🍶❌น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง นมพืช ไม่มีหลักฐานนะครับว่าทำให้เกิดมะเร็งเพราะเอสโตรเจน … แต่อย่างอื่นน่าเป็นห่วงกว่าซึ่งไม่สังเกตกัน
______________
สืบเนื่องจากมีโพสต์หนึ่งทำให้หลายคนตกใจกลัวถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง นมพืช ผมเลยต้องหาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและหลักฐานปัจจุบันครับ
ถั่วเหลืองและนมถั่วเหลืองมี isoflavones ซึ่งเป็น phytoestrogen จริงครับ แต่ไม่ใช่ฮอร์โมน estrogen ของคน และไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือน estrogen ของร่างกายคนตรงๆ
จากงานวิจัยในคน ปัจจุบันไม่มีหลักฐานว่าการกินถั่วเหลืองหรือนมถั่วเหลืองในระดับอาหารปกติเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
!!!! ตรงกันข้ามครับ หลายงานพบความสัมพันธ์ไปในทางที่ลดลงด้วยซ้ำ
📝งานของ Dong และ Qin (2011) ซึ่งเป็น meta-analysis ของ prospective studies พบว่า การได้รับ soy isoflavones สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่ต่ำลง (ย้ำว่าต่ำลงนะครับ) โดยเฉพาะในประชากรเอเชีย และสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำที่ลดลงประมาณ 16%
📝อีกงานก็ของ Fritz และคณะ (2013) ซึ่งรวมงานวิจัย 131 งาน รวม RCT 40 งาน ไม่พบว่า soy ในระดับอาหารเพิ่ม estradiol ในเลือดหรือกระตุ้นเนื้อเยื่อที่ตอบสนองต่อ estrogen จนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
📝ส่วน Song และคณะ (2024) เมื่อรวมข้อมูล 14 การศึกษาใน meta-analysis พบว่า การได้รับ isoflavones สูงสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านมที่ “ต่ำลง” ประมาณ 19%
… และการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุต่ำลงประมาณ 15% แต่เป็น “ความสัมพันธ์” อย่าตีความไปว่าถั่วเหลืองใช้รักษามะเร็งได้นะครับ 😂
ดังนั้นคำว่านมถั่วเหลืองมี estrogen เลยกระตุ้นมะเร็งเต้านมจึงไม่ตรงกับหลักฐานปัจจุบันเลยครับ❌
🥑ส่วนนมพืชชนิดอื่น เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และข้าวโอ๊ต ก็ไม่มีหลักฐานทางคลินิกว่าการดื่มในระดับอาหารปกติจะเพิ่มมะเร็งเต้านมจากฤทธิ์ estrogen แต่ข้อมูลเฉพาะของแต่ละชนิดยังมีน้อยกว่าถั่วเหลืองมากครับ
(งานวิจัยต่างๆ เสิชชื่องานอ่านต่อเองได้ครับ ผมแปะไว้ล่างสุดของโพสต์แล้ว เสิชอากู๋ได้)
_____________________
🔴ถ้าจะกังวลเรื่องน้ำเต้าหู้ ผมกลับมองว่า การเทของร้อนจัดที่มีไขมันลงถุงพลาสติกแล้วก็แช่ไว้ทั้งวัน นานนนๆ เรื่องนี้น่ากังวลกว่าอีกครับ
งานของ Liu และคณะ (2022) พบว่า พลาสติกใช้ครั้งเดียวบางชนิดเมื่อสัมผัสน้ำร้อน 100°C สามารถปล่อย micro- และ submicron particles ได้ระดับประมาณ 1–2 ล้านอนุภาค/มล.
