ธุรกิจร้านอาหารสุขภาพ OKJ เจ้าของแบรนด์ดัง “โอ้กะจู๋” มีผลประกอบการ “ขาดทุน” 3 ไตรมาสต่อเนื่อง
เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ขาดทุน 34.3 ล้านบาท ไตรมาส 1/2569 ขาดทุน 30.4 ล้านบาท และไตรมาส 2/2569 ขาดทุน 25 ล้านบาท จากปัจจัยกำลังซื้อลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันสูงในธุรกิจร้านอาหาร

คุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ หรือ OKJ กล่าวว่าแม้ไตรมาส 2 ยังมีตัวเลขขาดทุน แต่ยอดขายเติบโต 2.1% เป็นการกลับมาเติบโตอีกครั้งในรอบหลายไตรมาส โดยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปรับตัวดีขึ้นคือติดลบลดลง จาก -39.4% ไตรมาสแรกปี 2569 เป็น -29.6% ในไตรมาส 2 จากการเพิ่มเมนูใหม่ Fresh Roll และโปรโมชั่นของร้านโอ้กะจู๋
ขณะที่ตัวเลขขาดสุทธิ 25 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ก็เป็นอัตราที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุขาดทุนมาจากต้นทุนค่าใช้จ่าย การตัดค่าเสื่อมและลงทุนขยายสาขาใหม่ของแบรนด์ในเครือ
เร่งแก้เกมขาดทุน
โดยภาพรวมการแก้ปัญหาขาดทุนมี 3 เรื่องหลัก
1. Fix Core - การพัฒนาธุรกิจหลักแบรนด์ "โอ้กะจู๋" ร้านอาหารสุขภาพที่ลูกค้าเลือก ให้เติบโตขึ้นมาใหม่ โดยจะทำให้ยอดขายสาขาเก่าฟื้นตัวขึ้น เพิ่มทราฟฟิกผู้ใช้บริการ เพิ่มความถี่ใช้บริการ การปรับปรุงบริการต่างๆ การออกเมนูใหม่
2. Selective Growth - การขยายสาขาแบรนด์ใหม่ "โจ วิงส์" และ Grill & Ground ทั้งการเลือกทำเลที่ถูกต้อง โปรดักท์ใหม่
3. Cost Transformation - ปรับปรุงต้นทุนให้ลดลง โดยการเติบโตจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ไม่ได้มาจากการใช้เงินทุนก้อนใหม่เพื่อสร้างการเติบโต โดยให้บทบาทของแต่และแบรนด์ชัดเจนขึ้น
สรุป6กลยุทธ์หลักสร้างรายได้
1. Bakery Product Line เพิ่มความหลากหลายและจำนวน SKU มากขึ้น จุดวางจำหน่ายหน้าสาขาโอ้กะจู๋และโอ้ จู๊ซ และใช้พื้นที่ครัวกลางในการผลิต เป็นการใช้กำลังการผลิตของโรงงานให้มากขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและกำไรดีขึ้น
2. Next Growth Engine พัฒนากลุ่มฟังก์ชั่นนอลฟู้ด รองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าดูแลสุขภาพที่ขยายตัวมากขึ้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโปรดักท์ เป็นการต่อยอดจากภาพลักษณ์แบรนด์อาหารสุขภาพของโอ้กะจู๋
3. Longevity Project กำลังอยู่ในขั้นการพัฒนาโปรเจกต์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
4. New Brand in Food & Restaurant การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Grill & Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์ราคาเริ่มต้น 259 บาท จับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่แบรนด์เดิมยังเข้าไม่ถึง ปี 2570 จะเปิดตัวแบรนด์ใหม่อีก 1 แบรนด์
5. Trading Sales ขยายกลุ่ม B2B จำหน่ายสินค้าโอ้กะจู๋ ในร้าน Cafe Amazon ขายแล้วกว่า 600 สาขา และนำเสนอสินค้าใหม่
6. New Product Development การปรับปรุงเมนูใหม่ของโอ้กะจู๋ มีผลทั่วประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ดึงเมนูยอดขายไม่ดีออก เพิ่มเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
โอ้กะจู๋ปรับครั้งใหญ่3เรื่องหลัก
สำหรับแบรนด์หลัก "โอ้กะจู๋" จากการรับฟีดแบคลูกค้าและโซเชียลมีเดีย เรื่องหลักๆ คือ ไซซ์เมนูอาหารใหญ่ ราคา การบริการ จึงได้นำมาแก้ไขและปรับปรุง 3 เรื่องหลักในทุกสาขาทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
1. Revamp การปรับปรุงเมนูใหม่ ลดจำนวนเมนูลง ทำให้ขั้นตอนการทำอาหารลดลง และเสิร์ฟอาหารได้เร็วขึ้น แก้เรื่องบริการให้ลูกค้า
2. Re-Price ปรับราคาโดยใช้ราคารวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีเซอร์วิสชาร์จ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
3. Re-Size ปรับไซซ์ หรือ Portion ปริมาณอาหารให้เล็กลง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทานคนเดียว โดยเริ่มเปิดตัวเมนู Baby Size มาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ครั้งนี้จะปรับใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้นทั้งเรื่องราคา ตัวเลือกเมนู เชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามาใช้บริการได้ถี่ขึ้น จากเดิมเดือนละ 1 ครั้ง จะเพิ่มเป็นเดือนละ 2-3 ครั้ง
การปรับปรุงแบรนด์ "โอ้กะจู๋" ครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายสาขาเดิมดีขึ้นด้วย
แบรนด์ใหม่Grill&Groundยอดขายเกินเป้า
.
