สวิตเซอร์แลนด์อาจต้องใช้งบสูงถึง 43,000 ล้านฟรังก์ (≈ 1.76 ล้านล้านบาท)
หากสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่
สวิตเซอร์แลนด์กำลังกลับมาถกเถียงเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (AKW) แห่งใหม่ หลังรัฐสภาต้องการเปิดทางให้ประเทศสามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ได้อีกครั้ง แต่รายงานฉบับใหม่เตือนว่า
ต้นทุนอาจสูงกว่าที่คาดไว้มาก โดยอาจอยู่ระหว่างประมาณ
15,000–43,000 ล้านฟรังก์สวิสต่อโครงการ ขึ้นอยู่กับขนาดของเตาปฏิกรณ์และต้นทุนก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริง
1. ตัวเลข 43,000 ล้านฟรังก์มาจากไหน
รายงานที่จัดทำโดยคณะกรรมการด้านพลังงานของ
Swiss Academies of Arts and Sciences วิเคราะห์โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ในยุโรปและสหรัฐฯ แล้วนำข้อมูลมาประเมินความเป็นไปได้สำหรับสวิตเซอร์แลนด์
Urs Neu หัวหน้าคณะกรรมการ ระบุว่า หากอุตสาหกรรมสามารถควบคุมต้นทุนได้ โรงไฟฟ้าของ
Westinghouse จากสหรัฐฯ อาจมีต้นทุนประมาณ
14,000 ล้านฟรังก์ (ประมาณ 570,000 ล้านบาท) ขณะที่เตาปฏิกรณ์ของ
EDF จากฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอาจอยู่ที่ประมาณ
21,000 ล้านฟรังก์ (ประมาณ 859,000 ล้านบาท)
แต่หากต้นทุนเพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกับโครงการนิวเคลียร์หลายแห่งที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ
25,000 ล้านฟรังก์(≈ 1.02 ล้านล้านบาท
)สำหรับ Westinghouse และสูงถึง
43,000 ล้านฟรัง(≈ 1.76 ล้านล้านบาท)
ก์สำหรับ EDF
ดังนั้น
43,000 ล้านฟรังก์(≈ 1.76 ล้านล้านบาท)
ไม่ใช่ราคาที่สวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจว่าจะต้องจ่ายแน่นอน แต่เป็นประมาณการในกรณีที่ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นมากตามประสบการณ์ที่ผ่านมา
2. ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ราคาก่อสร้าง
ประเด็นสำคัญคือการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเป็นเวลานาน และมีความเสี่ยงที่ต้นทุนจะบานปลาย
รายงานระบุว่า ในปัจจุบันนักลงทุนเอกชนทั่วโลกแทบไม่ต้องการรับความเสี่ยงของโครงการนิวเคลียร์ด้วยตัวเอง หากไม่มีรัฐบาลเข้ามาช่วย เช่น
รัฐร่วมลงทุน
เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
การค้ำประกันสินเชื่อ
การรับประกันราคาหรือการรับซื้อไฟฟ้า
ผู้จัดทำรายงานจึงมองว่า
หากสวิตเซอร์แลนด์ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ รัฐอาจจำเป็นต้องให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัทเอกชนรับภาระทั้งหมด
และเนื่องจากผู้ประกอบการไฟฟ้ารายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่น ภาระความเสี่ยงจึงอาจไม่ได้ตกอยู่กับรัฐบาลกลางเพียงฝ่ายเดียว
3. มีผู้ผลิตที่มีโอกาสเข้าร่วมจริงไม่กี่ราย
รายงานมองว่า หากสวิตเซอร์แลนด์เปิดประมูลสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ ผู้ผลิตที่มีโอกาสเข้าร่วมจริงมีอยู่ไม่มาก โดยหลัก ๆ คือ
EDF/Framatome จากฝรั่งเศส
Westinghouse จากสหรัฐฯ
มีผู้ผลิตจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อีกสองรายที่อาจมีศักยภาพ แต่ผู้จัดทำรายงานมองว่ามีเหตุผลหลายประการที่ทำให้พวกเขาอาจไม่เข้าร่วม ขณะที่บริษัทจากรัสเซียและจีนแทบไม่น่าจะได้รับเลือกเนื่องจากเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์
4. สวิตเซอร์แลนด์มีปัญหาเรื่องเวลา
อีกประเด็นหนึ่งคือ
ถ้าตัดสินใจสร้างจริง ประเทศไม่มีเวลามากนัก
สวิตเซอร์แลนด์คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจนถึงปี 2050 ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เก่าจะทยอยหมดอายุการใช้งาน
รายงานประเมินว่า หากต้องการให้โรงไฟฟ้าใหม่สามารถใช้งานได้ภายในช่วงดังกล่าว กระบวนการประมูลควรเริ่มตั้งแต่
ต้นทศวรรษ 2030 และการก่อสร้างอาจต้องเริ่มประมาณ
ต้นทศวรรษ 2040 นอกจากนี้ยังต้องแก้ไขกฎหมายก่อนด้วย
5. แล้ว SMR (Small Modular Reactor) ล่ะ?
