ป๋า เริ่มนั่งรถบัสพนักงานแทนรถตู้ ตั้งแต่ 26 ส.ค. 2569 และเล่าเรื่องจะหกล้มจากการไม่ใส่แว่นตา

ป๋า เริ่ม 26 ส.ค. 2569ได้นั่งรถบัส ไปทำงาน แทนรถตู้แอร์ไม่เย็นแล้ว

จะเจอกระทู้ป๋า บ่น กลิ่นน้ำหอมกระจอกของหมีความยักษ์ มาหลายกระทู้

หลายครั้งในการประเมินรถรับส่ง ป๋าก็บอก อยากได้รถบัส มันกว้าง แอร์เย็นกว่า ป๋าเป็นคนกลัวที่แคบ

หลายคน ทั้งชายแทร่ ชะนีโหย อยากได้รถตู้กลับคืนมา คงยาก เพราะรถบัสวิ่งหลายขาถึงจะคุ้มค่าใช้จ่าย ต้อวอดทนสวัสดิการรถรับส่ง และประหยัดรถตู้เป็น 10 คันตามสภาพเศรษฐกิจต้องรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย

รถตู้ก็เข็มขัดสั้นหรือเอาอะไรมาผูกไม่ให้ผู้โดยสารเอาเข็มขัดนิรภัยมาคาด

แต่ด้วยเศรษฐกิจ ต้องปรับตัวเป็นรถบัส ดีแค่ไหนมีรถรับส่ง

เพราะมีเด็กฝึกงานขึ้นมาหลายคน รถตู้มันเต็ม มาแย่งที่นั่งพนักงานประจำ

บางวัน คนนอกพื้นที่ มาเที่ยวบางแสนกับเพื่อน แอบมานั่งรถตู้เลยเต็ม

แต่วันแรกเมื่อวาน นอนหลับสบายในรถบัสแอร์เย็น

ถอดแว่นตา แล้วก็เดินออกจากรถบัสคนสุดท้าย

รถบัสมีลิ้นให้เหยียบลงพื้น

พอเหยียบลิ้นเท้าไปเหยียบฟุตบาท ตัวพุ่งไปข้างหน้า กลัวอาย ก้มตัวเดินไม่ให้ล้มไป5 เมตรบนสนามหญ้าข้างทาง

พออีกวันจะลงรถ ใส่แว่นตา ลิ้นเท้า กับ ฟุตบาท มันสูงเท่ากัน มิน่า เมื่อวาน เราคิดว่า ลิ้นเท้าสูงกว่าฟุตบาท เลยย่อตัวลง

ต้องระวัง วัยกลางคนต้องระวังไม่ให้ล้ม

แค่นี้ สวัสดี

ป๋าอ้วน

27 ส.ค. 2569, 20.41 น.

ถ้าทำโอที รถขากลับดึกเป็นรถตู้ ร้อนมากคนเต็ม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่