JJNY : ‘ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรบ.’│ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย│แผ่นดินไหวเขย่าคันโตกลางดึก│เตือน 4 ภาคฝนหนัก

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ‘ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล’.
https://www.dailynews.co.th/news/6131431/
.

.
สวนดุสิตโพล เผยผลการสำรวจ "ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล" พบต้องการให้อภิปราย การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง มากที่สุด
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,267 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569
.
ผลการสำรวจ พบว่า
กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.28 ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น โดยเรื่องที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ร้อยละ 80.58 รองลงมาคือ ทุจริตสอบท้องถิ่น ร้อยละ 54.54 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.30 ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปรายคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง ร้อยละ 56.99 และเห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 50.28
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนมากกว่าครึ่งยังไม่เชื่อว่า การอภิปรายจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ และมองว่าหลังการอภิปรายสถานการณ์การเมืองไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจึงเป็นการติดตามตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างจริงจัง การชี้แจงข้อสงสัย และการแสดงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะสร้างผลทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด
.
อาจารย์นนทวัฒน์ สุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ สะท้อนว่าประชาชนยังให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล แต่คาดหวังให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากกว่าการอภิปรายและลงมติในรัฐสภา ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการทุจริตในระบบราชการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประเมินประสิทธิภาพและความชอบธรรมของรัฐบาล ขณะเดียวกันประชาชนยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางการเมือง (Political Accountability) โดยต้องการให้ข้อกล่าวหาจากการอภิปรายได้รับการติดตามและตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงกล่าวได้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ควรสิ้นสุดเพียงการลงมติในรัฐสภา แต่ควรนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้จึงควรใช้โอกาสจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ในการยกระดับความเชื่อมั่น ความชอบธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของไทยในระยะยาว
.

.
‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจ ‘รัฐบาลอนุทิน’ เรื่อง ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย
https://www.dailynews.co.th/news/6131392/
..
"นิด้าโพล" เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง "ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย" ต่อเสถียรภาพของรัฐบาล "อนุทิน" พบทุจริตสอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-เขากระโดง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ
.
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มี อายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า ตัวอย่าง
ร้อยละ 62.75 ระบุว่า การทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นรองลงมา
ร้อยละ 55.88 ระบุว่า การถูกกล่าวหา คดีฮั้ว สว.
ร้อยละ 42.29 ระบุว่า การโดน สส. ตรวจสอบคดีเขากระโดง
ร้อยละ 37.33 ระบุว่า ความผันผวนในราคาพลังงาน
ร้อยละ 33.36 ระบุว่า ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ร้อยละ 28.78 ระบุว่า แผนการใช้งบประมาณตาม พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ร้อยละ 28.17 ระบุว่า ความผันผวนในราคาพืชผลทางการเกษตร
ร้อยละ 25.27 ระบุว่า การจำกัดการถือครองอาวุธปืน
ร้อยละ 24.27 ระบุว่า หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
ร้อยละ 22.98 ระบุว่า การกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติในประเทศไทย
ร้อยละ 18.17 ระบุว่า การถูกตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
และร้อยละ 5.34 ระบุว่า ไม่มีประเด็นอะไรที่น่ากลัวมาก จนอาจถึงขั้นสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลได้
.
ด้านการรับมือกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 39.69 ระบุว่า จะสามารถรับมือได้ บางประเด็น รองลงมา
ร้อยละ 31.99 ระบุว่า จะไม่สามารถรับมือได้เลย
ร้อยละ 16.26 ระบุว่า จะสามารถรับมือได้ ทั้งหมด
ร้อยละ 11.68 ระบุว่า จะสามารถรับมือได้ กับประเด็นส่วนใหญ่
และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
สำหรับความอยู่รอดของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 37.86 ระบุว่า จะไม่รอดแน่ ๆ รองลงมา
ร้อยละ 26.03 ระบุว่า รอด แต่จะบอบช้ำมาก
ร้อยละ 17.94 ระบุว่า รอด แต่จะบอบช้ำเล็กน้อย
ร้อยละ 17.71 ระบุว่า รอดแบบสบาย ๆ แน่นอน
และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ก้มกราบที่ตัก อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 41.45 ระบุว่า เป็นแค่การแสดงความเคารพของผู้น้อยที่มีต่อผู้ใหญ่
รองลงมา ร้อยละ 29.62 ระบุว่า เป็นแค่ฉากดรามาทางการเมือง
ร้อยละ 21.60 ระบุว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร
ร้อยละ 17.48 ระบุว่า เป็นการกระทำเพื่อขอการสนับสนุนจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร
ร้อยละ 12.21 ระบุว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงบารมีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร
ร้อยละ 9.62 เป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงสนับสนุนนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
ร้อยละ 9.31 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
ร้อยละ 4.73 ระบุว่า เห็นด้วยกับการกระทำของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล
และร้อยละ 3.82 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.
.

.
ญี่ปุ่นระทึก แผ่นดินไหวเขย่าคันโตกลางดึก ไม่มีเตือนภัยสึนามิ
.
เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว เมื่อช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงในการเกิดสึนามิ
.
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดอิบารากิ ลึกราว 70 กิโลเมตร วัดระดับความรุนแรงตามมาตรารับรู้แรงสั่นสะเทือนของญี่ปุ่น (ระดับ 0 ถึง 7) ได้ที่ระดับ 5- (Lower 5) ในพื้นที่จังหวัดอิบารากิ ไซตามะ จิบะ รวมถึงกรุงโตเกียว
.
ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โทไค หมายเลข 2 (Tokai No.2) ในจังหวัดอิบารากิ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เปิดเผยว่ายังไม่พบรายงานความผิดปกติใดๆ ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้า และระดับรังสีโดยรอบยังคงเป็นปกติ
.
JMA รายงานด้วยว่า คลื่นแผ่นดินไหวดังกล่าวส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ตึกสูงในพื้นที่รอบกรุงโตเกียวเกิดการแกว่งตัวได้
ทั้งนี้ พบแรงสั่นสะเทือนระดับ 2 (Class 2) บนตึกสูงในเขตปกครองพิเศษ 23 เขตของกรุงโตเกียว จังหวัดไซตามะ และจังหวัดจิบะ ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงอันดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ ส่งผลให้ผู้ที่อยู่อาศัยบนอาคารสูงเดินเหินได้ลำบากหากไม่ยึดเกาะวัตถุที่ติดตั้งมั่นคงไว้
.
ส่วนในพื้นที่จังหวัดคานางาวะ อิบารากิ โทจิงิ และกุมมะ วัดแรงสั่นสะเทือนบนตึกสูงได้ที่ระดับ 1 (Class 1) ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ภายในอาคารสูงจะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน และทำให้มูลี่หรือสิ่งของที่แขวนอยู่แกว่งไกวอย่างเห็นได้ชัด
.
ขณะเดียวกัน สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงโตเกียวได้รับแจ้งเหตุท่อประปาแตกในเขตโคโต กรุงโตเกียว เมื่อเวลาประมาณ 02:05 น. ของวันอาทิตย์ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบในพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้หรือไม่
...
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าลิฟต์โดยสารหยุดทำงานชั่วคราวในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีคนติดอยู่ภายในลิฟต์ในบางกรณี แต่เหตุการณ์ทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
.
ที่มา : nhk
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่