ทำไมจึงมีไฟชำระ ในเมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา?



คำถาม : ข้าพเจ้าได้ค้นคว้าเรื่องไฟชำระมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่พบคำตอบที่แน่ชัด ข้าพเจ้ารู้ว่า มันคือที่ที่วิญญาณของผู้ได้รับการไถ่บาปไปเพื่อชำระล้างบาปของตนเพื่อที่จะได้เข้าสู่สวรรค์ แต่ทำไมสิ่งนี้ต้องเกิดขึ้น ในเมื่อพระเยซูได้สิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนม์ชีพเพื่อยกบาปทั้งหมดของเราแล้ว? นอกจากนี้ ในไฟชำระมีเวลาหรือไม่? ถ้าไม่มี ความทุกข์ทรมานนั้นวัดได้อย่างไร? เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราได้รับการชำระล้างแล้วและสามารถเข้าสู่สวรรค์ได้?

คำตอบโดย คุณพ่อเอ็ดเวิร์ด แมคอิลเมล (Father Edward McIlmail) คณะกองทัพแห่งพระคริสต์ (Legionaries of Christ - LC) :

     กล่าวให้ถูกต้องยิ่งขึ้นก็คือ พระคริสตเจ้าทรงทนทุกข์และสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปของเรา พระองค์ทรงเปิดประตูสวรรค์ให้เรา ซึ่งเป็นประตูที่เราไม่สามารถเปิดได้ด้วยตนเอง

     อย่างไรก็ตาม ด้วยปรีชาญาณของพระองค์ พระองค์ต้องการให้เราทำหน้าที่ของเราในการชดใช้บาปของเรา แม้แต่บาปที่ได้รับการอภัยในห้องโปรดศีลอภัยบาปแล้ว ก็อาจยังมีโทษทางโลกที่เกี่ยวข้องอยู่ แม้หลังจากที่ได้ทำการชดใช้บาปเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม

     มันก็เหมือนกับกรณีของคนคนหนึ่งที่ทำกระจกหน้าต่างบ้านเพื่อนบ้านแตกเพราะความประมาท คนคนนั้นอาจขอโทษ เพื่อนบ้านอาจให้อภัย แต่สุดท้ายแล้วกระจกก็ยังต้องเปลี่ยนอยู่ดี คนคนนั้นจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยซ่อมแซมกระจกที่เสียหาย

     เรื่องบาปก็เป็นเช่นนั้น มีหลายวิธีที่เราสามารถช่วย “เปลี่ยนหน้าต่าง” ได้ เช่น การสวดภาวนา , การให้ทาน , การอดอาหาร , การกิจเมตตา เป็นต้น

     หากเราไม่สามารถชดใช้พันธะบาปทางโลกทั้งหมดได้ และเราตายโดยปราศจากบาปหนัก เราก็จำเป็นต้องไปสู่ไฟชำระชั่วขณะหนึ่ง พ่อบอกว่า “ชั่วขณะหนึ่ง” แต่เป็นเพียงสำนวน เมื่อเราตาย เราจะก้าวออกจากห้วงเวลา ดังนั้นเราจะไม่รู้สึกถึงเวลาในไฟชำระเหมือนที่เรารู้สึกถึงเวลาในโลกนี้ นี่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมล้ำลึกที่ล้อมรอบชีวิตหลังความตาย

     ความทุกข์ทรมานในไฟชำระนั้นวัดได้อย่างไร? นั่นก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกเช่นกัน

     แนวคิดหนึ่งก็คือ ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดอะไรในโลกนี้ ก็จะมีบทลงโทษที่เหมาะสมในไฟชำระ วิญญาณที่เกียจคร้านในโลกนี้อาจต้องทำงานหนักหรือออกกำลังกายอย่างหนักในโลกหน้า แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงสำนวนเปรียบเทียบเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พ่อควรจะเสริมว่า คำว่า “การลงโทษ” อาจไม่ใช่คำที่ดีที่สุด สิ่งที่เราจะประสบนั้น คือ การชำระล้าง การชำระให้บริสุทธิ์ ซึ่งจะเตรียมเราให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สวรรค์

     ในแง่นั้น มันเป็นสิ่งที่เราจะเข้าใจว่า เราต้องการที่จะผ่านมันไป มันเหมือนกับการผ่าตัดเอาเนื้องอกออก โดยธรรมชาติแล้วเราไม่ชอบการผ่าตัด แต่เราสามารถมองว่า การผ่าตัดเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่พึงปรารถนา เพราะรู้ว่า มันจะทำให้เรากลับมามีสุขภาพดี

     เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราได้รับการชำระล้างแล้ว? อีกครั้งหนึ่ง นี่เป็นเรื่องยากที่จะตอบ เรากำลังเผชิญกับสิ่งต่างๆที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของเราอย่างสิ้นเชิงในขณะนี้

(สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก เริ่มต้นที่ข้อ 1030)

