สัญญา 27 ปี สาวจีนยากจนผู้ปลูกต้นไม้กลางทะเลทรายให้เป็นป่า กับครูอเมริกันผู้ให้ทุน

สัญญา 27 ปี สาวจีนยากจนผู้ปลูกต้นไม้กลางทะเลทรายให้เป็นป่า กับครูอเมริกันผู้ให้ทุน ซื้อต้นกล้าและฝากดูแล ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในวันที่แห้งแล้ง
.
.
.
วันนี้สองวันมานี้ สื่อใหญ่ๆ ในประเทศจีนต่างรายงานข่าวหญิงชราชาวจีนคนหนึ่ง สวมกอดกับหนุ่มชราชาวอเมริกันอีกคนทึ่สนามบิน
เธอคือ หยิน ยู่เจิ้น (Yin Yuzhen) วีรสตรีผู้ปลูกป่ากลางทะเลทราย ส่วนเขาคือ โรนัลด์ ซาโคลสกี (Ronald Sakolsky) อดีตครูภาษาอังกฤษที่เคยมาสอนยังประเทศจีน
ทั้งคู่เคยให้สัญญากันไว้เมื่อ 27 ปีก่อน
สัญญาเรียบง่าย
แค่ขอให้ปลูกและดูแลต้นไม้ที่ออกทุนซื้อต้นกล้าให้...แค่นั้น
หยินสัญญา และทำตามตลอดหลายสิบปี จนผืนทะเลทรายแห้งแล้งกลายเป็นป่า เธออยากให้ครูได้เห็น แต่ไม่รู้จะติดต่อช่องทางไหน จึงให้ลูกหลานทำคลิปสั้นๆ ถ่ายตัวเธอถือแบงค์ดอลลาร์ พร้อมกับคำพูดซื่อๆ ทำนองว่า
"คุณซาโคลสกี เงิน 5,000 ดอลลาร์ของคุณปลูกต้นไม้ได้ 50,000 ต้น ..ที่คุณบอกว่า เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ ฉันทำมันได้ อยากให้คุณมาที่นี่ มาดูด้วยตา..."
ข้อความนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ และทั้งคู่ก็สามารถติดต่อกันได้
...
18.00 น. - 23 ส.ค. 2569
ซาโคลสกี ที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกา ก้าวลงจากเครื่องบินเพื่อไปหาเพื่อนเก่า หยินรออยู่หน้าประตูทางออกพร้อมครอบครัว
ทันทีทึ่พบกัน ทั้งคู่โผสวมกอดอย่างอบอุ่น แนบแน่น ซาโคลสกีปล่อยโฮเหมือนเด็ก เขาไม่คิดว่าใครสักคนจะรักษาสัญญาได้นานขนาดนี้   -ไม่คิดว่าจะเป็นจริง
"เธอให้สัญญาไว้เมื่อ 27 ปีที่แล้ว และเธอก็รักษาสัญญา ฉันไม่เคยคิดว่าจะได้เจอเธออีก มันเป็นปาฏิหาริย์ เธอเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่ง เธอทำสิ่งต่างๆ มากมายเพื่อประเทศจีน"
...
สาวยากจนที่ต้องเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความเวิ้งว้างกลางทะเลทราย
.
.
เมื่อหยินอายุ 19 ปี เธอต้องเผชิญกับเรื่องที่ยากจะเข้าใจในสังคมยุคนี้ พ่อของหยินมีเพื่อนยากจนคนหนึ่งอาศัยอยู่ในทะเลทรายมูอูส์ในมองโกเลีย
เพื่อนคนนั้นกำลังจะตาย และอยากเห็นลูกชายแต่งงาน พ่อของหยินจึงเสนอให้ลูกสาวเป็นสะใภ้ของเพื่อนรัก หยินปฏิเสธไม่ได้ เธอทำตามที่พ่อขออย่างเชื่อฟัง
จากเด็กสาวที่กระฉับกระเฉง เข้าสังคมเก่ง จู่ๆ หยินต้องมาอาศัยภายในถ้ำเล็กๆ เล็กขนาดที่ว่าหากนอนขดขาไม่ดี ปลายเท้าจะอยู่นอกบ้าน
นอกจาก "ไป๋" สามีวัยไล่เลี่ยกันที่ไม่ค่อยพูดแล้วก็ไม่มีใครอยู่ในอาณาบริเวณเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตานี้เลย ทางหนึ่งที่จะไม่ให้กลายเป็นบ้า คือเธอเลือกจะปลูกต้นไม้
ความที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จึงแทบไม่มีความรู้เรื่องต้นไม้เลย ทุกอย่างเป็นการลองผิดลองถูก จดจำและลองใหม่
โชคดีที่สามีเห็นดีงามด้วย ไป๋รับจ้างทำงานอื่นๆ นอกเหนืองานหลักเพิ่มขึ้น เพื่อเอาเงินไปซื้อต้นกล้า แบ่งเงินเจียดค่าอาหารเป็นค่าพันธุ์ไม้ จากสองสามต้นข้างบ้าน เริ่มกลายมาเป็นหลายสิบ
แต่ปลูกต้นไม้ในทะเลทรายไม่ง่าย ทั้งต้องหาบน้ำจากหลุมไกลๆ มารดทุกวัน ทั้งเจอพายุลมแรงที่ซัดกล้าเล็กๆ ปลิวหาย ต้นไหนรอดยังเจอแมลง หนูกัดแทะ
