โซเชียลจีนเผยคลิปแช่ผักกาดขาวในฟอร์มาลินก่อนส่งขาย ทางการจีนสั่งกวาดล้างทั่วประเทศ ขณะที่เกาหลีใต้และไต้หวันยกระดับมาตรการคุมเข้ม ด้านสภาผู้บริโภคไทยจี้รัฐบาลใช้มาตรการเชิงรุก ลุยตรวจด่านชายแดนและตลาดค้าส่ง หวั่นสินค้าปนเปื้อนหลุดถึงมือประชาชน
วันนี้ (26 ส.ค.2569) เกิดกระแสความวิตกกังวลด้านความปลอดภัยทางอาหารไปทั่วภูมิภาคเอเชีย หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศจีน แสดงให้เห็นขบวนการนำผักกาดขาวจุ่มลงในถังบรรจุสารเคมีเพื่อรักษาความสดก่อนลำเลียงขึ้นรถบรรทุก ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคต้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังผักสดนำเข้าอย่างเร่งด่วน
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยบล็อกเกอร์ด้านสิ่งแวดล้อมชาวจีน เจ้าของบัญชี "Qige" บนแพลตฟอร์ม Douyin ที่ได้บันทึกภาพกลุ่มแรงงานใน ต.ทุ่นเค่อ อ.คังเป่า เมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย ขณะกำลังนำผักกาดขาวจุ่มลงในสารละลายที่ระบุว่าเป็น "ฟอร์มาลิน" ก่อนบรรทุกขึ้นรถเพื่อนำไปส่งยังเมืองซู่เชียน มณฑลเจียงซู
จากการสอบถามคนงานในคลิป พบว่า การใช้วิธีดังกล่าวสามารถรักษาความสดของผักได้นาน 2-3 วัน ซึ่งภายหลังคลิปกลายเป็นไวรัล ทางการ อ.คังเป่า ยืนยันว่า คลิปและพฤติกรรมในคลิปเกิดขึ้นจริง และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมทั้งสั่งเปิดการตรวจสอบกระบวนการผลิต การจัดซื้อ และการขนส่งผักทั่วทั้งอำเภอ
จีนปูพรมตรวจเข้ม สื่อรัฐประณามหนัก
คณะกรรมการความปลอดภัยทางอาหารแห่งรัฐสภาจีน ร่วมกับกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ (SAMR) ได้สั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศดำเนินการสุ่มตรวจและตรวจสอบตลาดผักสดอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะผักที่เน่าง่ายอย่างผักกาดขาว ขณะที่ตลาดซินฟาตี้ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผักสดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ออกมายืนยันว่าไม่พบผักกาดขาวจากล็อตที่มีปัญหาหลุดรอดเข้ามาในตลาด
หนังสือพิมพ์ People’s Daily ได้ตีพิมพ์บทความประณามกลุ่มผู้ค้าดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า เป็นพฤติกรรมที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงชีวิตและสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายและไร้ซึ่งจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ จีนถือเป็นผู้ผลิตผักกาดขาวรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณผลผลิตกว่า 30 ล้านตัน/ปี หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั่วโลก โดยมีตลาดส่งออกสำคัญอยู่ในเอเชีย เช่น เวียดนาม เกาหลีใต้ และรัสเซีย
เกาหลีใต้-ไต้หวัน ยกระดับเฝ้าระวัง
ความหวาดกลัวดังกล่าวกระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ ได้ยกระดับการตรวจสอบผักกาดขาวนำเข้าจากจีนตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมดำเนินการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างในผักกาดขาวไปแล้ว 8 ล็อต ซึ่งยังไม่พบการปนเปื้อนของฟอร์มาลิน
นอกจากนี้ยังได้ขยายผลไปสุ่มตรวจกิมจิและผลิตภัณฑ์ผักดองที่วางจำหน่ายในประเทศ เนื่องจากข้อมูลจากสื่อ SBS ระบุว่า เกาหลีใต้นำเข้ากิมจิในปีนี้กว่า 194,400 ตัน โดยเป็นการนำเข้าจากจีนถึงร้อยละ 99.9
ด้านองค์การอาหารและยาของไต้หวัน (FDA) ชี้แจงว่า ไต้หวันมีมาตรการห้ามนำเข้าผักกาดขาวสดจากจีนโดยตรงอยู่แล้ว และจากการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์กิมจินำเข้าจากเกาหลีใต้ ก็ไม่พบว่ามีการใช้ผักกาดขาวจากล็อตที่เกิดปัญหาในจีนแต่อย่างใด
สภาผู้บริโภคไทยจี้ 3 มาตรการด่วน ป้องกันสินค้าหลุดเข้าประเทศ