+ ผู้ที่สิ้นชีวิตในพระหรรษทานและมิตรภาพกับพระเจ้า และยังไม่ได้รับการชำระอย่างสมบูรณ์ แม้จะแน่ใจได้ว่าตนจะรับความรอดพันนิรันดร เมื่อตายแล้วยังต้องรับการชำระเพื่อรับความศักดิ์สิทธิ์ที่จำเป็นเพื่อจะเข้าในความยินดีแห่งเมืองสวรรค์ได้ - ประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 1030 การชำระครั้งสุดท้ายหรือ “แดนชำระ”

+ พระศาสนจักรเรียกการชำระผู้รับเลือกสรรเหล่านี้เป็นครั้งสุดท้ายว่า “แดนชำระ” (“purgatorium” ที่เคยแปลกันว่า “ไฟชำระ”) ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับโทษของผู้ถูกสาปแข่งตลอดนิรันดร พระศาสนจักรกำหนดคำสอนความเชื่อเกี่ยวกับ "แดนชำระ" นี้ไว้ โดยเฉพาะในสภาสังคายนาที่เมืองฟลอเรนซ์ และที่เมืองเตรนท์ ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรกล่าวถึง “ไฟที่ชำระ” โดยอ้างถึงข้อความบางตอนของพระคัมภีร์

“เกี่ยวกับความผิดเบาบางประการ เราต้องเชื่อถึงไฟที่ชำระความผิดเหล่านี้ก่อนการพิพากษาเพราะองค์ความจริงเคยตรัสไว้ว่าถ้าผู้ใดกล่าวดูหมิ่นพระจิตเจ้า เขาจะไม่ได้รับอภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า (มธ 12:32) จากประโยคนี้จึงเข้าใจได้ว่าความผิดบางประการอาจได้รับอภัยในโลกนี้ บางประการอาจได้รับอภัยในโลกหน้า” - ประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 1031 การชำระครั้งสุดท้ายหรือ “แดนชำระ”

+ ใครที่กล่าวร้ายต่อบุตรแห่งมนุษย์จะได้รับการอภัย แต่ใครที่กล่าวร้ายต่อพระจิตของพระเจ้าจะไม่ได้รับการอภัยเลยทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า - มัทธิว 12:32 พระเยซูเจ้าและเบเอลเซบูล

+ คำสอนเรื่องนี้ยังได้รับการยืนยันจากธรรมเนียมการภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับซึ่งพระคัมภีร์ก็มีกล่าวไว้แล้วด้วย “(ยูดาส มัคคาบี) จึงสั่งให้ถวายเครื่องบูชาชดเชยบาปของผู้ตายเพื่อจะได้พ้นจากบาป” (2 มคบ 12:45) นับตั้งแต่สมัยแรกแล้ว พระศาสนจักรให้เกียรติระลึกถึงผู้ล่วงลับและถวาย คำอธิษฐานภาวนาอุทิศแก่เขา โดยเฉพาะถวายบูชาขอบพระคุณ เพื่อให้เขารับการชำระอาจเข้าถึงความบรมสุขในการชมพระพักตร์พระเจ้าได้ พระศาสนจักรยังสนับสนุนการบริจาคทานการรับพระคุณการุณย์ และประกอบกิจการชดเชยบาปอุทิศแก่ผู้ล่วงลับด้วย

“ดังนั้น ให้เราช่วยเหลือและระลึกถึงพวกเขา ถ้าการถวายบูชาของบิดาได้ชดเชยความผิดที่บรรดาบุตรของโยบทำไว้ ทำไมท่านจึงสงสัยว่าการถวายบูชาของเราสำหรับผู้ล่วงลับจะนำความบรรเทามาให้เขาบ้างหรือไม่ [...] เราจงอย่าลังเลใจเลยที่จะช่วยเหลือบรรดาผู้ล่วงลับและถวายคำอธิษฐานภาวนาอุทิศแก่เขา” - ประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 1032 การชำระครั้งสุดท้ายหรือ “แดนชำระ”

+ แต่ถ้าเขาทำไปเพราะคิดว่าผู้ที่ตายขณะที่ยังเลื่อมใสต่อพระเจ้าจะได้รับบำเหน็จรางวัลงดงาม ก็เป็นความคิดที่ดีและศักดิ์สิทธิ์ เขาสั่งให้ถวายเครื่องบูชาชดเชยบาปของผู้ตาย เพื่อจะได้พ้นจากบาป - 2 มัคคาบี 12:45 การถวายบูชาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ

     กล่าวโดยสรุปก็คือ ทั้งเราและพระเจ้าจะทรงทราบเมื่อถึงเวลาที่เราจะได้เข้าสู่สวรรค์ และเราจะยินดีที่ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการชำระบาปมาแล้ว


คุณพ่อเอ็ดเวิร์ด แมคอิลเมล (Father Edward McIlmail) คณะกองทัพแห่งพระคริสต์ (Legionaries of Christ - LC)

#คริสต์ #คาทอลิก #คริสต์ศรัทธา #ไฟชำระ #แดนชำระ #วิญญาณในไฟชำระ #พระเยซู #พระเจ้า #พระคัมภีร์ #ประมวลคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก #ไถ่บาป #catholic #purgatory

CR. : คริสต์ศรัทธา
https://www.facebook.com/share/p/1DVqsDK5tG/?mibextid=wwXIfr
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่