สวิตเซอร์แลนด์ก็มีแนวคิดที่จะใช้
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ซึ่งมีความหวังว่าจะสร้างได้ง่ายและราคาถูกกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
แต่รายงานเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะถือว่า SMR เป็นทางเลือกที่พร้อมใช้งานจริง เพราะขณะนี้เพิ่งมีโครงการหนึ่งในแคนาดาที่เริ่มก่อสร้างโมดูล และยังต้องรอข้อมูลจริงเกี่ยวกับ
ต้นทุน การเดินเครื่อง และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ในระหว่างที่ยังไม่มีทางเลือกใหม่ สวิตเซอร์แลนด์อาจต้องพิจารณา
ยืดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Gösgen และ Leibstadt ซึ่งรายงานระบุว่าสามารถทำได้ในทางเทคนิค
6. ทำไมตัวเลขของ Axpo จึงต่ำกว่า
ก่อนหน้านี้ Axpo ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์เคยประเมินต้นทุนไว้ประมาณ
10,000 ล้านฟรังก์ แต่รายงานฉบับใหม่มีตัวเลขสูงกว่ามาก
เหตุผลหนึ่งคือ
รายงานฉบับใหม่รวมต้นทุนทางการเงิน เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ เข้าไปด้วย เมื่อคำนวณด้วยวิธีเดียวกัน ตัวเลขของ Axpo จะใกล้เคียงกับกรณีต้นทุนต่ำของรายงานฉบับใหม่นี้
สรุป
ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่ว่า
สวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจแล้วว่าจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ราคา 43,000 ล้านฟรังก์ แต่คือ
การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อาจมีต้นทุนสูงมาก และความเสี่ยงที่ต้นทุนจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่
ประมาณการของรายงานอยู่ที่
15,000–43,000 ล้านฟรังก์ ขณะที่ต้นทุนในกรณีที่อุตสาหกรรมสามารถควบคุมราคาได้อยู่ราว
14,000–21,000 ล้านฟรังก์ ตามประเภทของเตาปฏิกรณ์ แต่หากเกิดการเพิ่มขึ้นของต้นทุนแบบที่พบในโครงการที่ผ่านมา ตัวเลขอาจพุ่งขึ้นไปถึง
25,000–43,000 ล้านฟรังก์
ดังนั้น หากสวิตเซอร์แลนด์เลือกเดินหน้านิวเคลียร์ต่อ
คำถามใหญ่ไม่ได้มีเพียงว่า “จะสร้างหรือไม่” แต่คือ “ใครจะเป็นคนรับความเสี่ยงจากเงินลงทุนหลายหมื่นล้านฟรังก์” เพราะจากประสบการณ์ในต่างประเทศ โครงการลักษณะนี้มีแนวโน้มต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างมาก
#เท่าที่อ่านสวิตเซอร์แลนด์อยากสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ แต่ติดปัญหาโครงการแพงมาก แล้วจะให้ใครเป็นคนแบกรับเงินลงทุนและความเสี่ยงอ่ะนะ
ข่าวต้นทาง (เอไอสรุป)
blick
สวิตเซอร์แลนด์อาจต้องใช้งบสูงถึง 43,000 ล้านฟรังก์ หากสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่
สวิตเซอร์แลนด์อาจต้องใช้งบสูงถึง 43,000 ล้านฟรังก์ (≈ 1.76 ล้านล้านบาท) หากสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่
สวิตเซอร์แลนด์กำลังกลับมาถกเถียงเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (AKW) แห่งใหม่ หลังรัฐสภาต้องการเปิดทางให้ประเทศสามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ได้อีกครั้ง แต่รายงานฉบับใหม่เตือนว่า ต้นทุนอาจสูงกว่าที่คาดไว้มาก โดยอาจอยู่ระหว่างประมาณ 15,000–43,000 ล้านฟรังก์สวิสต่อโครงการ ขึ้นอยู่กับขนาดของเตาปฏิกรณ์และต้นทุนก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริง
1. ตัวเลข 43,000 ล้านฟรังก์มาจากไหน
