพอย่างชัดเจนว่า อย่างน้อยอะไรเป็นเป้าหมายตัวชี้วัด ที่คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร มีความชัดเจนของโครงการระดับหนึ่ง มากกว่าที่จะโยนเงินก้อนใหญ่ไปแล้วสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์อาจเป็นกลุ่มทุน แต่ประชาชนกลับไม่ได้ประโยชน์อะไร” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจามีการพูดคุยกับวิปว่าจะมีการพิจารณาวันที่ 4 กันยายนนี้ โดยมองว่าประเด็นสำคัญในขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม สมช. ว่าฝ่ายรับหรือหน่วยงานของงรัฐไม่ควรเป็นฝ่ายตั้งรับ หรือรอให้เกิดสถานการณ์แล้วไปแก้ไข ซึ่งเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
.
“แต่คำถามสำคัญในเรื่องของการข่าวของหน่วยในพื้นที่ เรากำลังมีปัญหาหรือไม่ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันเดียวกันพร้อมกันหลายสิบจุด เป็นแบบนี้ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าเราต้องเข้าไปแก้ไขในเรื่องของกระบวนการข่าวของเราอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญคือการที่คนในพื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ ต้องให้ความไว้ใจกับหน่วยงานของรัฐ ถึงจะได้การข่าวที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว.
.
.
เท้ง บี้ ฟันตัวการใหญ่โกงสอบ หวั่น ซ้ำรอย แนะ กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสรรหาบุคลากร
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871463
.
‘ณัฐพงษ์’ บี้ฟันตัวการใหญ่ทุจริตสอบท้องถิ่น เตือนหากไม่จัดการหวั่นซ้ำรอย ไม่กังวล งบท้องถิ่นบานปลาย หากมีการตรวจสอบถ่วงดุล แนะออกแบบแบ่งอำนาจท้องถิ่นสรรหาบุคลากร
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีการเพิกถอนกว่า 3,000 ตำแหน่งมองว่าการแก้ไขเพียงพอหรือไม่ ว่า เฉพาะกรณีที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้ติดใจอะไร ถ้ามีหลักฐานที่ปรากฏชัดก็จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งส่วนหนึ่งรัฐบาลพยายามผลักภาระไปให้ท้องถิ่นในการเซ็นคำสั่งปลดต่าง ๆ หากมองไปข้างหน้าไม่อยากให้กรณีนี้เป็นการถอดบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
“เชื่อว่าจากกระบวนการสอบสวนทั้งหมดที่มีอยู่ และที่ประชาชนอยากเห็นคือ สามารถโยงกลับไปได้ว่าตัวการใหญ่คือใคร ตราบใดที่ยังจัดการตัวการใหญ่ไม่ได้ การทุจริตสอบท้องถิ่น คิดว่าต่อไปอาจจะมีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นอีก” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า บางหน่วยงานอาจกังวลเรื่องการขาดกำลังคนในการปฏิบัติงานจึงวางแผนจ้างเหมา เรื่องนี้ควรทำหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พัวพันหลายเรื่องเช่น การให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการบุคลากรในระดับหนึ่ง ซึ่งมีความเห็นไว้ว่า หากให้อำนาจการจัดการบุคลากรกับท้องถิ่นทั้งหมด ก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาการทุจริตด้วยหรือไม่ เราก็มีข้อเสนอการได้มาซึ่งบุคลากรท้องถิ่นสามารถออกแบบได้ บางอย่างยังคงไว้ที่ส่วนกลาง เช่น การสอบภาค ก. ส่วนอะไรที่กระจายให้ท้องถิ่นได้ เพื่อให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นในการหาบุคลากรก็ควรจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น
.
เมื่อถามว่า จะทำให้งบประมาณท้องถิ่นบานปลายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ภารกิจหลักของท้องถิ่น คือการให้บริการสาธารณะที่ใกล้ชิดกับประชาชนทั้งการจัดเก็บขยะ สาธารณสุข สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใช้แรงงานหรือบุคลากรจากภาครัฐค่อนข้างสูง แล้วอีกมุมหนึ่งไม่ได้กังวลว่าจะทำให้งบประมาณบุคลากรท้องถิ่นบานปลาย
.
“เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการคือ การถ่วงดุลตรวจสอบที่โปร่งใส มั่นใจได้ว่างบประมาณไม่ว่าจะอยู่ส่วนกลาง หรือท้องถิ่นถูกใช้จ่ายอย่างตรงไปตรงมา และทำให้การใช้บริการสาธารณะท้องถิ่นดีขึ้นได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
.
เท้ง ไม่ทราบ พรรคเคยทาบ ชีวะภาพ ลงอบจ.สิงห์บุรี หรือไม่ โต้ปมจัดเลี้ยง ยันทำถูกต้อง ไร้สัญญาตอบแทน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5871490
.
‘เท้ง’ โต้ ‘ชีวะภาพ’ ปมจัดเลี้ยงร้านเดียวกัน ยันพรรคส้มทำถูกต้อง ไร้สัญญาตอบแทน ไม่ทราบ เคยทาบทามลง อบจ.สิงห์บุรีด้วย เมินโดนแฉถึงคดีรุกป่าแม่ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม บอกเป็นความเห็นที่วิเคราะห์กันได้ โต้ข้อครหา ‘ปชน.’ เล่นเกมเพลย์เซฟ ปล่อย ‘ไอลอว์’ เปิดหลักฐานคดีฮั้วสว.ก่อนค่อยตาม บี้ กกต. เร่งส่งศาลฟัน ชี้ทอดเวลา ยิ่งปฏิเสธความรับผิดชอบยาก
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า สิ่งที่ตนและประชาชนอยากเห็นคือการตรวจสอบเดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรมที่เร็วที่สุด ยิ่งล่าช้าก็เกิดความไม่ยุติธรรมเพิ่ม ส่วนตัวไม่อยากให้มีการเลื่อน แต่ในฐานะฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ยิ่งทอดเวลาออกไป ฝ่ายค้านก็ยิ่งมีเวลาในการเอาหลักฐานออกมาให้สังคมได้เห็นว่าจริงๆ แล้ว การใช้อำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ก็ควรส่งให้ศาลได้แล้ว ยิ่งทอดเวลาออกไปเท่าไหร่ กกต. ก็ยิ่งปฏิเสธการใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
.
เมื่อถามว่า หลักฐานที่มีอยู่เป็นพยานบุคคลเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีน้ำหนักในสำนวน กังวลหรือไม่ว่าจะไปถึงขั้นเอาผิดไม่ได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีทั้งคลิปเสียง เอกสารการจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินสำหรับการเดินทาง แต่หลักฐานที่เชื่อได้ว่ามัดตัวได้มากที่สุดคือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเส้นเงิน แต่ต้องยอมรับว่าข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้ อยู่ในสำนวน ก็จะมีหลักฐานเหล่านี้ด้วย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น คนที่สามารถทำให้สังคมคลายข้อสงสัยได้มากที่สุดคือ กกต. เนื่องจากเฉพาะหลักฐานที่เปิดออกมาตอนนี้ ก็ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือก ส.ว. อยู่แล้ว หน้าที่ของ กกต. ไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด แต่ต้องส่งให้ศาลดำเนินคดีต่อ เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการถึงศาล ก็จะเป็นอำนาจของศาลในการพิจารณาข้อมูลหลักฐานและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ส.ว. ออกมาเปิดเผยว่าคณะก้าวหน้าและไอลอว์ ก็เคยจัดเลี้ยงในร้านเดียวกันตอนเลือก ส.ว. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องของการขับเคลื่อน ทำให้ผู้สมัครแต่ละคนรู้จักประวัติ โดยที่ไม่มีผลประโยชน์หรือการสัญญาว่าจะให้เบื้องหลัง ไม่มีโพยแบ่งว่าจะเลือกใคร ส่วนตัวมองว่าได้ เพราะในกระบวนการเลือก ส.ว. หากต่างคนต่างไม่รู้จักกัน ไม่เคยตรวจสอบประวัติกันมาก่อน เมื่อถึงวันเลือกก็อาจทำให้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามคนออกแบบ