🏵ผู้เขียน โดย Drama-addict 🏵พ่อแม่พี่น้องน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าซอสศรีราชาที่ดังไปทั่วโลก มันเป็นคนละซอสศรีราชากับที่คนไทยรู้จักกันดี
จริงๆของแท้แบบแรกเริ่มสุดๆมาจากไทยคือ ซอสศรีราชาพาณิชย์ ที่ถือกำเนิดเมื่อประมาณช่วงปี 2475 ตอนเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี ซอสตัวนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีโดยเป็นซอสพริกที่คุณแม่คุณแม่ถน จักกะพาก ทำขึ้นกินเองโดยใช้พริกชี้ฟ้ากระเทียมน้ำส้มสายชูน้ำตาลและเกลือหมักเป็นซอส ได้เป็นซอสศรีราชาแบบออริจินัลที่รสชาติแซ่บถูกใจคนไทยเอาไว้กินคู่กับอาหารทะเล
ต่อมาเริ่มผลิตขายในเชิงพาณิชย์ใน และช่วงปี 2527 บริษัทไทยเทพรสได้เข้าซื้อกิจการและผลิตซอสศรีราชาขายจนถึงปัจจุบัน
แต่ไอ้ซอสศรีราชาที่ดังไปทั่วโลกอันนั้นเป็นของคนเวียดนาม โดยผู้คิดค้นเป็นชาวเวียดนามที่อพยพไปอยู่อเมริกา ช่วงปี 2523 แล้วตอนนั้นเค้าหาซอสพริกขายในอเมริกาที่อร่อยถูกปากไม่ได้ ก็เลยทำซอสพริกขายเอง

เลย และตั้งชื่อว่าซอสศรีราชา โดยอิงชื่อจากซอสศรีราชาในเมืองไทยที่เขาว่าเป็นซอสพริกอร่อยถูกปาก
ซึ่งการตั้งชื่อซอสแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะว่าศรีราชาเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ ใครใครก็สามารถเอาไปใช้เป็นชื่อเครื่องหมายการค้าได้ ไม่สามารถผูกลิขสิทธิ์ไว้ผู้เดียวดังนั้นใครใครก็สามารถชื่อว่าซอสศรีราชาได้นั่นเอง
ปรากฏว่าซอสพริกศรีราชาเวอร์ชั่นเวียดนามอันนี้ก็ขายดิบขายดีเป็นที่แพร่หลายในอเมริกา โดยพริกที่ใช้จะเป็นพริก ฮาลาปินโญ ซึ่งจะมีรสชาติที่เผ็ดร้อนกว่าซอสศรีราชาของไทยและจะมีความข้นหนืดมากกว่าเน้นใช้งานกินกับเฝอ และแฮมเบอร์เกอร์เป็นหลัก
ซอสศรีราชาอันนี้ขายดิบขายดีไปทั่วโลก จนต้องเพิ่มการผลิต และ ทางผู้ผลิต ก็ได้ทำสัญญากับ ทาง ไร่พริก underwood ที่ปลูกพริกฮาลาปินโญ คุณภาพส่งให้ ทางโรงงานผลิตซอสพริกศรีราชา
ในรุ่นแรกแรกทั้งสองฝั่งมีมิตรไมตรีต่อกันและมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จนไม่มีการทำสัญญาซื้อขายแบบเป็นลายลักษณ์อักษรเลย เป็นสัญญาใจและสัญญาปากเปล่าล้วนล้วน แล้วก็ขายดีกันแบบเทน้ำเทท่า รวยอื้อซ่าทั้งสองฝ่าย
จนกระทั่งช่วงปี 2016 ยอดขายซอสพริกศรีราชาพุ่งปรี๊ด แต่ทางผู้ผลิตต้องการลดต้นทุนวัตถุดิบ เลยแอบ ไปตั้งบริษัทเพื่อเตรียมหาแหล่งจัดซื้อเจ้าใหม่ในราคาถูกกว่ามาป้อนโรงงาน แถมยังมีความพยายามที่จะดึงตัว ผู้บริหาร ระดับสูงของไร่ underwood ให้ย้ายมาอยู่โรงงานซอสศรีราชาเพื่อหวังจะดูด องค์ความรู้ในการจัดการฟาร์มทำไร่พริกมาทำเอง
