สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ ปุ๊กกี้จากอิตาลีมาอีกแล้ว ^__^ หวังว่าคงจะยังไม่เบื่อที่ดิฉันมาตั้งกระทู้อยู่บ่อยๆ ก็ช่วงนี้อากาศดี มีแดด ดิฉันก็ออกนอกบ้านทุกวัน เลยมีรูปและมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง วันนี้ขอนำเสนอเรื่องการออกไปเก็บบลูเบอรี่ป่าที่ติดลูก สุกพร้อมเก็บ ดิฉันไปเก็บมาแล้วสามครั้ง ได้มาครั้งละครึ่งกิโล นี่ว่าจะไปเก็บอีกพรุ่งนี้ แต่ไปไม่ได้ซะแล้ว น้องสร้อยลูกรักเจ็บเท้าค่ะ วันนี้พาไปหาหมอมาแล้ว เห็นสร้อยเดินกระเผลกๆตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น เช้านี้เลยโทรหาหมอ เมื่อหมอเห็นท่าเดินก็จับสร้อยเอ๊กซ์เรย์เท้าซ้ายหน้าทันใด สรุปว่า แค่อักเสบนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รอยแผลด้านนอกก็ไม่มี หรือว่าอาจเพราะว่ากระโดดโลดเต้นมากจนเกินเหตุ ยิ่งไฮเปอร์เกินพิกัดอยู่ด้วย หมอเลยให้หยุดพักเดินสักสามสี่วัน ดูอาการไปก่อน
ดูรูปวันก่อนๆที่ดิฉันถ่ายไว้ไปก่อนนะคะ มีอยู่หลายรูปแล้ว พอเพียงให้ได้มาตั้งกระทู้แล้ว เริ่มต้นด้วยนางเอกของเราวันนี้ บลูเบอรี่ป่า ที่งอกเอง โตเอง ไม่ต้องมีใครไปรดน้ำใส่ปุ๋ย แต่ๆๆถ้าฝนตกน้อย ก็ไม่ติดลูกนะเออ ปีนี้ก็ติดลูกไม่มาก ฝนเดือนพฤษภาหรือมิถุนาตกน้อยไปหน่อย ยังไงก็แล้วแต่ ก็ยังมีเยอะแยะให้เราได้ไปเก็บอยู่ดี ตอนนี้ในช่องฟรีซของตู้เย็นเต็มไปด้วยบลูเบอรี่ ดิฉันแบ่งใส่ถุงไว้ ถุงละ 250 กรัม หมดหน้าร้อนและหมดผลไม้หน้าร้อน ก็ค่อยๆทยอยเอาออกมากวนทำแยมกินเป็นอาหารเช้า
ลูกสีแดงๆในถังพลาสติกนั่น คือ สตรอเบอรี่ป่าลูกเล็กจิ๋ว ดิฉันเก็บมาใส่รวมกัน เพื่อเพิ่มความหอมให้กับแยมค่ะ เพราะว่าสตอเบอรี่ป่าจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แต่ลูกเล็กจิ๋วเกินไปนี่แหละ กว่าจะเก็บได้ในปริมาณเยอะๆ เมื่อยเอว ต้องก้มลงเก็บ ไอ้เราก็ไม่ใช่สาวน้อยร้อยชั่ง เอวเอย ขาเอย เมื่อยไปทั้งร่างแล้วนะ
ตัวพร้อม ใจพร้อม ออกเดินกันค่ะ
ถามว่าเดินไกลไหม ก็ไม่ เดินขึ้นเนินมาจากลานจอดรถสิบนาทีก็ถึงละ นั่งเก็บไปเรื่อยๆ
สร้อยก็นั่งรอ ดูกระเช้าไฟฟ้า ที่ไหลเอื่อยๆพานักท่องเที่ยวขึ้นภูเขาสูงด้านบน
