JJNY : ไอซ์รับหมายศาล ไม่หวั่นพรุ่งนี้ลุยต่อ│ธปท.เตือน‘แรงงาน’เสี่ยง│ยอดป่วยอีโบลา“ทะลุ 6 พันราย”│43 จว.เตือนฝนตกหนัก

ถึงคิว ไอซ์ รักชนก รับหมายศาลเอกชน ไม่หวั่นพรุ่งนี้ลุยต่อ ยื่นปปช.สอบ TH-AI ส่อทุจริต-ล็อกสเปก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5870387
.

.
ถึงคิว ไอซ์ รักชนก รับหมายศาล เอกชน ไม่หวั่นพรุ่งนี้ลุยต่อ ยื่นปปช. TH-AI passport ส่อทุจริต-ล็อกสเปก
.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน ได้โพสต์ภาพ คู่กับหมายศาลจากบริษัทเอกชนที่ส่งถึงบ้าน พร้อมระบุข้อความว่า
.
“รอตั้งนานนนน นึกว่ารอบนี้จะตกขบวน พี่แม๊ก พี่ป้อม คุณการดี โดนกันไปคนละคดีแล้ว วันนี้ตาไอซ์บ้างสักที แต่อาจจะพิเศษกว่าคนอื่นๆหน่อย เพราะเป็นหมายศาลจาก พร้อมแท็ก Plan B Media ไม่ต้องเก็บทรงกันแล้วนะคะ บริษัท สี นํ้ า เ งิ น (หัวใจสีน้ำเงิน)
.
ปล. พรุ่งนี้ 9 โมง ไอซ์จะไปยื่นร้อง ป.ป.ช. ในโครงการ TH-Ai passport ส่อทุจริต ส่อล็อกสเปก ส่อฮั้วประมูล แม้รู้ว่าปลายทางจะเป็นยังไง แต่ก็จะสู้ไม่ถอยค่ะ”
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/1086071003954659?ref=embed_post

.