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Grill and Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์ ราคาเริ่มต้น 259 บาท สาขาแรก พาซิโอ พาร์ค กาญจนา (เปลี่ยนจากร้านโอ้กะจู๋) โดยมีจุดขายสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า เดือนมิถุนายนทำยอดขายได้ 6 ล้านบาท เดือนกรกฎาคม ทำยอดขายได้ 8 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้
โดยลูกค้าใช้จ่ายต่อบิล 300 บาท (โอ้กะจู๋ 450-500 บาทต่อบิล) โดยส่วนหนึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมโอ้กะจู๋ และเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยใช้บริการโอ้กะจู๋
ปีนี้ตั้งเป้าเปิดอีก Grill & Ground 5 สาขา เป็นการรีโนเวทสาขาเดิมของโอ้กะจู๋ โดยเลือกสาขาที่มีโอ้กะจู๋อยู่ใกล้เคียงกันและทราฟฟิกดี ปีนี้ทดลองเปิด 6 สาขาก่อนจะวางแผนขยายสาขาในปี 2570
ส่วนแบรนด์ "โจ วิงส์" เป็นรูปแบบ QSR ปัจจุบันมี 11 สาขา ปีนี้ขยายอีก 9 สาขา รวมเป็น 20 สาขา โดยเริ่มทดลองเปิดในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าในห้างและทำรายได้ดี คาดว่าแต่ละสาขาจะคืนทุนใน 2 ปี
"โอ้ จู๊ซ" พบว่ามียอดขายลดลงจากการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม โดยมีแบรนด์ใหม่ๆ เปิดตัวมากขึ้นโดยะฉพาะตลาดชา ปีนี้ต้องเร่งฟื้นยอดขายและกำไรสาขาเดิม ด้วยการออกสินค้าใหม่ เมนูอินโนเวชั่น ส่วนการขยายสาขากำลังดูทำเลอยู่ 4-5 แห่ง
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 OKJ มีแบรนด์ “โอ้กะจู๋” 44 สาขา, แบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” รวม 25 สาขา แบรนด์ “โจ วิงส์” 11 สาขา, แบรนด์ โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล 1 สาขา และเปิดตัวร้านอาหารและเครื่องดื่ม แบรนด์ใหม่ Grill & Ground สาขาแรกที่สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก รวมทุกแบรนด์จำนวน 82 สาขา ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสาขารวม 91 สาขา
ในเดือนสิงหาคมนี้ ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น OKJ Membership เป็นแอปรวมทุกแบรนด์ในเครือ สะสมแต้ม แลกของ ส่วนลด ปัจจุบันมีสมาชิก 4.52 แสนราย เป็นการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า เพิ่มความถี่ลูกค้าใช้บริการด้วยการทำโปรโมชั่น ตอบโจทย์ลูกค้าทุกแบรนด์ในเครือ
ปัจจุบัน OKJ ไม่ได้พึ่งพาแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอีกต่อไป แต่ละสร้างอีโคซิสเต็มและแพลตฟอร์มอาหารสุขภาพที่มีหลากหลายแบรนด์ หลายช่องทางและหลายระดับราคา เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม
https://www.brandbuffet.in.th/2026/08/ohkajhu-revamp-menu/?fbclid=IwdGRjcAT4OiZwZG9mBWZkaWQWUNAHSHU4_-FAlJ0UpG-Xu5Ysj6uwPGV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkCjY2Mjg1NjgzNzkAAR55C-2eboKI_SMebP0VuIy5fTRX781RpLE3kCHRKGetF_wQxmWUmNaGdkZCrA_aem_KcgFF2qMp5T1dPqF_d46Ng
OKJ แก้เกมขาดทุน 3 ไตรมาสติด "โอ้กะจู๋" ปรับเมนู ลดไซซ์ ราคาใหม่รวม VAT ไม่มีเซอร์วิสชาร์จ เริ่มต.ค.นี้
เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ขาดทุน 34.3 ล้านบาท ไตรมาส 1/2569 ขาดทุน 30.4 ล้านบาท และไตรมาส 2/2569 ขาดทุน 25 ล้านบาท จากปัจจัยกำลังซื้อลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันสูงในธุรกิจร้านอาหาร
คุณชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปลูกผักเพราะรักแม่ หรือ OKJ กล่าวว่าแม้ไตรมาส 2 ยังมีตัวเลขขาดทุน แต่ยอดขายเติบโต 2.1% เป็นการกลับมาเติบโตอีกครั้งในรอบหลายไตรมาส โดยยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ปรับตัวดีขึ้นคือติดลบลดลง จาก -39.4% ไตรมาสแรกปี 2569 เป็น -29.6% ในไตรมาส 2 จากการเพิ่มเมนูใหม่ Fresh Roll และโปรโมชั่นของร้านโอ้กะจู๋
