ยาแก้ปวดที่เรากินกันบ่อย ๆ อาจกระทบไตโดยไม่รู้ตัว? มีใครเคยเจอแบบนี้บ้าง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ช่วงนี้เราไปเจอคลิปคุณหมอพูดถึงเรื่อง ยาบางชนิดที่อาจส่งผลกระทบต่อไต หากใช้ไม่เหมาะสมหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากค่ะ เพราะยาหลายอย่างเป็นยาที่คนทั่วไปคุ้นเคย และบางคนก็อาจซื้อมาใช้เองโดยไม่ได้คิดว่าจะมีผลกับไต

ประเด็นที่คลิปพูดถึงมีอยู่หลายอย่างค่ะ

1. ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
เช่น ibuprofen หรือ diclofenac เป็นยาที่หลายคนน่าจะเคยใช้เวลาเจ็บปวดหรือมีอาการอักเสบ แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องหรือใช้ไม่เหมาะสม ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไตได้ โดยเฉพาะคนที่มีโรคไตหรือมีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว

2. ยาขับปัสสาวะ
ยากลุ่มนี้มีประโยชน์ในการรักษาโรคบางอย่างเมื่อใช้ตามคำสั่งแพทย์ แต่ไม่ควรซื้อมาใช้เองเพียงเพราะต้องการลดอาการบวมหรือลดน้ำหนัก เพราะอาจกระทบสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกายได้

3. ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน
อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าระวัง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบหรือแหล่งที่มาอย่างชัดเจน เพราะเราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสารอะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์และจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

ส่วนตัวเราว่า ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ใช่การทำให้กลัวการใช้ยา แต่คือ “ยาแต่ละชนิดควรใช้ให้ถูกโรค ถูกขนาด และถูกระยะเวลา” มากกว่า

โดยเฉพาะคนที่ต้องกินยาประจำหลายชนิด หรือมีโรคประจำตัว ถ้าจะซื้อยาเพิ่มเติมกินเอง ก็น่าจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ก่อน เพื่อช่วยดูเรื่องการใช้ยาร่วมกันด้วยค่ะ

เลยอยากถามคนที่เคยมีประสบการณ์ว่า

มีใครเคยกินยาแก้ปวดเป็นประจำ แล้วภายหลังตรวจพบว่าค่าไตเปลี่ยนแปลงบ้างไหมคะ?
หรือเคยมีประสบการณ์ใช้ยา/อาหารเสริมบางอย่างแล้วคุณหมอแนะนำให้หยุดเพราะมีผลต่อไตหรือเปล่า?

อยากฟังประสบการณ์ของแต่ละคนค่ะ เผื่อจะได้เป็นข้อมูลเตือนใจกันว่า ยาที่เราคุ้นเคยและคิดว่าปลอดภัยเสมอ ก็ยังควรใช้อย่างระมัดระวัง

> หมายเหตุ: กระทู้นี้นำประเด็นจากคลิปมาแลกเปลี่ยนเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ควรหยุดหรือลดขนาดยาที่แพทย์สั่งเอง หากมีข้อสงสัยเรื่องยาที่ใช้อยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนนะคะ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
เอาจริงการปวดอย่างปวดหัวแล้วกินยาแก้ปวดนี่น่ะ   มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุคือกินยากดให้มันไม่รู้สึกปวดเท่านั้น   แต่สาเหตุของอาการปวดไม่ได้ถูกแก้ไขอะไรไปเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่