รายงานที่จัดทำโดยคณะกรรมการด้านพลังงานของ Swiss Academies of Arts and Sciences วิเคราะห์โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ในยุโรปและสหรัฐฯ แล้วนำข้อมูลมาประเมินความเป็นไปได้สำหรับสวิตเซอร์แลนด์
Urs Neu หัวหน้าคณะกรรมการ ระบุว่า หากอุตสาหกรรมสามารถควบคุมต้นทุนได้ โรงไฟฟ้าของ Westinghouse จากสหรัฐฯ อาจมีต้นทุนประมาณ 14,000 ล้านฟรังก์ (ประมาณ 570,000 ล้านบาท) ขณะที่เตาปฏิกรณ์ของ EDF จากฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอาจอยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านฟรังก์ (ประมาณ 859,000 ล้านบาท)
แต่หากต้นทุนเพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกับโครงการนิวเคลียร์หลายแห่งที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 25,000 ล้านฟรังก์(≈ 1.02 ล้านล้านบาท)สำหรับ Westinghouse และสูงถึง 43,000 ล้านฟรัง(≈ 1.76 ล้านล้านบาท)ก์สำหรับ EDF
ดังนั้น 43,000 ล้านฟรังก์(≈ 1.76 ล้านล้านบาท)ไม่ใช่ราคาที่สวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจว่าจะต้องจ่ายแน่นอน แต่เป็นประมาณการในกรณีที่ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้นมากตามประสบการณ์ที่ผ่านมา
2. ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ราคาก่อสร้าง
ประเด็นสำคัญคือการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเป็นเวลานาน และมีความเสี่ยงที่ต้นทุนจะบานปลาย
รายงานระบุว่า ในปัจจุบันนักลงทุนเอกชนทั่วโลกแทบไม่ต้องการรับความเสี่ยงของโครงการนิวเคลียร์ด้วยตัวเอง หากไม่มีรัฐบาลเข้ามาช่วย เช่น
รัฐร่วมลงทุน
เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
การค้ำประกันสินเชื่อ
การรับประกันราคาหรือการรับซื้อไฟฟ้า
ผู้จัดทำรายงานจึงมองว่า หากสวิตเซอร์แลนด์ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ รัฐอาจจำเป็นต้องให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้บริษัทเอกชนรับภาระทั้งหมด
และเนื่องจากผู้ประกอบการไฟฟ้ารายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่น ภาระความเสี่ยงจึงอาจไม่ได้ตกอยู่กับรัฐบาลกลางเพียงฝ่ายเดียว
3. มีผู้ผลิตที่มีโอกาสเข้าร่วมจริงไม่กี่ราย
รายงานมองว่า หากสวิตเซอร์แลนด์เปิดประมูลสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ ผู้ผลิตที่มีโอกาสเข้าร่วมจริงมีอยู่ไม่มาก โดยหลัก ๆ คือ
EDF/Framatome จากฝรั่งเศส
Westinghouse จากสหรัฐฯ
มีผู้ผลิตจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อีกสองรายที่อาจมีศักยภาพ แต่ผู้จัดทำรายงานมองว่ามีเหตุผลหลายประการที่ทำให้พวกเขาอาจไม่เข้าร่วม ขณะที่บริษัทจากรัสเซียและจีนแทบไม่น่าจะได้รับเลือกเนื่องจากเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์
4. สวิตเซอร์แลนด์มีปัญหาเรื่องเวลา
อีกประเด็นหนึ่งคือ ถ้าตัดสินใจสร้างจริง ประเทศไม่มีเวลามากนัก
สวิตเซอร์แลนด์คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจนถึงปี 2050 ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เก่าจะทยอยหมดอายุการใช้งาน
รายงานประเมินว่า หากต้องการให้โรงไฟฟ้าใหม่สามารถใช้งานได้ภายในช่วงดังกล่าว กระบวนการประมูลควรเริ่มตั้งแต่ ต้นทศวรรษ 2030 และการก่อสร้างอาจต้องเริ่มประมาณ ต้นทศวรรษ 2040 นอกจากนี้ยังต้องแก้ไขกฎหมายก่อนด้วย
5. แล้ว SMR (Small Modular Reactor) ล่ะ?
