KEY POINTS
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้รับปัจจัยหนุนจากโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ที่เตรียมเพิ่มจำนวนสิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิ จากเดิม 5 แสนสิทธิ โดยคาดว่าจะเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส ได้เลือก CENTEL, AOT และ THAI เป็นหุ้นเด่นเชิง Tactical เนื่องจากมีปัจจัยเฉพาะตัวที่ช่วยหนุนกำไรให้โดดเด่นในปีหน้า และราคาหุ้นยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าดัชนี SET
มาตรการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จะส่งผลดีโดยตรงต่อกลุ่มโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้ในไทยสูง เช่น ERW, CENTEL และ MINT ขณะที่กลุ่มสายการบินอย่าง AOT และ THAI จะได้รับประโยชน์ทางอ้อม
CENTEL และ AOT ถูกมองว่าจะได้รับประโยชน์เป็นพิเศษหากกระแส Soft Power สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวระยะไกลมายังภูเก็ตได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากภูเก็ตในระดับสูง
นอกจากมาตรการกระตุ้นแล้ว หุ้นท่องเที่ยวยังได้แรงหนุนจากปัจจัยอื่น เช่น กระแส Soft Power จาก “Nene” และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนการเดินทาง
หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาหนุน ทั้งมาตรการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ที่เตรียมเพิ่มจำนวนสิทธิ กระแส Soft Power จาก “Nene” และราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนการเดินทาง ขณะที่การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกลมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยมอง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มมีปัจจัยหนุน 3 ด้าน โดยปัจจัยแรกคือโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ที่เตรียมเพิ่มจำนวนสิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิ จากเดิม 5 แสนสิทธิ และคาดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือน ก.ย. 2569 ก่อนเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 ต.ค. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. เป็นต้นไป
โดยปัจจัยที่สองคือกระแส Soft Power จาก “Nene” หลังคว้า Golden Buzzer บนเวที America’s Got Talent (AGT) ซึ่งมีโอกาสช่วยให้ประเทศไทย โดยเฉพาะภูเก็ต เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีสัดส่วนราว 3.4% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย
ส่วนปัจจัยที่สามคือราคาน้ำมัน Brent ที่ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 85-87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ยังมีความผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ถือว่าต่ำกว่าจุดสูงสุดในช่วงไตรมาส 2/2569 สะท้อนแรงกดดันต่อต้นทุนการเดินทางมีแนวโน้มผ่านจุดเลวร้ายไปแล้ว
นอกจากนี้ จำนวนสิทธิของ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดเคยรับรู้ รวมถึงกระแส Soft Power จาก Nene เป็นบวกต่อ Sentiment ของหุ้นท่องเที่ยว โดยกลุ่มโรงแรมที่มีสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยสูงจะได้รับประโยชน์มากกว่า ได้แก่ ERW ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ในไทยราว 88% รองลงมา CENTEL ที่มีสัดส่วนรายได้โรงแรมในไทยราว 60% และ MINT ราว 13%
ขณะที่ หากโครงการมีการแจกคูปองมูลค่า 500-1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายระหว่างการท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยหนุนต่อเนื่องไปยังธุรกิจร้านอาหารของ CENTEL และ MINT ขณะที่กลุ่มสายการบิน เช่น AOT, BA และ THAI จะได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากจำนวนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น
สำหรับธีมหลักของกลุ่มท่องเที่ยวยังเน้นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ซึ่งมีแนวโน้มเห็นการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 ตามฤดูกาลท่องเที่ยว โดยหากกระแส Soft Power จาก Nene สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว Long-haul เข้าภูเก็ตเพิ่มขึ้น จะเป็นบวกต่อ CENTEL ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากภูเก็ตราว 13% ของรายได้โรงแรม ตามด้วย AOT ที่มีสัดส่วนรายได้จากภูเก็ตราว 12%
ด้านกลยุทธ์การลงทุน เอเซียพลัสเลือก CENTEL, AOT และ THAI เป็นหุ้นเด่นเชิง Tactical เนื่องจากทั้ง 3 บริษัทมีปัจจัยเฉพาะตัวที่ช่วยหนุนกำไรให้โดดเด่นกว่ากลุ่มในปีหน้า ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าดัชนี SET
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อเนื่องหลายวัน จะถือเป็น Tactical Trigger ที่ควรพิจารณาลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเพื่อจำกัดความเสี่ยง
ในเชิงการจัดพอร์ต เอเซียพลัสยังแนะนำสร้างสมดุลด้วยกลยุทธ์ Barbell Strategy ระหว่างหุ้นปันผล เช่น KTB, KBANK, BBL และ KKP ซึ่งเป็นหุ้นธนาคารเช่าซื้อ กับกลุ่ม Reopening ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
หุ้นท่องเที่ยวได้แรงหนุน 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เพิ่มสิทธิ 1 ล้าน โบรกชู CENTEL-AOT-THAI เด่น