พยายามเก็บตรงใต้ร่มต้นสน ไม่ร้อน ไม่ตากแดด ฝ้าและกระจะได้ไม่ถาโถมกันเข้ามา
สร้อยยังไม่สู้แดดเลยค่ะ ช่วงนี้ก็นั่งรอใต้ร่มสนเช่นกัน
เก็บที่เดิม สร้อยเริ่มเบื่อ เข้ามาก่อกวน ถึงเวลามูฟออน
เดินตากแดด ขึ้นเนินให้ข้อเข่าเสื่อมไปเรื่อยๆ ณ ตอนนี้กันแดด SPF 50 ต้องเข้ามาเป็นสปอนเซอร์แล้วค่ะ
ทางนี้ไม่เดินไปนะ วันนี้ขอบาย
แดดบ่ายนั้นร้อนแรงเกินกว่าจะทานทน
เดินเข้าใต้ร่มสน และก็เจอสตอเบอรี่ป่าและบลูเบอรี่งอกอยู่ใกล้กัน
เก็บมารัวๆมือเป็นระวิงให้เต็มกระปุก
ซ้าย ขวา ริมทางเดิน ดงต้นบลูเบอรี่ล้วนๆ
เห็ด finferli ก็เริ่มงอกแล้วเช่นกัน กำลังเล็งจะถ่ายรูป
สร้อยเดินมาหา ดีที่อุ้งเท้าหล่อนไม่เหยียบเห็ดซะก่อน
ดงต้นบลูเบอรี่มันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ต้องก้มลง หรือนั่งยองๆ เมื่อยเอวมากค่ะท่านผู้ชม
แต่บางทีดิฉันก็หาขอนไม้แห้งเล็กๆที่ไม่หนักมาก มารองนั่งเอา
ดอกไม้ริมทางก็ยังบานอยู่
ผลงานของวันนั้นค่ะ
ลำธารตรงลานจอดรถ ต้องแวะก่อนกลับบ้าน เพราะว่าสร้อยจะกระโจนลงน้ำ คลายร้อนและดื่มน้ำ
น้ำใส ไหลเย็น แต่ไม่เห็นตัวปลา เพราะตรงนี้ไม่มีปลาค่ะ มีด้านล่างใกล้ๆบ้านดิฉันโน่นแน่ะ
สร้อยเดินมาเตะถ้วยพลาสติกนั่น ร่วงไปหลายเม็ด ไม้เรียวอยู่ไหนคะ...
แล้วเห็ดที่เจอ ก็เก็บมานิดนึง พอให้มื้อเย็นในวันนั้นได้ทำพาสต้าใส่เห็ด
โอ้ จานนี้เด็ดดวงนัก ได้กลิ่นหอมจากเห็ด จากกระเทียม และตัดใบพาสลีย์จากสวนครัวหลังบ้านสับๆใส่ลงไป
หอมอวลไปทั่วบ้าน
ลุงและป้ากินเกลี้ยงจานกันทั้งสองคนเลยค่ะ
เล่าสู่กันฟัง ณ อิตาลี...Blueberries in Italian Alps.
ดูรูปวันก่อนๆที่ดิฉันถ่ายไว้ไปก่อนนะคะ มีอยู่หลายรูปแล้ว พอเพียงให้ได้มาตั้งกระทู้แล้ว เริ่มต้นด้วยนางเอกของเราวันนี้ บลูเบอรี่ป่า ที่งอกเอง โตเอง ไม่ต้องมีใครไปรดน้ำใส่ปุ๋ย แต่ๆๆถ้าฝนตกน้อย ก็ไม่ติดลูกนะเออ ปีนี้ก็ติดลูกไม่มาก ฝนเดือนพฤษภาหรือมิถุนาตกน้อยไปหน่อย ยังไงก็แล้วแต่ ก็ยังมีเยอะแยะให้เราได้ไปเก็บอยู่ดี ตอนนี้ในช่องฟรีซของตู้เย็นเต็มไปด้วยบลูเบอรี่ ดิฉันแบ่งใส่ถุงไว้ ถุงละ 250 กรัม หมดหน้าร้อนและหมดผลไม้หน้าร้อน ก็ค่อยๆทยอยเอาออกมากวนทำแยมกินเป็นอาหารเช้า