คำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ที่ว่ารู้ซื่อๆมันทำยังไงครับต้องกำหนดรู้หรือบริกรรมไหมถ้าไม่คิดว่าคนทำไม่ได้หรอกถ้าสมาธิไม่พอ

คำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ที่ว่ารู้ซื่อๆมันทำยังไงครับต้องกำหนดรู้หรือบริกรรมไหมถ้าไม่คคนทั่วทั่วไปทำไม่ได้หรอกถ้าสมาธิไม่พอหรือถ้าไม่ได้สัมมาสมาธโดยเฉพาะะตอนจะเกิดวิปัสสนาญาณไม่งั้นมันจะเป็นการตะครุบอาการของจิตมากกว่าครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 14
จากแหล่งข้อมูลและคำแนะนำของครูอาจารย์ต่างๆ
เราขอสรุปย่อมาให้ประมาณนี้นะคะ

ในการฝึกสติปัฏฐาน
คำว่า "รู้ซื่อๆ" หรือ "รู้เฉยๆ"
หรือบางท่านก็ใช้คำว่า "สักแต่ว่ารู้"

มันมีความหมายรวมๆ ประมาณว่า "รับรู้ตามความเป็นจริง โดยไม่เข้าไปปรุงแต่ง"

--------------------

คนธรรมดาทั่วไป หรือคนที่ฝึกสติปัฏฐาน แต่ยังไม่พัฒนาก้าวหน้ามากพอ
จะทำแบบนี้ 100% ไม่ได้หรอกค่ะ

เพราะธรรมชาติของใจ มันจะทำงานไวมากๆ ที่จะไหลไปปรุงแต่งมากบ้าง น้อยบ้าง

การที่จะรู้ซื่อๆ หรือ รับรู้ตามความเป็นจริง โดยไม่เข้าไปปรุงแต่ง
มันจึงเป็น "ผล" ที่จะได้รับจาก "การฝึกฝนสติปัฏฐาน" อย่างถูกต้อง และมีความเพียรที่ต่อเนื่องเหมาะสมค่ะ

-------------------

นี่คือสรุปแบบสั้นๆ นะคะ  
ครูอาจารย์ต่างๆ ที่สอนสติปัฏฐาน เช่น แนวทางของหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ  
ก็จะใช้คำว่า "รู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ" อยู่บ่อยๆ

หรือถ้าหลวงพ่อปราโมทย์ กล่าวคำนี้ ท่านก็สื่อไปถึงความหมายเดียวกัน

แต่ผู้ฟังก็ต้องพึงตระหนักในใจตนเองด้วยว่า  สภาวะรู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ หรือ สักแต่ว่ารู้
มันเป็นผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากฝึกฝนอย่างถูกต้องและมีความเพียรที่ต่อเนื่องเหมาะสม
ถ้าไม่เคยฝึก หรือฝึกแล้วไม่พัฒนาก้าวหน้ามากพอ ไม่สามารถทำได้ค่ะ^^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่