JJNY : 5in1 “ไอติม”เผยพูลแมน แจ้งขอให้เลื่อน│ไอติมสงสัยกกต.│โรมผิดหวังสุชาติ│เจ้าของปั๊มจี้รัฐ│ยอดตายน้ำป่าถล่มเนปาลพุ่ง

“ไอติม” เผย รร.พูลแมน แจ้งขอให้เลื่อนจัดงาน ประสานขอห้องสภาจัดแทนแล้ว
https://www.thairath.co.th/news/politic/2955634
.

.
“ไอติม พริษฐ์” เผย ไม่จัดเวทีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ที่รร.พูลแมนแล้ว หลังทางโรงแรมแจ้งขอให้เลื่อน เตรียมห้องสภาไว้เป็นแผนสำรองจัดงานแทน
.
วันที่ 27 ส.ค. 2569 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์เปิดเผย ถึงกรณี เปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรม ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” จากเดิมมีกำหนดจัด ที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ วันที่ 29 ส.ค. ว่า ตนเพิ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รัฐสภา ว่าทางโรงแรมพูลแมน เปลี่ยนการตัดสินใจ แจ้งขอให้เราเลื่อน หรือไม่จัดงานดังกล่าวที่โรงแรมพูลแมน ซึ่งก็ไม่เป็นไร ตนได้ประสานจองห้องประชุมรัฐสภาฯ ไว้เป็นแผนสำรองตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ดังนั้น ยังจัดกิจกรรมเช่นเดิม เปลี่ยนมาที่รัฐสภาแทน  
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า การคิดจัดเวทีฯ ที่โรงแรมพูลแมนฯ  ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ตนคิดว่าทุกคนก็รู้ว่าถูกกล่าวหาว่าโรงแรมพูลแมนเป็นสถานที่รวมตัวสว. แห่งหนึ่ง แต่ตนก็ได้รับการยืนยันจากโรงแรมว่าจัดได้ ถึงได้ประชาสัมพันธ์งาน ต้องย้ำว่าสถานที่ไม่ได้มีการกระทำอะไรที่เป็นความผิด ก่อนจะได้รับแจ้งวันนี้ว่า มีการขอว่าไม่ให้จัดงาน ตนต้องย้ำว่าเป็นการเปลี่ยนการตัดสินใจของโรงแรมพูลแมน ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะตัดสินใจได้ แต่เราก็มีแผนสำรองไว้อยู่แล้ว
.

.
‘ไอติม’ สงสัย กกต. สั่งฟ้อง สว. ขาดคุณสมบัติ 1,767 ราย ล่าช้า จี้เร่งสปีดคดีใหญ่สั่งฟ้อง 229 รายชื่อ
https://www.dailynews.co.th/news/6143285/
.
‘ไอติม’ สงสัย กกต. สั่งฟ้อง สว. ขาดคุณสมบัติ 1,767 ราย ล่าช้า จี้เร่งสปีดคดีใหญ่สั่งฟ้อง 229 รายชื่อ บี้ ‘นภินทร’ แจงผ่านสื่อ หลังเบี้ยวสภา ฉะ ‘ศุภชัย’ แถลงเท็จโชว์เอกสาร ยันฝ่ายค้าน-ประชาชนเดินหน้าชนกระบวนการทุจริต
.
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังได้ตั้งกระทู้สดถึงนายนภินทร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนได้ตั้งกระทู้สดถามนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงความเกี่ยวข้องกับคดีโกง สว. แต่เจ้าตัวกลับติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ทั้งๆ ที่ทุกคนรู้ดีว่าการตั้งกระทู้สดจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งสามารถบริหารจัดการเวลาได้ แต่กลับไม่มา ตนจึงอยากถามไปยังนายนภินทรดังที่ได้ตั้งกระทู้ถามว่าตกลงท่าน ซึ่งขณะดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ มีการเรียกพบนายเอหรือไม่ ได้ให้เซ็นเอกสารลาออกล่วงหน้าหรือไม่ และมีการประชุมร่วมกับผู้สมัคร สว.ในห้วงเวลาวันที่ 24-25 มิ.ย.หรือไม่ โดยท่านสามารถตอบผ่านช่องทางสาธารณะหรือสื่อมวลชนได้
.
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตั้งคำถามถึงแหล่งที่มาของข้อมูลคดีฮั้ว สว.ว่ามาจากที่ใด สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนพูดในภาพรวมว่า ข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบคดีการโกง สว. มาตลอดว่าได้รับข้อมูลจากหลายภาคส่วน หลายทางมีการกลั่นกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนนำเสนอ ตลอดจนข้อมูลจากผู้ที่ร้องเรียนหน่วยงาน ผู้เข้าให้ข้อมูลหน่วยงาน หรือใครก็ตามที่สามารถยืนยันหรือพิสูจน์โดยหลักวิทยาศาสตร์
.
