
เพิ่งดูคลิปที่พูดถึง Thailand Security Dialogue 2026 แล้วรู้สึกว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะโลกตอนนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องกำลังทหาร แต่ขยายไปถึง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี AI และห่วงโซ่อุปทาน จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤตซ้อนวิกฤต” หรือ Poly-crisis
ประเด็นที่สะดุดใจที่สุดคือแนวคิด Hedging หรือการ “บริหารความเสี่ยงด้วยการไม่เลือกข้างแบบสุดโต่ง”
สำหรับประเทศขนาดกลางอย่างไทย การเลือกอยู่ข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจนอาจมีต้นทุนไม่น้อย เพราะไม่ว่าเราจะเลือกฝ่ายไหน ก็อาจกระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ
ในคลิปจึงเสนอแนวคิดว่า ไทยอาจต้องรักษาความสัมพันธ์กับหลายฝ่าย และสร้าง Multi-alignment เพื่อให้มีพื้นที่ในการตัดสินใจและรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือกรณี Cobra Gold ซึ่งในคลิปมองว่าการฝึกไม่ได้ควรถูกมองเพียงว่าเป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐฯ แต่เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายด้านความมั่นคงในระยะยาว
ส่วนตัวชอบประเด็นเรื่อง “การสร้างของบนเวทีโลก” มากที่สุด เพราะถ้าไทยต้องการมีอำนาจต่อรองมากขึ้น การเป็นเพียงประเทศที่อยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์อาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้าง “Substance” ของตัวเองให้ได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และกำลังคน
คำถามคือ...
1.ในโลกที่สหรัฐฯ และจีนแข่งขันกันมากขึ้น ไทยควร “วางตัวอย่างไร” ถึงจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศได้ดีที่สุด?
2.ควรเดินหน้าแนวทาง Hedging / Multi-alignment ต่อไป หรือจริง ๆ แล้วถึงเวลาที่ไทยต้องเลือกจุดยืนให้ชัดเจนมากขึ้น?
3.และถ้ามองในระยะยาว อะไรคือ “ของ” ที่ไทยควรสร้างให้แข็งแรงจนต่างประเทศต้องการร่วมมือกับเรา ไม่ใช่แค่เราต้องเลือกว่าจะร่วมมือกับใคร?
อยากฟังมุมมองจากหลาย ๆ คนครับ/ค่ะ โดยเฉพาะคนที่ติดตามเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์ 👇
ไทยควรวางตัวอย่างไรในโลกที่สหรัฐฯ กับจีนแข่งขันกันหนักขึ้น? “Hedging” อาจเป็นทางรอดของประเทศขนาดกลางจริงไหม
เพิ่งดูคลิปที่พูดถึง Thailand Security Dialogue 2026 แล้วรู้สึกว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะโลกตอนนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องกำลังทหาร แต่ขยายไปถึง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี AI และห่วงโซ่อุปทาน จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤตซ้อนวิกฤต” หรือ Poly-crisis
ประเด็นที่สะดุดใจที่สุดคือแนวคิด Hedging หรือการ “บริหารความเสี่ยงด้วยการไม่เลือกข้างแบบสุดโต่ง”
สำหรับประเทศขนาดกลางอย่างไทย การเลือกอยู่ข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจนอาจมีต้นทุนไม่น้อย เพราะไม่ว่าเราจะเลือกฝ่ายไหน ก็อาจกระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ
ในคลิปจึงเสนอแนวคิดว่า ไทยอาจต้องรักษาความสัมพันธ์กับหลายฝ่าย และสร้าง Multi-alignment เพื่อให้มีพื้นที่ในการตัดสินใจและรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือกรณี Cobra Gold ซึ่งในคลิปมองว่าการฝึกไม่ได้ควรถูกมองเพียงว่าเป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐฯ แต่เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยสร้างองค์ความรู้และเครือข่ายด้านความมั่นคงในระยะยาว
ส่วนตัวชอบประเด็นเรื่อง “การสร้างของบนเวทีโลก” มากที่สุด เพราะถ้าไทยต้องการมีอำนาจต่อรองมากขึ้น การเป็นเพียงประเทศที่อยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์อาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้าง “Substance” ของตัวเองให้ได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และกำลังคน
คำถามคือ...
1.ในโลกที่สหรัฐฯ และจีนแข่งขันกันมากขึ้น ไทยควร “วางตัวอย่างไร” ถึงจะรักษาผลประโยชน์ของประเทศได้ดีที่สุด?
2.ควรเดินหน้าแนวทาง Hedging / Multi-alignment ต่อไป หรือจริง ๆ แล้วถึงเวลาที่ไทยต้องเลือกจุดยืนให้ชัดเจนมากขึ้น?
3.และถ้ามองในระยะยาว อะไรคือ “ของ” ที่ไทยควรสร้างให้แข็งแรงจนต่างประเทศต้องการร่วมมือกับเรา ไม่ใช่แค่เราต้องเลือกว่าจะร่วมมือกับใคร?
อยากฟังมุมมองจากหลาย ๆ คนครับ/ค่ะ โดยเฉพาะคนที่ติดตามเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์ 👇