จ่ายเพิ่ม Topping ส้มตำ แต่ได้มานิดเดียว แบบนี้เอาเปรียบผู้บริโภคไหม

ขอถามในมุมคนทำร้านอาหารหรือคนที่เคยสั่งส้มตำเดลิเวอรีค่ะ ว่ากรณีแบบนี้ถือว่าปกติไหม
เราเคยสั่งส้มตำจากร้านหนึ่ง ขอเรียกว่าร้าน “ป.” นะคะ เป็นร้านที่คนสั่งค่อนข้างเยอะ มีหลายสาขา และขายดีในเดลิเวอรี รสชาติโดยรวมเราว่าอร่อยค่ะ

ครั้งแรกเราเคยสั่งส้มตำจากร้านนี้ โดยเพิ่ม Topping ไป 2 อย่าง และมีการจ่ายเงินเพิ่มตามราคาที่ร้านกำหนด

พออาหารมาถึง ตอนนั้นเราถึงกับต้องพลิกถุงดูเลยค่ะว่า “ใส่ Topping มาให้จริงหรือเปล่า?” เพราะรู้สึกว่าปริมาณที่เห็นมันน้อยมาก ทั้งที่เป็นส้มตำปกติและเราเพิ่มเงินสำหรับ Topping ไปอีก 2 อย่าง

ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากค่ะ แค่รู้สึกสงสัยว่า หรือจริง ๆ แล้วร้านอาจจะไม่ได้เพิ่มปริมาณ แต่เอา Topping ที่สั่งเพิ่มไปผสมกับส้มตำในปริมาณรวมเท่าเดิม?

เพราะค่า Topping ที่จ่ายเพิ่มก็ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณที่เห็น แต่ตอนนั้นก็เก็บความสงสัยไว้ ไม่ได้คิดอะไรต่อ

ต่อมาเรารู้สึกว่ารสชาติอร่อย เลยลองสั่งผ่าน Grab อีกครั้งค่ะ

ครั้งนี้เพิ่ม Topping ประมาณ 3 อย่าง จำรายละเอียดราคาแต่ละอย่างไม่ได้ทั้งหมด แต่ประมาณอย่างละ 20–50 บาท และมีบางรายการสูงกว่านั้น ส่วนข้าวโพดจำได้ว่าจ่ายเพิ่มประมาณ 40 บาท

พออาหารมาถึง เรากลับรู้สึกสงสัยกว่าเดิมค่ะ

อย่างแรกคือข้าวโพด
เราจ่ายเพิ่มประมาณ 40 บาท แต่ปริมาณข้าวโพดที่ได้มา น่าจะประมาณแค่เศษ 1/5 ของข้าวโพดหนึ่งฝัก หรือประมาณนั้น คือเห็นแล้วรู้สึกว่า “แค่นี้เองเหรอ?”

ส่วน Topping ประเภทอื่น ๆ ที่เราเพิ่มเงินไป เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ปริมาณของเครื่องที่ได้ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าส้มตำมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ความรู้สึกของเราคือ ถ้าไม่บอกว่าเพิ่ม Topping และไม่รู้ว่ามีการจ่ายเงินเพิ่ม เราอาจมองว่านี่คือส้มตำปูปลาร้าธรรมดา 1 จานด้วยซ้ำ

เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า

โดยปกติร้านอาหารเวลาลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเพิ่ม Topping ร้านควรเพิ่ม “ปริมาณ” ของวัตถุดิบนั้นตามราคาที่จ่ายหรือไม่?

หรือจริง ๆ แล้วนโยบายของร้านอาจเป็นเพียงการใส่วัตถุดิบเพิ่มเข้าไปเล็กน้อย แต่ปริมาณส้มตำรวมยังเท่าเดิม?

เช่น ถ้าส้มตำปกติ 1 จานมีมะละกอและเครื่องต่าง ๆ อยู่ในปริมาณหนึ่ง แล้วลูกค้าจ่ายเพิ่มข้าวโพด 40 บาท ร้านใส่ข้าวโพดให้เล็กน้อย แต่ลดหรือไม่ได้เพิ่มส่วนอื่น ๆ เพื่อให้ปริมาณรวมของจานเท่าเดิม แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติไหมคะ?

เราไม่ได้อยากกล่าวหาว่าร้านโกงนะคะ เพราะไม่รู้ว่าทางร้านมีมาตรฐานหรือวิธีคิดอย่างไร และอาจเป็นนโยบายของร้านที่เราไม่เข้าใจก็ได้

แต่ในฐานะผู้บริโภค เรารู้สึกว่า ถ้าจ่ายค่า Topping เพิ่มหลายอย่าง แล้วปริมาณอาหารโดยรวมแทบไม่ต่างจากเมนูปกติ มันก็ทำให้รู้สึกไม่ค่อยคุ้มกับเงินที่จ่ายเพิ่มค่ะ

ที่เสียดายคือร้านนี้รสชาติอร่อยมาก และเป็นร้านที่คนสั่งเยอะ มีหลายสาขาด้วย เลยยิ่งสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นมาตรฐานของร้านหรือเปล่า

อยากถามคนที่ทำร้านอาหาร หรือคนที่เคยสั่ง Topping เพิ่มว่า

เวลาลูกค้าจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเพิ่ม Topping ปกติร้านจะเพิ่มในปริมาณประมาณไหน?
ถ้าจ่ายเพิ่มหลายอย่าง แต่ปริมาณอาหารรวมเท่าเดิม ถือว่าปกติไหม?
หรือจริง ๆ แล้วค่า Topping เป็นเพียง “ค่าของวัตถุดิบที่เพิ่มเข้าไป” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเพิ่มปริมาณอาหารโดยรวม?
ถ้าเป็นกรณีของข้าวโพดที่จ่ายเพิ่มประมาณ 40 บาท แต่ได้มาเพียงปริมาณเล็กน้อยมาก ๆ แบบนี้ถือว่าเหมาะสมหรือไม่?

อยากฟังมุมคนทำร้านอาหารจริง ๆ ค่ะ เพราะเราอาจกำลังเข้าใจระบบของร้านผิดก็ได้

รสชาติร้านนี้เราให้ผ่านนะคะ แต่เรื่อง Topping ยังติดใจและสงสัยอยู่จริง ๆ ค่ะ

ส่วนตัวเราเคยสั่งส้มตำร้านอื่นแล้วเพิ่ม Topping หลายครั้ง และสิ่งที่ได้รับเป็นปกติมาก ๆ คือพอจ่ายเงินเพิ่ม ปริมาณวัตถุดิบและปริมาณอาหารโดยรวมก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พูดง่าย ๆ ก็คือเหมือนสั่งส้มตำพิเศษนั่นแหละค่ะ เลยทำให้เราเข้าใจมาตลอดว่า ‘เพิ่ม Topping’ ก็คือการจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้แม่ค้าใส่วัตถุดิบนั้นเพิ่มเข้าไป แต่พอมาเจอร้านนี้ ปริมาณที่ได้กลับน้อยมากจนแทบแยกไม่ออกว่าต่างจากส้มตำปกติตรงไหน ทั้งที่จ่ายเพิ่มไปหลายสิบบาทต่อ Topping เลยรู้สึกเซ็งและค่อนข้างไม่เข้าใจค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่