.
ธปท.เตือน ‘แรงงาน ’เสี่ยง ผู้ประกอบการใช้สิทธิ ม.75 ‘หยุดกิจการชั่วคราว’ พุ่ง
.
• ธปท.ห่วงความเปราะบางของตลาดแรงงาน
• หลังพบกิจการแจ้งหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น
• การหยุดกิจการชั่วคราวพบมากในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง  ชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องนุ่งห่ม, ผลิตภัณฑ์ยาง และพลาสติก
• ซ้ำเติมด้วยจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่สุทธิที่ลดลง และการลงทุนที่หันมาใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานมากขึ้น
.
ตลาดแรงงานเป็นหนึ่งในเครื่องชี้สำคัญสำคัญที่สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทยได้ดี โดยเฉพาะปัจจุบันแม้สัญญาณการเลิกจ้างทรงตัว แต่หากเจาะลึกไส้ตลาดแรงงานพบว่าเปราะบางมาก จากธุรกิจจำนวนมากที่ต้องปิดตัวลง เลิกกิจการ
.
ขณะที่การเปิดโรงงานใหม่น้อยลง สอดคล้องอนาคตการจ้างงานลดลง จากการลงทุนที่หันมาใช้เทคโนโลยีใหม่แทนแรงงานมากขึ้น
.
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือน ก.ค.2569 เศรษฐกิจไทยขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากวัฏจักรสินค้าเทคโนโลยี และ AI ของโลก 
.
รวมถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ลดลงชั่วคราวช่วงดังกล่าว และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่มีต่อเนื่อง เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลเครื่องชี้อุปสงค์และอุปทานส่วนใหญ่ดีขึ้น ยกเว้นผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง
.
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตลาดแรงงาน พบว่าข้อมูลการจ้างงานในระบบประกันสังคมเดือน ก.ค.2569 อยู่ลักษณะทรงตัวเมื่อเทียบเดือนก่อน แต่เมื่อพิจารณาเครื่องชี้ตลาดแรงงานอื่นประกอบกัน พบตลาดแรงงานยังเปราะบางอยู่พอสมควรเป็นประเด็นที่ ธปท.กังวล
.
•  ห่วงธุรกิจหยุดกิจการชั่วคราว
.
หนึ่งในเครื่องชี้ที่ ธปท.ให้ความสำคัญคือจำนวนสถานประกอบการที่แจ้งหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีทิศทางเพิ่มขึ้นพบมากในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง ได้แก่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง และพลาสติก
นอกจากสถานประกอบการที่แจ้งหยุดกิจการชั่วคราวเพิ่มขึ้นแล้ว ธปท.พบว่าจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่สุทธิมีทิศทางลดลง โดยมีสาเหตุสำคัญจากจำนวนการเลิกกิจการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจการค้าและอสังหาริมทรัพย์
.
ทั้งนี้ ยังพบว่ารูปแบบการลงทุนที่ผ่านมามีลักษณะลงทุนธุรกิจที่แรงงานคนน้อยเมื่อเทียบจำนวนเงินทุนระดับเดียวกันในอดีต หรือเป็น Labor-light investment
.
“หากดูตลาดแรงงาน ธปท.กังวลความเปราะบางของแรงงานพอสมควร จากสถานประกอบการที่แจ้งหยุดกิจการชั่วคราวในมาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มขึ้นในกลุ่มที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง" 
.
รวมทั้งธุรกิจจัดตั้งใหม่สุทธิพบว่าลดลง จากการเลิกกิจการที่เกี่ยวกับการค้า อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นความน่ากังวลที่จะมีผลต่อการจ้างงานในระยะข้างหน้า และยิ่งหลังๆพบว่าเงินที่เข้ามาใช้แรงงานน้อยลงหากเทียบกับทุนเท่าเดิม ดังนั้นตลาดแรงงานยังเปราะบาง
.
รายงานข่าวระบุว่า มาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานกำหนดนายจ้างที่จำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราว โดยมีเหตุหนึ่งเหตุใดที่มิใช่เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างตลอดเวลาที่หยุดชั่วคราว
.
• จับภาวะ “Japanification”
.
ทั้งนี้ กรณีมีคำถามว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะ “Japanification” ซึ่งหมายถึงภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำและเงินเฟ้อต่ำหรือไม่นั้น ธปท.กล่าวว่าตัวเลขหลายอย่างมีความคล้ายคลึงกัน แต่อาจมีที่มาที่แตกต่างกัน เพราะหากดูประเทศไทยมองว่ายังมีศักยภาพในด้านการผลิตและการบริการที่ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ ซึ่งปัญหาหลายด้านของไทยไม่ใช่เรื่องใหม่
.
โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง และหนี้ครัวเรือนอยู่ระดับสูง โดยมีรากเหง้ามาจากรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายและไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้
ดังนั้น ที่ผ่านมา ธปท.ได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ หรือ Responsible Lending อย่างต่อเนื่อง แต่หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงหรือ Transform รูปแบบธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ซึ่งปัจจุบันไทยใช้ศักยภาพดังกล่าวไม่เต็มที่
.
• ห่วงส่งออกสินค้ายานยนต์ชะลอตัว
.
สำหรับภาพรวมของภาคเศรษฐกิจด้านอื่น ธปท.ระบุว่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำในเดือน ก.ค.ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี ซึ่งได้รับแรงส่งจากกระแส AI ทั่วโลก ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสอดคล้องกับการส่งออก
.