​เมื่อถามว่า มองว่า กกต.จะส่งฟ้องศาลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราเรียกร้องมาตลอดว่า กกต.ควรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ควรจะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปยังศาลฎีกา เนื่องจาก ​ประเด็นแรกคือ ตัวเลข 229 คนไม่ได้มาลอยๆ แต่เป็นบทสรุปจากการทำงานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่จริงตนสงสัย ถึงบางคนที่ไม่ได้อยู่ใน 229 คน แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำการทุจริตเกี่ยวกับการเลือก สว. เช่นกัน เพราะปรากฏในคลิปโรงแรม B2 ซึ่งเจ้าตัวก็ยืนยัน ประการที่สอง ย้ำว่า เกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้ในการตัดสินใจว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ ไม่ใช่เกณฑ์ว่าต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยถึงจะสั่งฟ้องเท่านั้น นั่นเป็นหน้าที่ของศาล ดังนั้นเกณฑ์ที่ กกต. ต้องใช้คือตั้งคำถามว่า “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริตการโกง สว. หรือไม่” ซึ่งหลายกรณีที่เรานำเสนอ แม้อาจจะไม่ได้เป็นหลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย แต่เป็นหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต  
.
ถามว่าล่าสุด กกต. มีมติส่งดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. ที่ไม่มีคุณสมบัติแต่ยังสมัครรับเลือก สว. ประมาณ 1,700 กว่าคน เป็นการปล่อยออกมาเพื่อลดกระแสหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ​ไม่มั่นใจว่าจะวิเคราะห์ไปในทางนั้นได้หรือไม่ ส่วนตัวมองว่า เราคาดหวังให้กกต. ดำเนินการทุกคดีอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ ก็ถูกต้องแล้วที่ กกต. ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็สงสัยที่ กกต.ใช้เวลานานกว่า 2 ปี ทั้งที่หลายเรื่อง เช่น ผู้สมัครที่เป็นพ่อ แม่ ลูก หรือ สามี ภรรยา ควรตรวจสอบรู้ตั้งแต่วันที่รับสมัครแล้ว เพราะฐานข้อมูลอยู่ในกรมการปกครอง ส่วนตัวเลข 1,700 กว่าคน ต้องไปดูในรายละเอียด  
.
เมื่อถามว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนจนสามารถเอาผิดได้ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอ ทั้งที่ได้รับมาและมีหน่วยงานยืนยัน แทบจะทั้งหมดที่มีการนำเสนอ ท้ายที่สุดมีการพิสูจน์ว่าเป็นข้อมูลจริง ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน และบุคคลในคลิปเสียง ตนในฐานะ สส. ก็มีความรับผิดชอบในการกลั่นกรองข้อมูลระดับหนึ่ง ก่อนที่จะนำมาตั้งคำถามต่อสาธารณะ และข้อมูลที่ระบุออกมาที่เป็นความจริง ก็น่าจะบ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือ ของสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ระดับหนึ่ง
.
เมื่อถามถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย และนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ออกมาแถลงข่าว ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่ใช้ความเห็นของคณะที่ 36 นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนประหลาดใจมากในห้องแถลงข่าวเมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายศุภชัยใช้คำประมาณว่า ตนได้นำเอกสารมาแสดงโชว์ แล้วนายศุภชัยก็ถือเอกสารขึ้นมาชุดหนึ่งพร้อมอธิบายว่าเป็นเอกสารอะไร ตนก็งงว่าเคยไปแสดงเอกสารโชว์ที่ไหน ในโซเชียลมีเดียของตนก็ไม่ได้มีการโพสต์อะไรเกี่ยวข้องกับเอกสาร ตนอภิปรายในสภาก็เกี่ยวกับ พ.ร.ก.เงินกู้ และให้สัมภาษณ์เพียงรายการเดียวแต่ไม่ได้แชร์เอกสารอะไร
.
จึงค่อนข้างสับสนว่าการที่ สส. คนหนึ่งใช้ห้องแถลงข่าวสภา กล่าวข้อมูลอันเป็นเท็จขนาดนี้ เกิน 12 ชั่วโมงแล้วและยังไม่มีการแก้ไขข่าว บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือของผู้แถลงข่าวได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นถ้าคุณศุภชัยยืนยันว่าเมื่อวาน ผมมีการแสดงเอกสารที่อยู่ในมือคุณศุภชัย ก็ระบุให้ชัดว่าผมไปแสดงเอกสารเวลาไหน ผ่านช่องทางไหน ผมก็สงสัยเหมือนกัน” นายพริษฐ์ กล่าว
.
