[ รีวิวหนังโรง ] รินรดา (2026)



++ หนังไทยพล็อตเรื่องทันสมัย ที่เล่นกับประเด็นทางสังคมที่กำลังฮิตอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน อย่างการใช้สื่อและการบูลลี่ทางออนไลน์ ที่เรียกกันว่า Cyber Bullying ที่ขาดความรับผิดชอบในคำพูดที่ตัวเองพิมพ์ลงไป ซึ่งอาจจะไปพิพากษาใครบางคนด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จนั่นเอง หนังมีงานสร้างที่คุมโทนในสไตล์ Stylized Visual ที่ใช้สีสันจัดจ้านบนภาพยามค่ำคืน มีความนีออน มีความเรืองแสง ซึ่งสิ่งนี้อาจจะเป็นพระผู้ช่วยให้หนังเรื่องนี้รอดจากการเป็นหนังอิหยังว่ะของ จขกท. ก็เป็นได้ เนื้อเรื่องของหนังเป็นแนว Slasher Horror ที่มีกลิ่นอายความ Gore ความ Noir แถมด้วยความกวนและความกาวเพิ่มเข้าไปอีก โอ้โห! จัดหนักจัดเต็มขนาดนี้ ตัวหนังจริง ๆ จะเป็นอย่างไรกันเนี่ย...



++ หนังเล่าเรื่องของอินฟลูฯสาวชื่อว่า รินรดา (โยชิ รินรดา) ในขณะที่เธอกำลังก้าวขึ้นไปรับรางวัล Influencer of the Year ก็ปรากฏภาพ VTR ของแม่คนหนึ่ง ที่ออกมาร่ำไห้เสียใจที่ลูกของเธอได้กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รินรดาจำหน่ายทางออนไลน์ จนเสียชีวิตไป ทันใดนั้นโลกออนไลน์จึงรุมกระหน่ำเธอ จนในที่สุดเธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย ก่อนที่วิญญาณของเธอจะไปปรากฏตัวในยมโลก และได้พบกับ เด็กสาวปริศนา (นีน่า พาโดวัน) โดยเด็กหญิงให้เธอเลือกที่จะกลับไปยังโลกมนุษย์เป็นเวลา 7 วันยมโลก (เท่ากับ 49 วันในโลกมนุษย์) เพื่อสางแค้นคนที่ Bully เธอ โดยเธอสามารถไปได้ทุกที่ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ในโลกมนุษย์เธอจะจัดการกับความแค้นของตัวเองอย่างไร และชายที่เป็นคนรักของเธออย่าง ปอ (กระทิง ขุนณรงค์) จะช่วยให้เธอได้อย่างไรบ้าง ต้องติดตามชมครับ...