ขณะที่ตัวเลขขาดสุทธิ 25 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ก็เป็นอัตราที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุขาดทุนมาจากต้นทุนค่าใช้จ่าย การตัดค่าเสื่อมและลงทุนขยายสาขาใหม่ของแบรนด์ในเครือ
เร่งแก้เกมขาดทุน
โดยภาพรวมการแก้ปัญหาขาดทุนมี 3 เรื่องหลัก
1. Fix Core - การพัฒนาธุรกิจหลักแบรนด์ "โอ้กะจู๋" ร้านอาหารสุขภาพที่ลูกค้าเลือก ให้เติบโตขึ้นมาใหม่ โดยจะทำให้ยอดขายสาขาเก่าฟื้นตัวขึ้น เพิ่มทราฟฟิกผู้ใช้บริการ เพิ่มความถี่ใช้บริการ การปรับปรุงบริการต่างๆ การออกเมนูใหม่
2. Selective Growth - การขยายสาขาแบรนด์ใหม่ "โจ วิงส์" และ Grill & Ground ทั้งการเลือกทำเลที่ถูกต้อง โปรดักท์ใหม่
3. Cost Transformation - ปรับปรุงต้นทุนให้ลดลง โดยการเติบโตจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ไม่ได้มาจากการใช้เงินทุนก้อนใหม่เพื่อสร้างการเติบโต โดยให้บทบาทของแต่และแบรนด์ชัดเจนขึ้น
สรุป6กลยุทธ์หลักสร้างรายได้
1. Bakery Product Line เพิ่มความหลากหลายและจำนวน SKU มากขึ้น จุดวางจำหน่ายหน้าสาขาโอ้กะจู๋และโอ้ จู๊ซ และใช้พื้นที่ครัวกลางในการผลิต เป็นการใช้กำลังการผลิตของโรงงานให้มากขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและกำไรดีขึ้น
2. Next Growth Engine พัฒนากลุ่มฟังก์ชั่นนอลฟู้ด รองรับดีมานด์กลุ่มลูกค้าดูแลสุขภาพที่ขยายตัวมากขึ้น กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโปรดักท์ เป็นการต่อยอดจากภาพลักษณ์แบรนด์อาหารสุขภาพของโอ้กะจู๋
3. Longevity Project กำลังอยู่ในขั้นการพัฒนาโปรเจกต์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง
4. New Brand in Food & Restaurant การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Grill & Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์ราคาเริ่มต้น 259 บาท จับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่แบรนด์เดิมยังเข้าไม่ถึง ปี 2570 จะเปิดตัวแบรนด์ใหม่อีก 1 แบรนด์
5. Trading Sales ขยายกลุ่ม B2B จำหน่ายสินค้าโอ้กะจู๋ ในร้าน Cafe Amazon ขายแล้วกว่า 600 สาขา และนำเสนอสินค้าใหม่
6. New Product Development การปรับปรุงเมนูใหม่ของโอ้กะจู๋ มีผลทั่วประเทศตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ดึงเมนูยอดขายไม่ดีออก เพิ่มเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
โอ้กะจู๋ปรับครั้งใหญ่3เรื่องหลัก
สำหรับแบรนด์หลัก "โอ้กะจู๋" จากการรับฟีดแบคลูกค้าและโซเชียลมีเดีย เรื่องหลักๆ คือ ไซซ์เมนูอาหารใหญ่ ราคา การบริการ จึงได้นำมาแก้ไขและปรับปรุง 3 เรื่องหลักในทุกสาขาทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
1. Revamp การปรับปรุงเมนูใหม่ ลดจำนวนเมนูลง ทำให้ขั้นตอนการทำอาหารลดลง และเสิร์ฟอาหารได้เร็วขึ้น แก้เรื่องบริการให้ลูกค้า
2. Re-Price ปรับราคาโดยใช้ราคารวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีเซอร์วิสชาร์จ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
3. Re-Size ปรับไซซ์ หรือ Portion ปริมาณอาหารให้เล็กลง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทานคนเดียว โดยเริ่มเปิดตัวเมนู Baby Size มาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ครั้งนี้จะปรับใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้นทั้งเรื่องราคา ตัวเลือกเมนู เชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามาใช้บริการได้ถี่ขึ้น จากเดิมเดือนละ 1 ครั้ง จะเพิ่มเป็นเดือนละ 2-3 ครั้ง
การปรับปรุงแบรนด์ "โอ้กะจู๋" ครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายสาขาเดิมดีขึ้นด้วย
แบรนด์ใหม่Grill&Groundยอดขายเกินเป้า
.
