🍜 บะหมี่หยกจากผักตบชวา จากวัชพืชในแม่น้ำ สู่เส้นบะหมี่ไฟเบอร์สูง

ใครจะคิดว่า “ผักตบชวา” วัชพืชน้ำที่เรามักเห็นลอยเต็มแม่น้ำและคลอง จะสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นอาหารได้อย่าง “บะหมี่หยกชวา” เส้นสีเขียวสดที่มีหน้าตาคล้ายบะหมี่หยก แต่มีที่มาน่าสนใจกว่าที่คิด
.
บะหมี่หยกชวาเป็นแนวคิดการนำ ยอดอ่อนของผักตบชวา มาแปรรูปเป็นส่วนผสมของเส้นบะหมี่ โดยมีการพัฒนาโดยกลุ่มชุมชนในตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนำผักตบชวาที่มีอยู่ในพื้นที่มาสร้างมูลค่าใหม่ แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นวัชพืชที่ขยายตัวจนกีดขวางทางน้ำ
.
กระบวนการผลิตไม่ได้หยิบผักตบชวาจากแหล่งน้ำมาทำอาหารทันที แต่ต้อง คัดเลือกจากแหล่งน้ำที่เหมาะสมและสะอาด จากนั้นนำยอดอ่อนมาล้าง ทำความสะอาด ผ่านความร้อนและบดให้ละเอียด ก่อนนำไปผสมกับแป้ง ไข่ และเกลือ แล้วนวดและรีดออกมาเป็นเส้นบะหมี่สีเขียว
.
จุดเด่นที่น่าสนใจคือ ใยอาหาร หรือไฟเบอร์ เพราะส่วนของลำต้นผักตบชวามีองค์ประกอบของเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสในปริมาณสูง ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเส้นใยพืช งานวิจัยล่าสุดยังพบว่าลำต้นผักตบชวามีศักยภาพในการนำมาใช้เป็นแหล่งใยอาหารสำหรับการพัฒนาอาหารรูปแบบใหม่
.
แต่คำว่า “ไฟเบอร์สูง” ควรเข้าใจให้ถูกว่า ไม่ได้หมายความว่าบะหมี่ทุกสูตรจะมีไฟเบอร์สูงเท่ากัน เพราะปริมาณใยอาหารที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับสัดส่วนผักตบชวาที่ใช้ รวมถึงส่วนผสมอื่นและกระบวนการผลิตของแต่ละสูตรด้วย
.
นอกจากเรื่องโภชนาการแล้ว บะหมี่หยกชวายังเป็นตัวอย่างของแนวคิด Food Innovation และการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น จากพืชที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม กลับถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
.
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่สุดคือ ผักตบชวาที่นำมาบริโภคต้องมาจากแหล่งน้ำที่ควบคุมได้และผ่านกระบวนการเตรียมอาหารอย่างถูกสุขอนามัย เพราะผักตบชวาสามารถดูดซับสารปนเปื้อนจากน้ำได้ จึงไม่ควรเก็บจากคลองหรือแหล่งน้ำทั่วไปมาทำอาหารเองโดยไม่ทราบคุณภาพของแหล่งน้ำ
.
จากวัชพืชที่เคยสร้างปัญหาในแม่น้ำ วันนี้ผักตบชวาจึงถูกเปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็น “บะหมี่หยกชวา” เส้นสีเขียวที่สะท้อนทั้งไอเดียสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาชุมชน และแนวคิดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่เคย 🍃💚
.
ที่มา :Eating Thailand
🍜 บะหมี่หยกจากผักตบชวา จากวัชพืชในแม่น้ำ สู่เส้นบะหมี่ไฟเบอร์สูง
ใครจะคิดว่า “ผักตบชวา” วัชพืชน้ำที่เรามักเห็นลอยเต็มแม่น้ำและคลอง จะสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นอาหารได้อย่าง “บะหมี่หยกชวา” เส้นสีเขียวสดที่มีหน้าตาคล้ายบะหมี่หยก แต่มีที่มาน่าสนใจกว่าที่คิด
.
บะหมี่หยกชวาเป็นแนวคิดการนำ ยอดอ่อนของผักตบชวา มาแปรรูปเป็นส่วนผสมของเส้นบะหมี่ โดยมีการพัฒนาโดยกลุ่มชุมชนในตำบลหนองน้ำใส อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนำผักตบชวาที่มีอยู่ในพื้นที่มาสร้างมูลค่าใหม่ แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นวัชพืชที่ขยายตัวจนกีดขวางทางน้ำ
.
กระบวนการผลิตไม่ได้หยิบผักตบชวาจากแหล่งน้ำมาทำอาหารทันที แต่ต้อง คัดเลือกจากแหล่งน้ำที่เหมาะสมและสะอาด จากนั้นนำยอดอ่อนมาล้าง ทำความสะอาด ผ่านความร้อนและบดให้ละเอียด ก่อนนำไปผสมกับแป้ง ไข่ และเกลือ แล้วนวดและรีดออกมาเป็นเส้นบะหมี่สีเขียว
.
จุดเด่นที่น่าสนใจคือ ใยอาหาร หรือไฟเบอร์ เพราะส่วนของลำต้นผักตบชวามีองค์ประกอบของเซลลูโลสและเฮมิเซลลูโลสในปริมาณสูง ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเส้นใยพืช งานวิจัยล่าสุดยังพบว่าลำต้นผักตบชวามีศักยภาพในการนำมาใช้เป็นแหล่งใยอาหารสำหรับการพัฒนาอาหารรูปแบบใหม่
.
แต่คำว่า “ไฟเบอร์สูง” ควรเข้าใจให้ถูกว่า ไม่ได้หมายความว่าบะหมี่ทุกสูตรจะมีไฟเบอร์สูงเท่ากัน เพราะปริมาณใยอาหารที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับสัดส่วนผักตบชวาที่ใช้ รวมถึงส่วนผสมอื่นและกระบวนการผลิตของแต่ละสูตรด้วย
.
นอกจากเรื่องโภชนาการแล้ว บะหมี่หยกชวายังเป็นตัวอย่างของแนวคิด Food Innovation และการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น จากพืชที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม กลับถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง
.
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่สุดคือ ผักตบชวาที่นำมาบริโภคต้องมาจากแหล่งน้ำที่ควบคุมได้และผ่านกระบวนการเตรียมอาหารอย่างถูกสุขอนามัย เพราะผักตบชวาสามารถดูดซับสารปนเปื้อนจากน้ำได้ จึงไม่ควรเก็บจากคลองหรือแหล่งน้ำทั่วไปมาทำอาหารเองโดยไม่ทราบคุณภาพของแหล่งน้ำ
.
จากวัชพืชที่เคยสร้างปัญหาในแม่น้ำ วันนี้ผักตบชวาจึงถูกเปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็น “บะหมี่หยกชวา” เส้นสีเขียวที่สะท้อนทั้งไอเดียสร้างสรรค์ ภูมิปัญญาชุมชน และแนวคิดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่เคย 🍃💚
.
ที่มา :Eating Thailand