แม้ยังไม่มีรายงานการพบผักกาดขาวปนเปื้อนฟอร์มาลินในประเทศไทย แต่ ภก.ภาณุโชติ ทองยัง ประธานอนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ สภาผู้บริโภค เตือนว่าไทยมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีการนำเข้าผักสดจากจีนผ่านด่านชายแดนทางบกปริมาณมาก จึงได้ยื่นข้อเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนต่อภาครัฐ ได้แก่
1. ยกระดับการสุ่มตรวจ ณ ด่านนำเข้า ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับกรมศุลกากร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ใช้ชุดตรวจคัดกรองเบื้องต้น ณ ด่านชายแดน และส่งตรวจห้องปฏิบัติการทันทีหากพบข้อสงสัย
2. ปูพรมตรวจตลาดค้าส่งและตลาดสด ขอให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่สุ่มตรวจผักกาดขาวในตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ทั่วประเทศ หากพบปนเปื้อนให้อายัดและดำเนินคดีเด็ดขาด
3. เปิดเผยข้อมูลและสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ ให้ อย. เปิดเผยผลตรวจอย่างโปร่งใส และเร่งพัฒนาระบบติดตามสินค้า สังคายนาเส้นทางสินค้าตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังเสนอให้มีการเร่งปรับปรุง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 โดยกำหนดให้ อย. จัดทำแผนพัฒนาความปลอดภัยอาหาร เพิ่มความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ให้มีหน้าที่เรียกคืนสินค้าทันทีเมื่อเกิดปัญหา และชดเชยค่าเสียหายแก่ผู้บริโภค เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางอาหารของไทยอย่างยั่งยืน
หมอแชร์ 3 วิธีจับผิด "ผักกาดขาว" ปนเปื้อนสารเคมี หลังคลิปแฉแช่ "ฟอร์มาลิน" ขนส่งจากจีน
3 จุดสังเกตผักกาดขาวก่อนซื้อ ช่วยคัดกรองความผิดปกติเบื้องต้น
1. สดสวยผิดธรรมชาติ ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น
ควรเลือกผักที่มีสีตามธรรมชาติ ใบสดแต่ไม่แข็งหรือกรอบผิดปกติ ไม่มีส่วนเน่า ช้ำ หรือขึ้นรา หากผักดูสดเกินปกติทั้งที่ผ่านการขนส่งเป็นเวลานาน อาจสอบถามผู้ขายถึงแหล่งที่มาและวันที่รับสินค้าเพิ่มเติมการมีรอยแมลงกัดอยู่บ้างอาจเป็นข้อมูลประกอบการเลือก แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าผักปลอดสารกำจัดศัตรูพืชได้ เช่นเดียวกับผักที่ไม่มีรอยแมลงก็ไม่ได้แปลว่ามีสารตกค้างเสมอไป จึงไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
2. มีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นสารเคมีผิดปกติ ควรงดซื้อ
ผักสดตามธรรมชาติมักมีกลิ่นเขียวอ่อน ๆ หรือกลิ่นดิน หากได้กลิ่นฉุน แสบจมูก หรือกลิ่นคล้ายสารเคมีที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งผู้ขายให้ตรวจสอบสินค้า
ไม่ควรยกผักขึ้นดมใกล้จมูกหรือสูดกลิ่นแรง ๆ เพื่อทดสอบ เพราะอาจได้รับไอระเหยโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญ การไม่มีกลิ่นผิดปกติก็ไม่ได้รับรองว่าไม่มีสารปนเปื้อน เนื่องจากสารอาจมีปริมาณต่ำหรือกลิ่นจางลงแล้ว
3. พลิกดูโคนและซอกใบ ระวังคราบหรือสีที่ผิดธรรมชาติ
กรณีที่ปรากฏในคลิปมีการนำส่วนโคนของผักกาดขาวไปสัมผัสสารละลาย ผู้บริโภคจึงควรพลิกดูบริเวณโคน ก้าน และซอกใบ หากพบของเหลวตกค้าง คราบผิดปกติ สีเปลี่ยน เนื้อผักเปื่อย หรือมีกลิ่นฉุน ควรงดซื้อ
อย่างไรก็ตาม คราบสีขาวบนผักไม่ได้หมายถึงสารเคมีเสมอไป เพราะอาจเกิดจากดิน แร่ธาตุ ไขธรรมชาติ หรือความชื้นที่แห้งติดผิวได้ หากไม่แน่ใจควรเลือกชิ้นอื่น ซื้อจากร้านที่อธิบายแหล่งที่มาได้ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เก็บตัวอย่างตรวจแทนการคาดเดา
ซื้อผักอย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น อย่าพึ่งแค่ดูด้วยตา
1. ควรเลือกแหล่งขายที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
