อ้างอิงจากภาพประเด็นข่าวจากกระทู้ของคุณพรพระพรหม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://pantip.com/topic/44214011
ในทางพระพุทธศาสนา มีการกล่าวถึง "มารดา" หรือ "แม่" ในสองมิติสัจจะอย่างลึกซึ้ง
ซึ่งมีความหมายและหน้าที่ต่อจิตวิญญาณต่างกันอย่างสิ้นเชิง
๑. แม่ทางโลก (สมมติสัจจะ): พรหมและครูคนแรกผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่
พระพุทธองค์และพระอรรถกถาจารย์ได้จำแนกคุณของมารดาทางโลกไว้ ๔ ประการ ดังนี้:
๑. มิตา / มาตา (ผู้เฝ้ามองและนับความเจริญ):
มาจากรากศัพท์บาลีที่เกี่ยวกับการกะเกณฑ์หรือนับเวลา
หมายถึง ผู้ที่คอยเฝ้าคำนวณวันเวลาตั้งแต่ยามอยู่นอกและในครรภ์
ประคบประหงมเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
๒. โปสิกา / ถญฺญทายิกา (ผู้บำเพ็ญโลหิตทาน):
ผู้เลี้ยงดูที่ยอมเสียสละเปลี่ยนเลือดในอกให้กลายเป็นน้ำนมเลี้ยงรอดชีวิตมาได้
ร่างกายและชีวิตของเราจึงเติบโตมาจากอุปธิสมบัติที่แม่มอบให้
๓. พรหมาติ มาตาปิตโร (พรหมของลูก):
มารดาบิดาได้ชื่อว่าเป็น "พรหม" เพราะประกอบด้วยพรหมวิหาร ๔ อย่างบริบูรณ์
คือ
เมตตา (ปรารถนาให้สุข),
กรุณา (ช่วยยามทุกข์),
มุทิตา (ยินดียามสำเร็จ)
และ
อุเบกขา (เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ยามลูกเติบโตรับผิดชอบตนเอง)
๔. ปุพฺพาจริยา และ อหุนิยบุคคล (ครูคนแรกและพระอรหันต์ในบ้าน):
เป็นครูคนแรกที่สอนให้รู้จักโลก สอนเดิน สอนพูด และเป็นผู้ควรแก่การบูชาและการเลี้ยงดูตอบแทน
ข้อคิดโยนิโสมนสิการ: การที่ปุถุชนบางท่านเกิดความตระหนี่ในกุศล
แล้วหลงตัดพ้อต่อว่าผู้มีพระคุณเพียงเพราะความทุกข์ในชีวิต
โดยอ้างว่า
"ไม่ได้ขอมาเกิด" จึงเป็นการมองข้ามคุณแห่ง "มาตา" ผู้เป็นพรหมและครูคนแรกอย่างน่าเสียดายยิ่ง
๒. แม่ทางธรรม (ปรมัตถสัจจะ): ตัณหาผู้ให้กำเนิดภพชาติและอสรพิษ
ในทางปรมัตถ์ พระบรมศาสดาทรงเรียก
"ตัณหา"
ว่าเป็น
"มารดา" เพราะเป็นสภาวะที่ยังสัตว์ให้เกิดในภพชาติต่างๆ ไม่สิ้นสุด
ทว่า แม่ทางธรรม (ตัณหา) นี้เป็น
'ปหาตัพพธรรม' (สภาวะที่พึงละ)
เพราะไม่ใช่แม่ผู้โอบอุ้มด้วยเมตตา แต่เป็นดั่ง
'แม่งูพิษ'
ที่เมื่อคลอดลูก (ภพชาติและความทุกข์) ออกมาแล้ว
ก็ย้อนกลับมากินลูกของตนเองอยู่ทุกวี่วันด้วยความหิวโหย
การกตัญญูและสยบยอมต่อตัณหา จึงไม่ต่างจากการยื่นชีวิตให้แม่งูพิษกลืนกินจนไม่เหลือความสุขที่แท้จริง
สรุปธรรมะผ่านบทกลอน
พรหมผู้โอบอุ้ม กับ แม่งูพิษ
แม่ทางโลก คือพรหมผู้โอบอุ้ม
คอยโอบอุ้มเฝ้าดูอยู่ไม่หาย
มอบเลือดเนื้อน้ำนมถนอมกาย
เป็นครูแรกมิเสื่อมคลายสายสัมพันธ์
แม่ทางธรรม คือ ตัณหา พาเกิดก่อ
ไม่เคยพอพาหลงในสงสาร
ดั่งแม่งูพิษกลืนกินลูกมานาน
พึงใช้มรรคฟันผลาญปลดพ้นภัยฯ
