“ขนมเทียน” เป็นขนมมงคลที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สันนิษฐานว่าคนไทยเชื้อสายจีน หรือคนจีนที่อาศัยอยู่ในไทยดัดแปลงมาจาก "ขนมเข่ง" หรือในภาษาจีนเรียกว่า 年糕 (Nián gāo / เหนียนเกา) โดยคำว่า “年” (Nián / เหนียน) หมายถึง “ปี” ส่วนคำว่า “糕” (Gāo / เกา) หมายถึง “ขนม” หรือ “เค้ก” มีความหมายคือ “ขนมปีใหม่” เป็นขนมที่นิยมใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและสารทจีน และมีความหมายมงคลว่ “สูงขึ้น” หรือ “เจริญก้าวหน้าในทุกๆ ปี”
.
นอกจากนี้ขนมเทียนยังปรากฏใน "กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ความว่า "...รสรักยักลำนำ ประดิษฐ์ทำขนมเทียน คำนึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม..."
.
"ขนมเทียน" มาจากรูปทรงที่มองดูคล้ายเปลวไฟของเทียน ซึ่งบ้างก็เชื่อว่าสื่อความหมายถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์ บ้างก็บอกว่าขนมเทียนมีรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายกรวยแหลม หรือทรงเจดีย์ สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล
.
ชื่อ “ขนมเทียน” มาจากรูปทรงที่คล้ายเปลวไฟของเทียน บางตำรากล่าวว่าสื่อถึง แสงสว่างและความรุ่งโรจน์ บ้างก็บอกว่ามีรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายกรวยแหลม หรือทรงเจดีย์ สื่อถึง ความเจริญรุ่งเรืองและสิริมงคล บ้างก็ว่าเพราะเนื้อแป้งเนียน มันวาว คล้ายเนื้อเทียน ในสมัยโบราณขนมเทียนมักถูกเรียกว่า “ขนมนมสาว” ส่วนทางภาคเหนือเรียกว่า “ขนมจ็อก” ใช้ในงานบุญและเทศกาลสงกรานต์
.
“ขนมเทียน” มีวัตถุดิบหลัก คือ แป้งข้าวเหนียวที่ห่อหุ้มไส้ต่างๆ เช่น ถั่วเขียว หมู หรือไส้หวานอื่นๆ
.
ที่มา
Thai Cuisine History
ขนมเทียน ขนมมงคลวัฒนธรรมไทย-จีน
“ขนมเทียน” เป็นขนมมงคลที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย-จีน สันนิษฐานว่าคนไทยเชื้อสายจีน หรือคนจีนที่อาศัยอยู่ในไทยดัดแปลงมาจาก "ขนมเข่ง" หรือในภาษาจีนเรียกว่า 年糕 (Nián gāo / เหนียนเกา) โดยคำว่า “年” (Nián / เหนียน) หมายถึง “ปี” ส่วนคำว่า “糕” (Gāo / เกา) หมายถึง “ขนม” หรือ “เค้ก” มีความหมายคือ “ขนมปีใหม่” เป็นขนมที่นิยมใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและสารทจีน และมีความหมายมงคลว่ “สูงขึ้น” หรือ “เจริญก้าวหน้าในทุกๆ ปี”
.
นอกจากนี้ขนมเทียนยังปรากฏใน "กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ความว่า "...รสรักยักลำนำ ประดิษฐ์ทำขนมเทียน คำนึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม..."
.
"ขนมเทียน" มาจากรูปทรงที่มองดูคล้ายเปลวไฟของเทียน ซึ่งบ้างก็เชื่อว่าสื่อความหมายถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์ บ้างก็บอกว่าขนมเทียนมีรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายกรวยแหลม หรือทรงเจดีย์ สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล
.
ชื่อ “ขนมเทียน” มาจากรูปทรงที่คล้ายเปลวไฟของเทียน บางตำรากล่าวว่าสื่อถึง แสงสว่างและความรุ่งโรจน์ บ้างก็บอกว่ามีรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายกรวยแหลม หรือทรงเจดีย์ สื่อถึง ความเจริญรุ่งเรืองและสิริมงคล บ้างก็ว่าเพราะเนื้อแป้งเนียน มันวาว คล้ายเนื้อเทียน ในสมัยโบราณขนมเทียนมักถูกเรียกว่า “ขนมนมสาว” ส่วนทางภาคเหนือเรียกว่า “ขนมจ็อก” ใช้ในงานบุญและเทศกาลสงกรานต์
.
“ขนมเทียน” มีวัตถุดิบหลัก คือ แป้งข้าวเหนียวที่ห่อหุ้มไส้ต่างๆ เช่น ถั่วเขียว หมู หรือไส้หวานอื่นๆ
.
ที่มา Thai Cuisine History