สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
ปุ๊กกี้ ณ เทือกเขาแอลป์อิตาลี รายงานตัวค่ะ
ไม่ได้เข้ามาตั้งกระทู้เล่าสู่กันฟังเดือนนึงได้แล้วกระมัง ก็ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรหรอกค่ะ ทำงานทุกวันตอนเช้าสองชั่วโมง บ่ายๆอีกสองชั่วโมง แค่สี่วันต่อสัปดาห์ในช่วงบ่ายเพราะว่าอีกสามวัน กันไว้ ไม่รับงานเพื่อจะได้มีเวลาออกไปเดินกินลมชมวิวกับเจ้าสร้อยขนฟูๆของดิฉัน ^__^
กระทู้ก่อนหน้านี้พาไปเก็บบลูเบอรี่ป่ากันมาแล้ว ตรงนี้ค่ะ >>>
บลูเบอรี่ป่า คราวนี้ก็ถึงวาระพาไปเก็บเห็ดป่าสีเหลืองๆที่มีชื่อว่า Finferli หรือ Chantellere ในภาษาอังกฤษ ภาษาไทยคงเรียกกันว่า เห็ดมันปูเหลือง ซึ่งเห็ดชนิดนี้จะงอกช่วงเดือนกรกฏาคมถึงกันยายน ในป่าบนภูเขาของหมู่บ้าน ดิฉันก็ไปเก็บทุกปี ได้มากได้น้อย แล้วแต่ความขยันและสภาพภูมิอากาศปีนั้นๆ ถ้าฝนชุก เห็ดก็จะงอกเยอะหน่อย แต่ปีนี้ฝั่งยุโรปโดนคลื่นความร้อนแรงๆเข้าไป ป่าก็ดูแห้งแล้ง ไม่ชุ่มฉ่ำ เห็ดก็งอกน้อยลงไปด้วย ดิฉันไปเก็บเดือนกรกฏาบ่อยกว่าเดือนสิงหานี้เพราะว่าอากาศร้อนนี่แหละ เห็ดก็ไม่ค่อยงอก เลยไม่ค่อยได้ไปนัก แต่สองวันที่ผ่านมาฝนตกหนักติดๆกัน คิดว่าเห็ดน่าจะงอกมากขึ้น เดี๋ยวจะออกไปเดินเล่นหาเห็ดกับน้องสร้อยอีก แต่ถึงอย่างไรดิฉันก็ถ่ายรูปเก็บสะสมไว้ ไม่ได้เรียงวันที่ เอามาลงทีเดียว ทนๆดูกันหน่อยนะคะ
ที่ว่างๆไม่มีต้นไม้ขึ้น นี่คือลานสกีในฤดูหนาวค่ะ เห็นวิวหมู่บ้านเราอยู่ด้านล่าง
นี่คือสภาพภูมิประเทศหมู่บ้านที่ดิฉันอยู่ บนเทือกเขาแอลป์ที่ระดับความสูง 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปีนี้ก็ร้อนตับแล่บ ร้อนสมกับชื่อหน้าร้อนจริงๆค่ะ ปกติไม่ร้อนแบบนี้นะเออ และที่ดิฉันวงรูปหัวใจสีชมพูไว้ คือลานจอดรถที่ดิฉันจะจอดรถตรงนี้ สีเหลืองเทานั่นคือจุดที่เห็ดงอก เดินจากลานรถไม่เกินยี่สิบนาทีก็เจอเห็ดแล้วค่ะ แต่ไม่ใช่การเดินไปตามลานสกีที่ว่างๆที่ไม่มีต้นไม้นั่นนะคะ ดิฉันเดินลัดเลาะใต้ร่มเงาต้นสนไปเรื่อยๆตามทางเดินเก่าๆที่ชาวบ้านแถวนี้เค้าเคยเดินกัน เห็ดมันก็งอกอยู่ริมๆทางเดินนั่นแหละ แถมแต่ละปีก็งอกที่เดิมๆ ไม่ได้เดินสะเปะสะปะ กลับไปหาจุดเดิมและเวลาที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
ถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา
คือเคล็ดลับการหาเห็ดของดิฉันค่ะ
สร้อยร้อนเหนื่อย นอนพักแป๊บนึงค่ะ
ดอกไม้ริมทาง
ถนนที่ทางหมู่บ้านใช้รถจักรใหญ่มาปรับเกลี่ย ซึ่งความจริงแล้วมันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ มันมีดินมีหิน พุ่มไม้ ต้นไม้ ขึ้นตามทางอย่างที่ธรรมชาติจัดสรรมาแล้ว แต่การเอาเครื่องจักรใหญ่มาจัดการด้วยความไม่รู้ มันก็เลยมีดินสใลด์ลงมาอย่างที่เห็น
ปกติมันจะเป็นประมาณนี้ค่ะ มันก็ดีอยู่แล้วนี่นา แล้วจะมาปรับปรุงให้เละเทะไปเพื่ออะไร ไม่เข้าใจจริงๆ
ดื่มน้ำพุเย็นๆริมทางเดิน ให้คลาย(หัว)ร้อนกันดีกว่า
ทางเดินเก่าๆที่ชาวบ้านเค้าเคยใช้กันก็แบบนี้แหละค่ะ เดินง่าย ไม่หลง ไม่อันตรายอะไร ไม่มีหมีป่ามาตะปบ
สร้อยนั่งรอนอนรอ เวลาดิฉันนั่งลง แวะเก็บเห็ด
ชีเก็บแรงไว้ค่ะ
สร้อยไม่เคยห่างดิฉันค่ะ ดิฉันจะอยู่ในสายตาสร้อยเสมอ เดินแว่บไปตรงไหนสร้อยก็วิ่งตามตลอด
เดินนำหน้าไป แต่ก็หันหลังกลับมามองกันเสมอ
ชอบรูปนี้มากค่ะ สร้อยนั่งรอดิฉัน แสงส่องลงมาตรงสร้อยพอดี
เดือนกรกฏาคม นอกจากเห็ดจะงอกแล้ว ราสเบอรี่ป่าก็สุกด้วยค่ะ ดิฉันเก็บมากินนิดเดียว เพราะเม็ดมันเล็กและต้นกิ่งก้านมีหนามเล็กๆ มันเลยเก็บยากต้องระวัง เลยเดินผ่านๆซะมากกว่า
เล่าสู่กันฟัง ณ อิตาลี...Mushroom, trails and good vibes in the Italian Alps.