โดยมูลค่าการส่งออกขยายตัว 2.3% จากเดือนก่อน โดยสินค้าที่ขยายตัว
.
ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์หน่วยความจำที่ส่งออกไปยังสหรัฐ รวมถึงแผงวงจรไฟฟ้าที่ส่งออกไปยังฮ่องกงและจีน ขณะที่การส่งออกทุเรียนไปจีนยังเติบโตดี แต่การส่งออกรถยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะไปยังตะวันออกกลางและอาเซียนปรับตัวลดลง
ด้านภาคการท่องเที่ยวมีทิศทางดีขึ้นทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายรับ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.6% จากเดือนก่อนหน้า โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักเป็นตลาดระยะไกล ได้แก่ ยุโรปและตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวตามอุปทานการบินที่กลับมาใกล้เคียงปกติ ประกอบกับเป็นช่วงซัมเมอร์เบรกของหลายประเทศ
.
ทั้งนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ หรือ Short-haul ที่ไม่รวมจีนฟื้นตัวช้า จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
.
• ผู้บริโภคกังวลหนี้สิน-ค่าครองชีพสูง
.
ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น 1.2% โดยมีแรงหนุนหลักจากการบริโภคในหมวดบริการ โดยเฉพาะโรงแรมและร้านอาหาร ซึ่งได้รับอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐและวันหยุดยาวช่วงปลายเดือน ก.ค.
.
ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนปรับเพิ่มขึ้นจากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ ส่วนความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลงในช่วงที่ทำการสำรวจ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง
.
ด้านภาวะเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงจากหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันโลกและมาตรการภาครัฐ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.34% โดยมีการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดอาหารสำเร็จรูป
.
สำหรับค่าเงินบาทเดือน ก.ค.ผันผวน โดยอ่อนค่าลงจากความกังวลเรื่องสงคราม ก่อนกลับมาแข็งค่าเดือน ส.ค.ตามทิศทางเงินดอลลาร์
.
• เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว
.
สำหรับภาพเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจมีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังมีลักษณะที่ค่อนข้างกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและภาคการท่องเที่ยวบางส่วนเท่านั้น ทำให้การฟื้นตัวยังไม่กระจายตัวไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง
โดยแรงส่งสำคัญที่ต้องติดตามคือวัฏจักรสินค้าเทคโนโลยีและ AI ของโลกที่จะส่งผลต่อภาคการผลิตและการส่งออก ในส่วนของภาคการส่งออกสินค้าดัชนีชี้นำการส่งออกมีแนวโน้มปรับดีขึ้นสะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่ดีขึ้นหลายประเทศ ซึ่งมาจากกิจกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ต้องติดตามความสามารถการปรับตัวของผู้ส่งออกไทยในกลุ่มสินค้าอื่น
.
• ธปท.เกาะติด 5 ปัจจัยเสี่ยง
.
สำหรับปัจจัยที่จะต้องติดตามในระยะต่อไปมีหลายประเด็น ประกอบด้วย
.
1.ความต่อเนื่องของวัฏจักร AI ว่าจะมีแรงส่งต่อเศรษฐกิจได้นานเพียงใด
2.สถานการณ์สงครามและนโยบายการค้า โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกลับมาตึงเครียดและกระทบราคาน้ำมัน รวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ
3.มาตรการภาครัฐ โดยต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในระยะต่อไป
4.การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ หรือ Short-haul ซึ่งยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
5.สถานการณ์เอลนีโญ ซึ่ง ธปท.คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1 ปี 2570 และจะกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร
.

.
ยอดป่วยอีโบลาดีอาร์คองโก “ทะลุ 6 พันราย” เซ่นพุ่ง 3 พันคน WHO เผยคุมไม่ได้
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10381839
.
ยอดป่วยอีโบลาดีอาร์คองโก – เอพี รายงานวันที่ 1 ก.ย. ว่า ทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์ “โรคอีโบลา” ในประเทศซึ่งเป็นการระบาดของไวรัสอีโบลาที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ว่า
.
จำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันเพิ่มเป็นกว่า 6,000 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2,911 ราย และมากกว่า 1,360 รายหายจากโรคแล้ว
.
รายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางการดีอาร์คองโกเปิดเผยว่าไวรัสได้แพร่ระบาดไปยังเขตบริหารจัดการสาธารณสุขแห่งใหม่อีก 2 เขตในภาคตะวันออก ทำให้พื้นที่พบการติดเชื้อเพิ่มเป็น 60 เขต
.
องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่ายังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของอีโบลาในดีอาร์คองโกได้ และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงกว่าการระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557-2559 ซึ่งเป็นการระบาดที่ร้ายแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 11,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่