++ บอกก่อนว่า พอรู้ว่าหนังเรื่องนี้สร้างโดย THAM Studio และมีทีมสร้างเดียวกันกับหนังเรื่อง หม่อม (2024) จขกท. ก็แอบหวั่น ๆ เหมือนกันนะ ว่ามันจะอิหยังว่ะมั้ยว้า อันนี้ไม่ดูถูกผู้สร้างนะครับ แต่เราต้องยอมรับความจริงครับ ความจริงที่ว่าหนังเรื่องหม่อมมันอิหยังว่ะจริง ๆ ก่อนจะได้ข้อสรุปภายหลังหนังจบว่า มันก็เกือบ ๆ จะเป็นหนังอิหยังว่ะอยู่แล้วเชียว เพียงแต่ยังมีบางอย่างที่ จขกท. ว่ามันก็ยังโอเคอยู่ คือ งาน Production และงานภาพของหนังเรื่องนี้มันจะมีความแปลกตาอยู่หน่อย เพราะเขาใช้เทคนิค Virtual Production กว่า 70% หรือการใช้จอ LED ขนาดใหญ่มาเป็นฉากหลัง แทนการใช้ Green Screen แล้วไปใส่ภาพ CGI ในภายหลัง โดยทางผู้สร้างให้เหตุผลว่ามันดีต่อการแสดงของนักแสดงที่จะได้เห็นว่ามีอะไรอยู่ตรงหน้า แล้วจะได้อินกับการแสดงมากขึ้น ตรงนี้คงพูดได้ว่าด้วยความที่ทีมสร้างเขาเลือกที่จะเสนอภาพในแบบ Stylized Visual มันเลยดูค่อนข้างจะรับได้หน่อยในความลอยของฉากหลังที่ดูก็รู้ว่ามันเป็นจอ บางซีนก็มีขอบจอหลุดมาให้คนตาดีจับผิดได้บ้าง (แต่ภาพรวม จขกท. ยังให้ดีกว่าหนังฝรั่งอิหยังว่ะที่ จขกท. รีวิวไปก่อนหน้านี้) อีกเรื่องคืองานแต่งผีที่เป็น Practical Effect ที่แม้บางซีนจะดูล้นจนแอบตลกมากกว่าน่ากลัว แต่ภาพรวมก็ดีครับ งาน CGI ก็ตามสภาพที่เขาน่าจะทำได้สำหรับหนังทุนประมาณนี้ อย่างที่จขกท. บอกไว้เสมอว่าเรื่องงาน Production หนังไทย จขกท. ไม่ค่อยติด เพราะทีม Post-production คนไทยเราเก่งมาก ๆ อยู่แล้ว เครื่องไม้เครื่องมือก็ดี...



++ มาถึงส่วนที่ จขกท. ไม่ค่อยชอบกันบ้าง คุณเคยเห็นหนังที่มีสารตั้งต้นที่ดี น่าสนใจ ทันสมัย แต่การเล่าเรื่องและการตัดต่อพาหนังพังยับเยินมั้ยครับ ถ้าไม่เคย ให้ลองมาดูหนังเรื่องนี้ครับ หนังพยายามเล่นท่ายาก ไม่เล่าเรื่องเป็นเส้นตรง พยายามจะมี Hidden Plot ต่าง ๆ แต่การเล่าเรื่องและการตัดต่อที่มั่วเละเทะ ทำให้เรื่องราวมันยุ่งเหยิงอย่างกับเส้นด้ายที่ถูกขยุม ๆ กันไว้มั่ว ๆ บางตัวละคร บางซีนก็ไม่รู้จะตัดใส่มาทำไม มันไม่มีเหตุผลเลย ทำให้หนังมันหลุดโฟกัสไปเสียเปล่า ๆ ภาพรวมตรงนี้ทำให้หนังมันดูอิหยังว่ะและไปไม่สุดในทุก ๆ ด้าน ซาวด์ประกอบก็อึกทึกคึกโครมมากเกินความจำเป็น เพลงประกอบเพราะดีครับ แต่มาในช่วงที่ จขกท. ว่ามันผิดที่ผิดทางไปหน่อย จขกท. ไม่พูดถึงบทนะ เพราะหลังจากดูหนังไปได้ซักพัก จขกท. ก็รู้ตัวแล้วว่าเราต้องดูหนังเรื่องนี้แบบถอดสมอง และคิดว่าเป็นหนัง Slasher Horror แบบกาว ๆ แล้วหล่ะ เพราะบทพูดเอย อะไรเอย มันบ่ได้เลย การที่ให้มีคนคอยมาพูดส่งเสริมหรือตักเตือนการกระทำของตัวละครตรง ๆ นั้น มันเหมือนละครคุณธรรมไม่มีผิด หนังไม่ได้เปิดพื้นที่ให้คนดูคิด วิเคราะห์ แยกแยะ เอาเองเลยแต่อย่างใด ส่วนสารที่พูดถึงเรื่องของ Cyber Bullying ก็ถูกแตะแต่เพียงเบา ๆ เผิน ๆ ไม่มีอะไรให้เรารู้สึกว่าต้องเอาใจช่วย รินรดา หรือทำให้คิดว่านางมีความชอบธรรมที่จะไปไล่ฆ่าเอาคืนคนแต่อย่างใด...