Sun และคณะ (2026) ตรวจพบ microplastics หลายชนิดในเนื้อเยื่อมะเร็งเต้านมและเนื้อเยื่อรอบก้อน แต่มีผู้ป่วยเพียงแค่ 8 คนนะ ครับ เรื่องนี้ต้องวิจัยอีกมาก
…. คือพูดง่ายๆว่ามันมีมูลครับ แต่ยังไม่ฟันธงว่าว่าน้ำเต้าหู้ร้อนๆ เทใส่ถุงพลาสติกแล้วจะเกิดไมโครพลาสติกที่จะทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้
แล้วยิ่งเรื่องการแพร่ของไมโครพลาสติก หลายคนก็ทราบว่าปัจจัยของความร้อนและไขมันคือปัจจัยหลักที่ทำให้มันแพร่ออกมาจากบรรจุภัณฑ์ ซึ่งน้ำเต้าหู้มันครบทั้งร้อนและมีไขมันพร้อมกัน … มันไม่ละลายคามือก็จริงแต่สังเกตมั้ยครับว่าพอแม่ค้าเทร้อนๆลงไป ถุงมันจะยวบๆ และ deform ตรงนี่แหละครับคือน่ากังวล
😈 อีกอันที่น่ากังวลคือ “บางร้านน้ำเต้าหู้” ไม่ได้ใช้ถั่วเหลืองล้วนในการทำครับ แต่ผสมถั่วลิสงลงไปเพื่อเพิ่มความมัน
… หลายคนก็ทราบว่าถั่วลิสงบ้านเรา ปนเปื้อนอะฟลาท็อกซินมากแค่ไหน (สารพิษจากเชื้อรา) ซึ่ง aflatoxin มันเป็นพิษกับตับครับ 🫠
____________________
💚🍶สรุป - ถั่วเหลืองและนมถั่วเหลืองไม่ได้มีหลักฐานว่าเพิ่มมะเร็งเต้านมจาก “ฮอร์โมนพืช” และหลายงานกลับพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง ส่วนเรื่องพลาสติกสัมผัสของร้อนจัดควรระวังไว้ก่อน แม้ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดมะเร็งเต้านมในคนโดยตรง
… แต่อ่านแบบนี้ไม่ใช่กลับไปกินนมถั่วเหลืองวันละลิตรสองลิตรนะครับ ทุกอย่างต้องทางสายกลางครับ❤️
ปล. สำคัญมากจุดที่ควรแยกแยะคือ “อาหารจากถั่วเหลือง” กับ “อาหารเสริม isoflavone เข้มข้น” ไม่ใช่เรื่องเดียวกันครับ อาหารปกติ เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่วเหลือง ปัจจุบันถือว่าปลอดภัยตามหลักฐาน
… ส่วน supplement ที่ให้ isoflavone ปริมาณสูงมาก American Societey Cancer ยังแนะนำให้ระวัง โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพราะข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวยังน้อยกว่าอาหารครับ (เพราะมันคือสารสกัดเข้มข้นกว่าอาหารจริงๆมาก)
❤️ในโลกนี้อะไรมากไป น้อยไปย่อมไม่ดี กินหมุนเวียน กินหลากหลายดีสุดครับ ไม่กินอาหารใดอาหารหนึ่งมากกกกไปครับ
______________
CR Tuck the Chef - เชฟทักษ์
🍶❌น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง นมพืช ไม่มีหลักฐานนะ ว่าทำให้เกิดมะเร็ง
______________
สืบเนื่องจากมีโพสต์หนึ่งทำให้หลายคนตกใจกลัวถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง นมพืช ผมเลยต้องหาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและหลักฐานปัจจุบันครับ
ถั่วเหลืองและนมถั่วเหลืองมี isoflavones ซึ่งเป็น phytoestrogen จริงครับ แต่ไม่ใช่ฮอร์โมน estrogen ของคน และไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือน estrogen ของร่างกายคนตรงๆ
จากงานวิจัยในคน ปัจจุบันไม่มีหลักฐานว่าการกินถั่วเหลืองหรือนมถั่วเหลืองในระดับอาหารปกติเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
!!!! ตรงกันข้ามครับ หลายงานพบความสัมพันธ์ไปในทางที่ลดลงด้วยซ้ำ
📝งานของ Dong และ Qin (2011) ซึ่งเป็น meta-analysis ของ prospective studies พบว่า การได้รับ soy isoflavones สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่ต่ำลง (ย้ำว่าต่ำลงนะครับ) โดยเฉพาะในประชากรเอเชีย และสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำที่ลดลงประมาณ 16%
📝อีกงานก็ของ Fritz และคณะ (2013) ซึ่งรวมงานวิจัย 131 งาน รวม RCT 40 งาน ไม่พบว่า soy ในระดับอาหารเพิ่ม estradiol ในเลือดหรือกระตุ้นเนื้อเยื่อที่ตอบสนองต่อ estrogen จนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
📝ส่วน Song และคณะ (2024) เมื่อรวมข้อมูล 14 การศึกษาใน meta-analysis พบว่า การได้รับ isoflavones สูงสัมพันธ์กับการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านมที่ “ต่ำลง” ประมาณ 19%
… และการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุต่ำลงประมาณ 15% แต่เป็น “ความสัมพันธ์” อย่าตีความไปว่าถั่วเหลืองใช้รักษามะเร็งได้นะครับ 😂
ดังนั้นคำว่านมถั่วเหลืองมี estrogen เลยกระตุ้นมะเร็งเต้านมจึงไม่ตรงกับหลักฐานปัจจุบันเลยครับ❌
🥑ส่วนนมพืชชนิดอื่น เช่น อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และข้าวโอ๊ต ก็ไม่มีหลักฐานทางคลินิกว่าการดื่มในระดับอาหารปกติจะเพิ่มมะเร็งเต้านมจากฤทธิ์ estrogen แต่ข้อมูลเฉพาะของแต่ละชนิดยังมีน้อยกว่าถั่วเหลืองมากครับ
(งานวิจัยต่างๆ เสิชชื่องานอ่านต่อเองได้ครับ ผมแปะไว้ล่างสุดของโพสต์แล้ว เสิชอากู๋ได้)
_____________________
🔴ถ้าจะกังวลเรื่องน้ำเต้าหู้ ผมกลับมองว่า การเทของร้อนจัดที่มีไขมันลงถุงพลาสติกแล้วก็แช่ไว้ทั้งวัน นานนนๆ เรื่องนี้น่ากังวลกว่าอีกครับ
งานของ Liu และคณะ (2022) พบว่า พลาสติกใช้ครั้งเดียวบางชนิดเมื่อสัมผัสน้ำร้อน 100°C สามารถปล่อย micro- และ submicron particles ได้ระดับประมาณ 1–2 ล้านอนุภาค/มล.