ต่อมาทางโรงงานซอสพริกศรีราชาได้ทำการยกเลิกออเดอร์จาก underwood จนเขาเหลือพริกค้างสต๊อกเพียบ แถมเพิ่งจะขยายพื้นที่ในการปลูกพริกเป็น 1700 กว่าเอเคอร์ ทำให้ รายได้หายไปกว่า 80% ต้องเลยออฟพนักงานเยอะมาก
แล้วทั้งสองบริษัทที่เคยจูจี๋ดี๋ด๋ากันก็ฟ้องกันรัวๆ โดยทางฝั่งโรงงานซอสศรีราชาเป็นฝ่ายฟ้องก่อน ฟ้องทางไร่พริกว่าเรียกราคาต้นทุนสูงเกินจริงและเรียกร้องให้จ่ายเงินค่า มัดจำคืนบางส่วน
ส่วนทางไร่พริกก็ฟ้องกลับในข้อหาฉ้อโกงและผิดสัญญา โดยระบุว่าทางโรงงานซอสศรีราชาหลอกให้เค้าขยาย พื้นที่ปลูกพริกบอกว่าจะซื้อพริกเพิ่มทั้งที่มีแผนว่าจะเปลี่ยนไปซื้อพริกจากเจ้าอื่นอยู่แล้ว
สุดท้ายศาลตัดสินในปี 2019 ให้ทางไร่พริกเป็นฝ่ายชนะ และโรงงาน ซอสพริกศรีราชาต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับไร่พริก 800 กว่าล้านบาท
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทั้งสองฝ่ายก็แยกกันไปคนละทาง ทางโรงงานศรีราชาก็ต้องไปหาแหล่งปลูกพริกเจ้าใหม่โดยไปหาซื้อพริกจากฟาร์มหลายแห่งในเม็กซิโก แต่ก็ประสบปัญหา พริกที่เอามาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตซอสไม่ได้คุณภาพ บ้างก็คุณภาพไม่คงที่ประกอบกับเม็กซิโกประสบภัยแล้งทำให้พริกขาดแคลน จนซอสพริกศรีราชาขาดตลาดไปช่วงนึง แถมลูกค้ายังบ่นว่ารสชาติเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนเดิมน่าจะเพราะเปลี่ยนผู้ผลิตพริกที่ใช้เป็นวัตถุดิบนั่นเอง
ส่วนไร่พริก underwood มีพริกเหลืออื้อซ่าแถมเป็นพริกคุณภาพดีทั้งนั้นก็เลยตั้งโรงงานผลิตซอสพริกศรีราชาของตัวเองขาย

เลย กลายเป็นซอสพริกดราก้อนศรีราชา ที่กำลังตีตลาดเจ้าเก่ารัวรัว ด้วยรสชาติที่แฟนแฟนซอสพริกศรีราชาคุ้นเคย เพราะหลายหลายคนกินแล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติเหมือนซอสพริกศรีราชาสมัยก่อนเป๊ะเลย
หลังจากนั้นก็จะมีฝรั่งบางคนที่เริ่มสนใจ ซอสพริกศรีราชาเจ้าอื่นและบางคนก็มาลองชิมซอสพริกศรีราชาแบบต้นตำรับในเราแล้วติดใจเหมือนกัน
จริงๆเป็นจังหวะดีมากที่เจ้าที่ครองตลาดกำลังเพลี่ยงพล้ำ หลายคนเลิกกินซอสพริกศรีราชาเจ้าเก่า ในขณะที่หลายคนกำลังเปลี่ยนไปกินซอสพริกดราก้อนศรีราชา น่าจะเป็นโอกาสให้ซอสพริกศรีราชาเจ้าอื่นอื่นรวมทั้งซอสพริกศรีราชาแบบออริจินอลของบ้านเราได้มาตีตลาดกันบ้าง
ตำนาน "ซอสพริกศรีราชา" ?ยิ่งกว่านวนิยาย?