กล้าไม้ 1,000 ต้นแรกจึงมีเพียง 10 กว่าต้นเท่านั้นที่รอดชีวิต
แม้ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่หยินได้ความรู้จากการหมั่นสังเกต และไม่ละความพยายาม  เธอตัดสินใจที่จะปรับปรุงดินด้วยการปลูกหญ้า จากนั้นก็ปลูกไม้พุ่ม ก่อนที่จะปลูกต้นไม้หลัก
นอกจากจะเป็นนักแก้ปัญหาแล้ว เธอยังเป็นนักคิดด้วย หยินปลูกต้นไม้สูงใหญ่แข็งแรง เช่น ต้นป็อปลาร์และต้นสนสก็อตช์ไว้รอบนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ทะเลทรายรุกคืบเข้ามา เธอปลูกต้นไม้ขนาดเล็กกว่าในบริเวณตรงกลาง พร้อมกับพุ่มไม้ช่วยยึดดิน แผนคือสร้างป้อมปราการ แล้วค่อยปลูกไม้ผลและพืชอาหารตรงที่ที่ได้รับการปกป้อง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกเขาด้วย
หลังจาก 10 ปี ความพยายามของหยินเริ่มส่งผล
อาณาเขตนั้นของจีน ผู้ใดที่ปลูกต้นไม้ในทะเลทรายมีสิทธิ์ใช้ที่ดิน ซึ่งหยินปลูกบริเวณชายแดนระหว่างอำเภออูซินและมณฑลฉานซี พื้นทึ่กว้างมากพอจะเป็นผืนป่าสีเขียวสะดุดตา และไปถูกใจนักธุรกิจและนักการเมืองโลภบางคนที่อยากได้ผืนดินของเธอโดยไม่ต้องลงแรง
หยินที่ไม่รู้หนังสือ ไม่มีทางจะรับมือเล่ห์โกงด้วยเอกสารกล่าวอ้างจากคนพวกนี้ได้ แต่ไม่ได้แปลว่า ยอมจำนน
จากคำแนะนำของญาติ เธอติดต่อสื่อมวลชนเพื่อให้มาทำข่าวพลิกฟื้นทะเลทรายให้กลายเป็นป่า ช่วงนั้นกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในจีนเป็นที่สนใจ และเรื่องราวของหยินก็ถูกหยิบยกมาเล่าผ่านสื่อฯ น้อยใหญ่ถี่ยิบ และทำให้หยินได้ที่ดินส่วนใหญ่ที่เธอปลูกต้นไม้คืนมา
...
เพื่อนนิรนาม
ในปี 1999 ครูสอนภาษาอังกฤษชาวอเมริกัน โรนัลด์ ซาโคลสกี ได้ดูข่าวของหยินจนเกิดความประทับใจ เขาช่วยระดมเงินบริจาค 5,000 ดอลลาร์จากสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการปลูกต้นไม้ของเธอ ซึ่งเงินดังกล่าวกลายเป็นต้นไม้ 50,000 ต้นในเวลาต่อมา
โดย ซาโคลสกี ขอเพียงให้หยินทำสัญญาง่ายๆ ว่า จะปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ และดูแลรักษาป่าผืนนี้เอาไว้
...
หลังปี 2000 ผลงานการฟื้นฟูพื้นทะเลทรายของเธอได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ และเธอยังเป็นหนึ่งในกลุ่มสตรี 1,000 คนทั่วโลกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2005
จากหญิงสาวยากจน ไม่รู้หนังสือ และชอบปลูกต้นไม้ หยินกลายบุคคลต้นแบบพลเมืองจีนในด้านอนุรักษ์ธรรมชาติ
บริษัทห้างร้านต่างๆ เริ่มเข้าหา และให้การสนับสนุนมากขึ้น ขนาดที่ว่าทุกๆ ปีในวันคุ้มครองโลก 22 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันเกิดของเธอด้วย บรรดาซีอีโอชาวจีนจำนวนหนึ่งจะมาร่วมปลูกต้นไม้ด้วยกัน
แต่ความโด่งดังหรือชื่อเสียงใดๆ ไม่ได้ทำหยินลืมจุดเริ่มต้น และงานทั้งชีวิต
ในวัยชราที่แต่ละวันเหลือน้อยลง คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กลับเด่นชัด
ฉันทำได้ ฉันรักษาไว้ได้ และฉันอยากให้เขามาเห็นด้วยตาตัวเอง
.
.
ซาโคลสกี จึงกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อได้พบกับหยินในวัยชราอีกครั้ง
.
.
.
เธอรักษาสัญญา

ข้อมูล explorersweb / ซินหัว



















แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่