++ บทของหนังมันติดเล่าเรื่องแบบละคร และต้องการวางตัวเองอยู่ในสูตรสำเร็จเกินไป จขกท. ว่าหนังมันดูได้ในช่วงครึ่งแรก พอมาครึ่งหลัง ยิ่งดูยิ่งออกอ่าว นังรินรดาก็กลายเป็นผีบ้าผีบอ ทำอะไรแบบไร้..ไปคิดเอาเองแล้วกันครับ ชนิดที่คนควรจะฆ่านางไม่ฆ่า คนไม่ควรจะฆ่ากลับไปฆ่าเขา น่าจับนางเข้าตรวจจิตเวชหน่อยนะ ตรงนี้ จขกท. หลุดโฟกัสจากหนังไปแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจนั่งเอาฮา เอาขำ กับซีนอิหยังว่ะในหนัง สนุกกว่ากันเยอะ และ จขกท. ก็ยิ่งขำหนังเข้าไปใหญ่กับซีนมิวสิควีดีโอในตอนจบของหนัง แบบสูตรสำเร็จแห่งความน้ำเน่ามาก ละค้อนละครเย็นมาก เบิ่ดคำสิเว้า...



++ ปิดท้ายกับเรื่องการแสดงหน่อย นี่อาจจะเป็นจุดที่ดีที่สุดของหนังก็ได้ครับ โยชิ เล่นดีนะ ดีในที่นี้คือเล่นได้เข้ากับบท ที่ต้องการความบ้าคลั่ง ความล้น ความกาว นางก็เอาอยู่ ในขณะที่ กระทิง ดูเหมือนคนยังไม่ตื่นนอน แต่ซีนน้ำเดินเยอะมากกกก สาวที่นั่งข้าง ๆ จขกท. นางแอบฟินเลย แต่คนแสดงดีที่สุดแบบดีจริง ๆ คือ น้องนีน่า น้องเก่งมากอ่ะ ออกไม่มาก แต่การแสดงน้องโคตะระถึง สีหน้า แววตา อยู่ในหนังแบบนี้ยังออกมาดี อนาคตรุ่งแน่ เพชรเลยคนนี้ อ้อ! เกือบลืมชมอีกคน สาวต๊อกแต๊ก Pizza Movie นางเล่นดีอยู่นะ ตอนแรกนึกว่าจะเล่นล้น ๆ แต่หน้างานไม่เลย นางเล่นดีเกินกว่าที่จะเป็นมือสมัครเล่น อันนี้ชมครับ...



++ สรุป หนังเรื่อง รินรดา ถ้าใครเป็น FC นักแสดงในเรื่องก็ไปดูเถอะครับ หรือถ้าว่าง ๆ ก็เข้าไปดูได้ หนังไม่ถึงกับอิหยังว่ะ แต่ก็เกือบ ๆ ดูแล้วก็ไม่ค่อยได้อะไร แต่หากอยากสนับสนุนหนังไทยก็โอเค แต่ถ้าอยากดูหนัง Slasher Horror ที่มีอะไรแหยะ ๆ ให้ดูเยอะ ๆ แต่บทจะกาว ๆ หน่อย ก็เชิญครับ ได้สมใจปรารถนาแน่นอน...



++ อีกนิดครับ จขกท. อยากเสนอแนะทีมผู้สร้างหนังไทยนิดนึงครับ คือ หนังทุกเรื่องไม่จำเป็นต้องยัดซีนมุกตลกดาษ ๆ แบบตลก 3 ช่อง ตลก 6 ฉาก อะไรแบบนี้เข้ามาครับ ถ้าหนังเรื่องนั้นไม่ได้มี Genre หลักเป็น Comedy ถ้าอยากให้มีมุกตลก เราสามารถให้นักแสดงหลักเล่นผ่านคำพูด หรือการกระทำที่ไม่ออกนอกเรื่องได้ครับ ตัวอย่างเช่น หนังเรื่อง โกฮัง..หัวใจโกโฮม (2026) ในองก์แรกในบทที่ตาต้าเล่นนะครับ ฝากไว้ให้ลองดูครับ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่