สวิตเซอร์แลนด์ก็มีแนวคิดที่จะใช้ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) ซึ่งมีความหวังว่าจะสร้างได้ง่ายและราคาถูกกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
แต่รายงานเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะถือว่า SMR เป็นทางเลือกที่พร้อมใช้งานจริง เพราะขณะนี้เพิ่งมีโครงการหนึ่งในแคนาดาที่เริ่มก่อสร้างโมดูล และยังต้องรอข้อมูลจริงเกี่ยวกับ ต้นทุน การเดินเครื่อง และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ในระหว่างที่ยังไม่มีทางเลือกใหม่ สวิตเซอร์แลนด์อาจต้องพิจารณา ยืดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Gösgen และ Leibstadt ซึ่งรายงานระบุว่าสามารถทำได้ในทางเทคนิค
6. ทำไมตัวเลขของ Axpo จึงต่ำกว่า
ก่อนหน้านี้ Axpo ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์เคยประเมินต้นทุนไว้ประมาณ 10,000 ล้านฟรังก์ แต่รายงานฉบับใหม่มีตัวเลขสูงกว่ามาก
เหตุผลหนึ่งคือ รายงานฉบับใหม่รวมต้นทุนทางการเงิน เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ เข้าไปด้วย เมื่อคำนวณด้วยวิธีเดียวกัน ตัวเลขของ Axpo จะใกล้เคียงกับกรณีต้นทุนต่ำของรายงานฉบับใหม่นี้
สรุป
ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่ว่า สวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจแล้วว่าจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ราคา 43,000 ล้านฟรังก์ แต่คือ การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อาจมีต้นทุนสูงมาก และความเสี่ยงที่ต้นทุนจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่
ประมาณการของรายงานอยู่ที่ 15,000–43,000 ล้านฟรังก์ ขณะที่ต้นทุนในกรณีที่อุตสาหกรรมสามารถควบคุมราคาได้อยู่ราว 14,000–21,000 ล้านฟรังก์ ตามประเภทของเตาปฏิกรณ์ แต่หากเกิดการเพิ่มขึ้นของต้นทุนแบบที่พบในโครงการที่ผ่านมา ตัวเลขอาจพุ่งขึ้นไปถึง 25,000–43,000 ล้านฟรังก์
ดังนั้น หากสวิตเซอร์แลนด์เลือกเดินหน้านิวเคลียร์ต่อ คำถามใหญ่ไม่ได้มีเพียงว่า “จะสร้างหรือไม่” แต่คือ “ใครจะเป็นคนรับความเสี่ยงจากเงินลงทุนหลายหมื่นล้านฟรังก์” เพราะจากประสบการณ์ในต่างประเทศ โครงการลักษณะนี้มีแนวโน้มต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างมาก
#เท่าที่อ่านสวิตเซอร์แลนด์อยากสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ แต่ติดปัญหาโครงการแพงมาก แล้วจะให้ใครเป็นคนแบกรับเงินลงทุนและความเสี่ยงอ่ะนะ
ข่าวต้นทาง (เอไอสรุป) blick