Sun และคณะ (2026) ตรวจพบ microplastics หลายชนิดในเนื้อเยื่อมะเร็งเต้านมและเนื้อเยื่อรอบก้อน แต่มีผู้ป่วยเพียงแค่ 8 คนนะ ครับ เรื่องนี้ต้องวิจัยอีกมาก
…. คือพูดง่ายๆว่ามันมีมูลครับ แต่ยังไม่ฟันธงว่าว่าน้ำเต้าหู้ร้อนๆ เทใส่ถุงพลาสติกแล้วจะเกิดไมโครพลาสติกที่จะทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้
แล้วยิ่งเรื่องการแพร่ของไมโครพลาสติก หลายคนก็ทราบว่าปัจจัยของความร้อนและไขมันคือปัจจัยหลักที่ทำให้มันแพร่ออกมาจากบรรจุภัณฑ์ ซึ่งน้ำเต้าหู้มันครบทั้งร้อนและมีไขมันพร้อมกัน … มันไม่ละลายคามือก็จริงแต่สังเกตมั้ยครับว่าพอแม่ค้าเทร้อนๆลงไป ถุงมันจะยวบๆ และ deform ตรงนี่แหละครับคือน่ากังวล
😈 อีกอันที่น่ากังวลคือ “บางร้านน้ำเต้าหู้” ไม่ได้ใช้ถั่วเหลืองล้วนในการทำครับ แต่ผสมถั่วลิสงลงไปเพื่อเพิ่มความมัน
… หลายคนก็ทราบว่าถั่วลิสงบ้านเรา ปนเปื้อนอะฟลาท็อกซินมากแค่ไหน (สารพิษจากเชื้อรา) ซึ่ง aflatoxin มันเป็นพิษกับตับครับ 🫠
____________________
💚🍶สรุป - ถั่วเหลืองและนมถั่วเหลืองไม่ได้มีหลักฐานว่าเพิ่มมะเร็งเต้านมจาก “ฮอร์โมนพืช” และหลายงานกลับพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง ส่วนเรื่องพลาสติกสัมผัสของร้อนจัดควรระวังไว้ก่อน แม้ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดมะเร็งเต้านมในคนโดยตรง
… แต่อ่านแบบนี้ไม่ใช่กลับไปกินนมถั่วเหลืองวันละลิตรสองลิตรนะครับ ทุกอย่างต้องทางสายกลางครับ❤️
ปล. สำคัญมากจุดที่ควรแยกแยะคือ “อาหารจากถั่วเหลือง” กับ “อาหารเสริม isoflavone เข้มข้น” ไม่ใช่เรื่องเดียวกันครับ อาหารปกติ เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่วเหลือง ปัจจุบันถือว่าปลอดภัยตามหลักฐาน
… ส่วน supplement ที่ให้ isoflavone ปริมาณสูงมาก American Societey Cancer ยังแนะนำให้ระวัง โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพราะข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวยังน้อยกว่าอาหารครับ (เพราะมันคือสารสกัดเข้มข้นกว่าอาหารจริงๆมาก)
❤️ในโลกนี้อะไรมากไป น้อยไปย่อมไม่ดี กินหมุนเวียน กินหลากหลายดีสุดครับ ไม่กินอาหารใดอาหารหนึ่งมากกกกไปครับ
______________
CR Tuck the Chef - เชฟทักษ์