เลือกซื้อจากตลาด ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือผู้ผลิตที่มีข้อมูลแหล่งเพาะปลูก ผู้บรรจุ หรือผู้นำเข้าชัดเจน ผักบรรจุถุงควรมีฉลากครบถ้วน ไม่ฉีกขาด และระบุผู้รับผิดชอบที่สามารถติดต่อได้
การตรวจสอบย้อนกลับมีความสำคัญมาก เพราะหากพบสินค้ามีปัญหา เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามกลับไปยังแปลงปลูก โรงคัดบรรจุ หรือผู้นำเข้า และเรียกคืนสินค้าจากตลาดได้รวดเร็วกว่าผักที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
2. เลือกผักตามฤดูกาลและกินให้หลากหลาย
ผักตามฤดูกาลมักเจริญเติบโตได้เหมาะกับสภาพอากาศ จึงอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชบางส่วนได้ นอกจากนี้ ไม่ควรกินผักชนิดเดิมจากแหล่งเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน แต่ควรสลับชนิด สี และแหล่งซื้อให้หลากหลาย
การรับประทานผักหลายชนิดไม่เพียงช่วยให้ได้รับสารอาหารแตกต่างกัน แต่ยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากสารตกค้างที่อาจพบเฉพาะในผักหรือแหล่งผลิตบางแห่งด้วย
3. อย่าหลงเชื่อคำว่า “ปลอดสาร” โดยไม่มีหลักฐาน
ไม่มีวิธีใดที่ผู้บริโภคจะมองด้วยตาแล้วรับรองได้ว่าผักไม่มีสารตกค้าง การใช้คำว่า “ผักปลอดสาร” ควรมีข้อมูลมาตรฐาน แหล่งผลิต หรือผลตรวจที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรเชื่อเพียงเพราะผักมีรอยแมลงหรือมีรูปลักษณ์ไม่สวย
แม้ผักออร์แกนิกหรือผักที่ผ่านมาตรฐานจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านกระบวนการผลิต แต่ยังต้องล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน เพราะอาจปนเปื้อนดิน ฝุ่น จุลินทรีย์ หรือสิ่งสกปรกจากการขนส่งและการวางจำหน่ายได้
วิธีล้างผักกาดขาวและผักสด ลดสารตกค้างก่อนนำไปกิน
อย. แนะนำว่า หากมีผักปริมาณไม่มาก ให้เด็ดหรือแยกใบที่ซ้อนกันออก ทิ้งใบชั้นนอกที่ช้ำหรือเสีย จากนั้นแช่ในน้ำสะอาดประมาณ 15 นาที ระหว่างแช่ให้เขย่าหรือลูบเบา ๆ แล้วล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 วินาที โดยเน้นบริเวณโคน ก้าน และซอกใบ
อีกวิธีคือใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ผักประมาณ 15 นาที หรือใช้เกลือ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ประมาณ 15 นาที จากนั้นต้องล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนนำไปปรุง
หากใช้ผลิตภัณฑ์ล้างผักและผลไม้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. และปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจาน สบู่ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนล้างผัก เพราะอาจทิ้งสารตกค้างที่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค
การล้างช่วยลดสารตกค้างและจุลินทรีย์ได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะกำจัดสารทุกชนิดได้หมด 100% หากผักมีกลิ่นสารเคมีชัดเจน มีของเหลวหรือคราบผิดปกติ ไม่ควรคิดว่าล้างแล้วจะปลอดภัย แต่ควรงดรับประทานและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พบผักต้องสงสัย ควรทำอย่างไร?
- หยุดรับประทานและแยกผักออกจากอาหารชนิดอื่น
- ไม่ควรดมหรือชิมเพื่อตรวจสอบสารเคมีด้วยตนเอง
- เก็บบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ใบเสร็จ ชื่อร้าน และวันเวลาที่ซื้อไว้เป็นหลักฐาน
- ถ่ายภาพลักษณะผิดปกติของผักและข้อมูลแหล่งจำหน่าย
- แจ้งร้านค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสายด่วน อย. 1556 เพื่อประสานการตรวจสอบ
หากรับประทานแล้วมีอาการแสบปากหรือคอ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งแพทย์ว่ารับประทานอาหารที่สงสัยว่ามีสารเคมีปนเปื้อน และนำฉลากหรือตัวอย่างอาหารไปด้วยหากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย
ที่มา: Thai PBS, Sanook.com
== จีนสั่งกวาดล้าง "ผักกาดขาวฟอร์มาลิน" สภาผู้บริโภค จี้รัฐสกัดก่อนเข้าไทย ==