ส่วนที่นายศุภชัยกล่าวว่าไม่มีการนำเอกสารของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 มาเปิดเผยบ้างนั้น ตนก็ได้พูดมาตลอด ซึ่งในช่วงเดือนมิ.ย. กกต.ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการได้ซักถามทั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 และ 36 ซึ่งชุดที่ 26 ประธานมาชี้แจงด้วยตัวเอง ตอบคำถามได้ทั้งหมด แต่ชุดที่ 36 ไม่มีใครตอบคำถามได้เลย ไม่มีการส่งเอกสารมา และขอเลื่อนมาตลอด ขณะนี้ครบ 2 เดือนแล้วก็ยังไม่ได้รับข้อมูล ก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่านายศุภชัยสามารถช่วยตนเรียกร้องให้ กกต. ส่งเอกสารกลับมาที่ กมธ. ตนก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง
.
เมื่อถามว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนหรือไม่หากฝ่ายค้านเปิดข้อมูลเร็วกว่านี้ แบบที่อีกฝ่ายยังตั้งตัวไม่ทัน นายพริษฐ์ กล่าวว่า หลังจากเลือกตั้ง ตนได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ในคดีนี้ ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยว 90 วัน ที่ กกต. พิจารณาคดีนี้ ดังนั้นเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่หลายภาคส่วนออกมาสื่อสารเรื่องนี้ช่วงนี้เพราะเป็นช่วงเวลาที่ กกต. จะต้องลงมติชี้ขาดว่าจะสั่งฟ้องหรือตัดตอนใครจนทำให้ไปไม่ถึงศาลหรือไม่ในช่วงต้นก.ย.นี้ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่า กกต. จะลงมติทิศทางใด แต่สิ่งสำคัญคือจะจบอย่างไร ย้ำว่าหาก กกต. ทำงานตรงไปตรงมาสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทุกคนไปที่ศาล แต่ถ้ายกหมดก็จะค้านกับหลักฐานที่สังคมเห็น หรือหากสั่งฟ้องแค่ 20-30 คน ก็ต้องถามใจตัวเองก่อนว่าเชื่อว่ามีการโกง สว. หรือไม่ ถ้าเชื่อว่าไม่มี เหมือนอนุกรรมการชุดที่ 36 ก็ยกคำร้องได้เลย แต่จะเป็นการสวนทางกับสิ่งที่ปรากฏ แต่ถ้าเชื่อว่ามี จะเป็นไปได้อย่างไรที่กระบวนการนี้จะสำเร็จ โดยคนมีความผิดแค่ 20-30 คน ถ้าเชื่อว่ามีก็ต้องมีผู้ร่วมกระบวนการจำนวนมาก ดังนั้นก็รออยู่เหมือนกันว่าหาก กกต.จะไม่สั่งฟ้องทั้งหมดจะอธิบายกับสังคมอย่างไร
.
เมื่อถามว่ามีการเปรียบเทียบการทำงานของฝ่ายค้านกับภาคประชาชนอย่างไอลอว์ ที่ออกมาเปิดข้อมูลเยอะกว่า นายพริษฐ์ กล่าวว่า คดีโกง สว. เป็นคดีที่สำคัญที่กระทบต่อประชาชน และอนาคตของประเทศ หลายฝ่ายที่ตรวจสอบเรื่องนี้ก็พยายามร่วมกันเต็มที่ เพื่อนำเสนอชุดข้อมูลที่ตัวเองมี ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย นำเสนอความจริงให้ได้มากที่สุด
.

.
‘โรม’ ผิดหวัง ‘สุชาติ’ เบี้ยวแจงกมธ.คลี่ปมทับลาน ทับที่ประชาชน เตรียมบุกถามถึงที่
https://www.dailynews.co.th/news/6143602/
.
‘โรม’ ผิดหวัง ‘สุชาติ’ เบี้ยวแจง กมธ.คลี่ปมทับลาน ทับที่ประชาชน จ่อบุกถามถึงที่ ชี้ปัญหารอไม่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อนหนักไร้ที่ทำกิน
.
เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พร้อมนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และนายวีระ รัตนอักษรกุล เลขาธิการกลุ่มทับลาน 43 ร่วมกันแถลงผลการประชุมกรณีปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเพื่อหาทางออกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบมายาวนาน
.
นายวีระ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของรัฐ 100% ในการขีดเส้นแนวเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2524 ทับซ้อนที่ดินชาวบ้าน ซึ่งมีหลักฐานชัดว่าอยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยานฯ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขปัญหาผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2566 และการจัดทำ One Map ใช้แนวเขตการสำรวจร่วมกันในปี 2543 หรือ “เส้น 43” เป็นเกณฑ์ แต่คณะกรรมการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ยอมรับเส้นดังกล่าว และยังยึดแนวเขตปี 2524 ที่ผิดพลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในอดีตยอมรับต่อ กมธ.ว่า ขีดเส้นบนโต๊ะทำงานไม่ได้ลงพื้นที่สำรวจจริง ส่งผลกระทบประชาชนกว่า 46,000 คน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี และบางส่วนของสระแก้ว ไม่สามารถทำนิติกรรมหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายอุทยานฯ ที่รุนแรง ดังนั้นเราขอเรียกร้องให้ใช้แนวเขตปี 43 ที่ทุกคนมีส่วนร่วมกลับคืนมา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่