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เปิดตัวแบรนด์ใหม่ Grill and Ground ร้านสเต็กและสลัดบาร์ ราคาเริ่มต้น 259 บาท สาขาแรก พาซิโอ พาร์ค กาญจนา (เปลี่ยนจากร้านโอ้กะจู๋) โดยมีจุดขายสลัดบาร์บุฟเฟ่ต์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า เดือนมิถุนายนทำยอดขายได้ 6 ล้านบาท เดือนกรกฎาคม ทำยอดขายได้ 8 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่วางไว้
โดยลูกค้าใช้จ่ายต่อบิล 300 บาท (โอ้กะจู๋ 450-500 บาทต่อบิล) โดยส่วนหนึ่งเป็นฐานลูกค้าเดิมโอ้กะจู๋ และเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยใช้บริการโอ้กะจู๋
ปีนี้ตั้งเป้าเปิดอีก Grill & Ground 5 สาขา เป็นการรีโนเวทสาขาเดิมของโอ้กะจู๋ โดยเลือกสาขาที่มีโอ้กะจู๋อยู่ใกล้เคียงกันและทราฟฟิกดี ปีนี้ทดลองเปิด 6 สาขาก่อนจะวางแผนขยายสาขาในปี 2570
ส่วนแบรนด์ "โจ วิงส์" เป็นรูปแบบ QSR ปัจจุบันมี 11 สาขา ปีนี้ขยายอีก 9 สาขา รวมเป็น 20 สาขา โดยเริ่มทดลองเปิดในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าในห้างและทำรายได้ดี คาดว่าแต่ละสาขาจะคืนทุนใน 2 ปี
"โอ้ จู๊ซ" พบว่ามียอดขายลดลงจากการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม โดยมีแบรนด์ใหม่ๆ เปิดตัวมากขึ้นโดยะฉพาะตลาดชา ปีนี้ต้องเร่งฟื้นยอดขายและกำไรสาขาเดิม ด้วยการออกสินค้าใหม่ เมนูอินโนเวชั่น ส่วนการขยายสาขากำลังดูทำเลอยู่ 4-5 แห่ง
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 OKJ มีแบรนด์ “โอ้กะจู๋” 44 สาขา, แบรนด์ “โอ้ จู๊ซ” รวม 25 สาขา แบรนด์ “โจ วิงส์” 11 สาขา, แบรนด์ โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรล 1 สาขา และเปิดตัวร้านอาหารและเครื่องดื่ม แบรนด์ใหม่ Grill & Ground สาขาแรกที่สาขาเดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก รวมทุกแบรนด์จำนวน 82 สาขา ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสาขารวม 91 สาขา
ในเดือนสิงหาคมนี้ ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น OKJ Membership เป็นแอปรวมทุกแบรนด์ในเครือ สะสมแต้ม แลกของ ส่วนลด ปัจจุบันมีสมาชิก 4.52 แสนราย เป็นการเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า เพิ่มความถี่ลูกค้าใช้บริการด้วยการทำโปรโมชั่น ตอบโจทย์ลูกค้าทุกแบรนด์ในเครือ
ปัจจุบัน OKJ ไม่ได้พึ่งพาแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอีกต่อไป แต่ละสร้างอีโคซิสเต็มและแพลตฟอร์มอาหารสุขภาพที่มีหลากหลายแบรนด์ หลายช่องทางและหลายระดับราคา เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม
https://www.brandbuffet.in.th/2026/08/ohkajhu-revamp-menu/?fbclid=IwdGRjcAT4OiZwZG9mBWZkaWQWUNAHSHU4_-FAlJ0UpG-Xu5Ysj6uwPGV4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkCjY2Mjg1NjgzNzkAAR55C-2eboKI_SMebP0VuIy5fTRX781RpLE3kCHRKGetF_wQxmWUmNaGdkZCrA_aem_KcgFF2qMp5T1dPqF_d46Ng