"ผมไม่ได้ขอมาเกิด" — สองมาตาในสองมิติธรรม: พรหมผู้โอบอุ้ม กับ ตัณหาอสรพิษ
อ้างอิงจากภาพประเด็นข่าวจากกระทู้ของคุณพรพระพรหม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ในทางพระพุทธศาสนา มีการกล่าวถึง "มารดา" หรือ "แม่" ในสองมิติสัจจะอย่างลึกซึ้ง
ซึ่งมีความหมายและหน้าที่ต่อจิตวิญญาณต่างกันอย่างสิ้นเชิง
๑. แม่ทางโลก (สมมติสัจจะ): พรหมและครูคนแรกผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่
พระพุทธองค์และพระอรรถกถาจารย์ได้จำแนกคุณของมารดาทางโลกไว้ ๔ ประการ ดังนี้:
๑. มิตา / มาตา (ผู้เฝ้ามองและนับความเจริญ):
มาจากรากศัพท์บาลีที่เกี่ยวกับการกะเกณฑ์หรือนับเวลา
หมายถึง ผู้ที่คอยเฝ้าคำนวณวันเวลาตั้งแต่ยามอยู่นอกและในครรภ์
ประคบประหงมเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
๒. โปสิกา / ถญฺญทายิกา (ผู้บำเพ็ญโลหิตทาน):
ผู้เลี้ยงดูที่ยอมเสียสละเปลี่ยนเลือดในอกให้กลายเป็นน้ำนมเลี้ยงรอดชีวิตมาได้
ร่างกายและชีวิตของเราจึงเติบโตมาจากอุปธิสมบัติที่แม่มอบให้
๓. พรหมาติ มาตาปิตโร (พรหมของลูก):
มารดาบิดาได้ชื่อว่าเป็น "พรหม" เพราะประกอบด้วยพรหมวิหาร ๔ อย่างบริบูรณ์
คือ เมตตา (ปรารถนาให้สุข), กรุณา (ช่วยยามทุกข์), มุทิตา (ยินดียามสำเร็จ)
และ อุเบกขา (เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ยามลูกเติบโตรับผิดชอบตนเอง)
๔. ปุพฺพาจริยา และ อหุนิยบุคคล (ครูคนแรกและพระอรหันต์ในบ้าน):
เป็นครูคนแรกที่สอนให้รู้จักโลก สอนเดิน สอนพูด และเป็นผู้ควรแก่การบูชาและการเลี้ยงดูตอบแทน
ข้อคิดโยนิโสมนสิการ: การที่ปุถุชนบางท่านเกิดความตระหนี่ในกุศล
แล้วหลงตัดพ้อต่อว่าผู้มีพระคุณเพียงเพราะความทุกข์ในชีวิต
โดยอ้างว่า "ไม่ได้ขอมาเกิด" จึงเป็นการมองข้ามคุณแห่ง "มาตา" ผู้เป็นพรหมและครูคนแรกอย่างน่าเสียดายยิ่ง
๒. แม่ทางธรรม (ปรมัตถสัจจะ): ตัณหาผู้ให้กำเนิดภพชาติและอสรพิษ
ในทางปรมัตถ์ พระบรมศาสดาทรงเรียก "ตัณหา"
ว่าเป็น "มารดา" เพราะเป็นสภาวะที่ยังสัตว์ให้เกิดในภพชาติต่างๆ ไม่สิ้นสุด
ทว่า แม่ทางธรรม (ตัณหา) นี้เป็น 'ปหาตัพพธรรม' (สภาวะที่พึงละ)
เพราะไม่ใช่แม่ผู้โอบอุ้มด้วยเมตตา แต่เป็นดั่ง 'แม่งูพิษ'
ที่เมื่อคลอดลูก (ภพชาติและความทุกข์) ออกมาแล้ว
ก็ย้อนกลับมากินลูกของตนเองอยู่ทุกวี่วันด้วยความหิวโหย
การกตัญญูและสยบยอมต่อตัณหา จึงไม่ต่างจากการยื่นชีวิตให้แม่งูพิษกลืนกินจนไม่เหลือความสุขที่แท้จริง
สรุปธรรมะผ่านบทกลอน
พรหมผู้โอบอุ้ม กับ แม่งูพิษ
แม่ทางโลก คือพรหมผู้โอบอุ้ม
คอยโอบอุ้มเฝ้าดูอยู่ไม่หาย
มอบเลือดเนื้อน้ำนมถนอมกาย
เป็นครูแรกมิเสื่อมคลายสายสัมพันธ์
แม่ทางธรรม คือ ตัณหา พาเกิดก่อ
ไม่เคยพอพาหลงในสงสาร
ดั่งแม่งูพิษกลืนกินลูกมานาน
พึงใช้มรรคฟันผลาญปลดพ้นภัยฯ