จริงๆของแท้แบบแรกเริ่มสุดๆมาจากไทยคือ ซอสศรีราชาพาณิชย์ ที่ถือกำเนิดเมื่อประมาณช่วงปี 2475 ตอนเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี ซอสตัวนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีโดยเป็นซอสพริกที่คุณแม่คุณแม่ถน จักกะพาก ทำขึ้นกินเองโดยใช้พริกชี้ฟ้ากระเทียมน้ำส้มสายชูน้ำตาลและเกลือหมักเป็นซอส ได้เป็นซอสศรีราชาแบบออริจินัลที่รสชาติแซ่บถูกใจคนไทยเอาไว้กินคู่กับอาหารทะเล
ต่อมาเริ่มผลิตขายในเชิงพาณิชย์ใน และช่วงปี 2527 บริษัทไทยเทพรสได้เข้าซื้อกิจการและผลิตซอสศรีราชาขายจนถึงปัจจุบัน
แต่ไอ้ซอสศรีราชาที่ดังไปทั่วโลกอันนั้นเป็นของคนเวียดนาม โดยผู้คิดค้นเป็นชาวเวียดนามที่อพยพไปอยู่อเมริกา ช่วงปี 2523 แล้วตอนนั้นเค้าหาซอสพริกขายในอเมริกาที่อร่อยถูกปากไม่ได้ ก็เลยทำซอสพริกขายเอง
ซึ่งการตั้งชื่อซอสแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะว่าศรีราชาเป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ ใครใครก็สามารถเอาไปใช้เป็นชื่อเครื่องหมายการค้าได้ ไม่สามารถผูกลิขสิทธิ์ไว้ผู้เดียวดังนั้นใครใครก็สามารถชื่อว่าซอสศรีราชาได้นั่นเอง
ปรากฏว่าซอสพริกศรีราชาเวอร์ชั่นเวียดนามอันนี้ก็ขายดิบขายดีเป็นที่แพร่หลายในอเมริกา โดยพริกที่ใช้จะเป็นพริก ฮาลาปินโญ ซึ่งจะมีรสชาติที่เผ็ดร้อนกว่าซอสศรีราชาของไทยและจะมีความข้นหนืดมากกว่าเน้นใช้งานกินกับเฝอ และแฮมเบอร์เกอร์เป็นหลัก
ซอสศรีราชาอันนี้ขายดิบขายดีไปทั่วโลก จนต้องเพิ่มการผลิต และ ทางผู้ผลิต ก็ได้ทำสัญญากับ ทาง ไร่พริก underwood ที่ปลูกพริกฮาลาปินโญ คุณภาพส่งให้ ทางโรงงานผลิตซอสพริกศรีราชา
ในรุ่นแรกแรกทั้งสองฝั่งมีมิตรไมตรีต่อกันและมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จนไม่มีการทำสัญญาซื้อขายแบบเป็นลายลักษณ์อักษรเลย เป็นสัญญาใจและสัญญาปากเปล่าล้วนล้วน แล้วก็ขายดีกันแบบเทน้ำเทท่า รวยอื้อซ่าทั้งสองฝ่าย
จนกระทั่งช่วงปี 2016 ยอดขายซอสพริกศรีราชาพุ่งปรี๊ด แต่ทางผู้ผลิตต้องการลดต้นทุนวัตถุดิบ เลยแอบ ไปตั้งบริษัทเพื่อเตรียมหาแหล่งจัดซื้อเจ้าใหม่ในราคาถูกกว่ามาป้อนโรงงาน แถมยังมีความพยายามที่จะดึงตัว ผู้บริหาร ระดับสูงของไร่ underwood ให้ย้ายมาอยู่โรงงานซอสศรีราชาเพื่อหวังจะดูด องค์ความรู้ในการจัดการฟาร์มทำไร่พริกมาทำเอง
ต่อมาทางโรงงานซอสพริกศรีราชาได้ทำการยกเลิกออเดอร์จาก underwood จนเขาเหลือพริกค้างสต๊อกเพียบ แถมเพิ่งจะขยายพื้นที่ในการปลูกพริกเป็น 1700 กว่าเอเคอร์ ทำให้ รายได้หายไปกว่า 80% ต้องเลยออฟพนักงานเยอะมาก
แล้วทั้งสองบริษัทที่เคยจูจี๋ดี๋ด๋ากันก็ฟ้องกันรัวๆ โดยทางฝั่งโรงงานซอสศรีราชาเป็นฝ่ายฟ้องก่อน ฟ้องทางไร่พริกว่าเรียกราคาต้นทุนสูงเกินจริงและเรียกร้องให้จ่ายเงินค่า มัดจำคืนบางส่วน
ส่วนทางไร่พริกก็ฟ้องกลับในข้อหาฉ้อโกงและผิดสัญญา โดยระบุว่าทางโรงงานซอสศรีราชาหลอกให้เค้าขยาย พื้นที่ปลูกพริกบอกว่าจะซื้อพริกเพิ่มทั้งที่มีแผนว่าจะเปลี่ยนไปซื้อพริกจากเจ้าอื่นอยู่แล้ว
สุดท้ายศาลตัดสินในปี 2019 ให้ทางไร่พริกเป็นฝ่ายชนะ และโรงงาน ซอสพริกศรีราชาต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับไร่พริก 800 กว่าล้านบาท
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทั้งสองฝ่ายก็แยกกันไปคนละทาง ทางโรงงานศรีราชาก็ต้องไปหาแหล่งปลูกพริกเจ้าใหม่โดยไปหาซื้อพริกจากฟาร์มหลายแห่งในเม็กซิโก แต่ก็ประสบปัญหา พริกที่เอามาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตซอสไม่ได้คุณภาพ บ้างก็คุณภาพไม่คงที่ประกอบกับเม็กซิโกประสบภัยแล้งทำให้พริกขาดแคลน จนซอสพริกศรีราชาขาดตลาดไปช่วงนึง แถมลูกค้ายังบ่นว่ารสชาติเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนเดิมน่าจะเพราะเปลี่ยนผู้ผลิตพริกที่ใช้เป็นวัตถุดิบนั่นเอง
ส่วนไร่พริก underwood มีพริกเหลืออื้อซ่าแถมเป็นพริกคุณภาพดีทั้งนั้นก็เลยตั้งโรงงานผลิตซอสพริกศรีราชาของตัวเองขาย
หลังจากนั้นก็จะมีฝรั่งบางคนที่เริ่มสนใจ ซอสพริกศรีราชาเจ้าอื่นและบางคนก็มาลองชิมซอสพริกศรีราชาแบบต้นตำรับในเราแล้วติดใจเหมือนกัน
จริงๆเป็นจังหวะดีมากที่เจ้าที่ครองตลาดกำลังเพลี่ยงพล้ำ หลายคนเลิกกินซอสพริกศรีราชาเจ้าเก่า ในขณะที่หลายคนกำลังเปลี่ยนไปกินซอสพริกดราก้อนศรีราชา น่าจะเป็นโอกาสให้ซอสพริกศรีราชาเจ้าอื่นอื่นรวมทั้งซอสพริกศรีราชาแบบออริจินอลของบ้านเราได้มาตีตลาดกันบ้าง