สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมเซฟสกรีนช็อตหน้าแอปค่ายมือถือใหญ่ของอินเดียมาให้ดูระบบเติมเงินบ้านเขาเป็นหลักฐานชัดๆ ครับ
เราทุกคนต่างก็อยู่ในยุค 5G เหมือนกัน แต่สิ่งที่น่าคิดคือ อินเดียซึ่งเป็นประเทศที่ค่าเฉลี่ยรายได้ประชากรต่อหัวและค่าครองชีพต่ำกว่าไทยเรามาก กลับมีระบบการจัดการแพ็กเกจเติมเงินที่เอื้อต่อผู้บริโภคมากกว่าไทยเราในปัจจุบันลิบลับครับ
ลองดูตัวเลขจริงจากรูปหลักฐานระบบเติมเงินที่ผมแนบมาได้เลยครับ
ข้อแรก ระบบโควต้ารายวัน รีเซ็ตความเร็วใหม่ทุกเที่ยงคืน ดูรูปแรกประกอบครับ
จากรูปแรก ค่ายมือถือที่อินเดียจะขายแพ็กเกจเติมเงินเป็นโควต้ารายวันอย่างชัดเจนครับ
โปร 349 รูปี หรือประมาณ 145 บาท ได้เน็ตความเร็วสูงวันละ 2 GB ต่อวัน และโปร 399 รูปี หรือประมาณ 165 บาท ได้เน็ตวันละ 2.5 GB ต่อวัน ทั้งสองโปรใช้งานได้ยาวนาน 28 วันครับ
กลไกความต่างคือ ใช่ครับ ระบบเติมเงินบ้านเขามีการลดความเร็วเหมือนกันหากวันนั้นเราใช้งานเน็ต 4G จนครบโควต้า 2 GB หรือ 2.5 GB ของวันนั้นไปแล้ว
แต่สิ่งที่ต่างจากไทยโดยสิ้นเชิงคือ พอถึงเวลาเที่ยงคืนปุ๊บ ระบบจะรีเซ็ตความเร็วกลับมาให้วิ่งความเร็วสูงใหม่ทันทีตามโควต้าเดิมในวันรุ่งขึ้น และทำแบบนี้ใหม่ให้ทุกวันจนครบ 28 วันครับ
ข้อสอง ขนาดโปรเติมเงินรายปี ก็ยังใช้ระบบล็อกสปีดรายวัน พ่วง 5G ไม่จำกัดของจริง ดูรูปสองประกอบครับ
ลองดูภาพที่สองของค่าย Airtel นะครับ นี่คือโปรเติมเงินแบบจ่ายจบรายปี 365 วัน ราคา 3,599 รูปี หรือประมาณ 1,500 บาทไทย และโปร 3,999 รูปี หรือประมาณ 1,660 บาทไทยครับ
ระบบเติมเงินรายปีบ้านเขาก็ใช้กลไกเดียวกันคือ ปล่อยเน็ตความเร็วสูงบน 4G พื้นฐานไว้ที่ 2 GB หรือ 2.5 GB ต่อวัน และจะรีเซ็ตความเร็วสูงให้ใหม่ทุกๆ เที่ยงคืนเช่นกันครับ
แต่พ้อยท์หลักที่ว้าวคือ ในรูปเขาระบุชัดเจนตรงสิทธิ์เพิ่มเติมว่าพ่วงอันลิมิเต็ด 5G มาให้ด้วยครับ แม้กติกาตัวเล็กๆ บ้านเขาจะมีการจำกัด FUP เพดานสูงไว้ที่ประมาณ 300 GB ต่อเดือนสำหรับใช้บนเครื่อง แต่อย่างน้อยดาต้าระดับหลายร้อยกิกะไบต์บนความเร็วสูงในราคาเฉลี่ยเท่านี้ ก็ถือว่าให้ปริมาณมาเยอะมากจนแทบจะใช้งานได้แบบไร้กังวลตลอดทั้งปีครับ
เมื่อหันกลับมามองแพ็กเกจเติมเงิน 5G ในไทยปัจจุบัน
ตัดภาพกลับมาที่ไทย ถ้าอยากได้โปรเติมเงินราคาประหยัดที่พอเอื้อมถึง เรามักจะถูกบังคับให้ใช้เน็ตล็อกสปีดต่ำๆ อยู่แค่ 15 Mbps หรือบางโปรแค่ 6 Mbps ครับ
ทำไมผู้บริโภคชาวไทยจ่ายแพงกว่า แต่กลับต้องทนใช้เน็ตล็อกสปีด หรือไม่ก็ต้องยอมจ่ายเงินซ้ำซ้อนซื้อโปรเสริมเพิ่มความเร็วไม่จบไม่สิ้น ไม่มีระบบเติมความเร็วสูงกลับมาให้ใหม่ในวันรุ่งขึ้นแบบแฟร์ๆ เหมือนระบบเติมเงินประเทศเขาเลยครับ
เลยอยากโยนคำถามชวนทุกคนแชร์มุมมองครับ
คิดยังไงกับการที่ประเทศที่รายได้ประชากรน้อยกว่าเรามาก แต่ระบบเติมเงินเขาได้เน็ตวิ่งความเร็วสูงรีเซ็ตรายวัน พ่วง 5G ไม่จำกัดจริง ขณะที่บ้านเราต้องจ่ายแพงเพื่อทนใช้โปรล็อกสปีด 15 Mbps แถมติด FUP เต่าคลานข้ามสัปดาห์ข้ามเดือนแบบนี้ครับ
ทำไมบ้านเรายิ่งเทคโนโลยีพัฒนา แต่โปรโมชั่นกลับถอยหลังและแพงขึ้นเรื่อยๆ มาร่วมแชร์มุมมองและข้อมูลกันได้ครับ
เทียบเน็ตเติมเงินอินเดีย vs ไทย ทำไมประเทศรายได้น้อยกว่า ได้เต็มสปีดรายวัน+5Gไม่จำกัด ไม่ล็อก15Mbpsแบบเรา
เราทุกคนต่างก็อยู่ในยุค 5G เหมือนกัน แต่สิ่งที่น่าคิดคือ อินเดียซึ่งเป็นประเทศที่ค่าเฉลี่ยรายได้ประชากรต่อหัวและค่าครองชีพต่ำกว่าไทยเรามาก กลับมีระบบการจัดการแพ็กเกจเติมเงินที่เอื้อต่อผู้บริโภคมากกว่าไทยเราในปัจจุบันลิบลับครับ
ลองดูตัวเลขจริงจากรูปหลักฐานระบบเติมเงินที่ผมแนบมาได้เลยครับ
ข้อแรก ระบบโควต้ารายวัน รีเซ็ตความเร็วใหม่ทุกเที่ยงคืน ดูรูปแรกประกอบครับ
จากรูปแรก ค่ายมือถือที่อินเดียจะขายแพ็กเกจเติมเงินเป็นโควต้ารายวันอย่างชัดเจนครับ
โปร 349 รูปี หรือประมาณ 145 บาท ได้เน็ตความเร็วสูงวันละ 2 GB ต่อวัน และโปร 399 รูปี หรือประมาณ 165 บาท ได้เน็ตวันละ 2.5 GB ต่อวัน ทั้งสองโปรใช้งานได้ยาวนาน 28 วันครับ
กลไกความต่างคือ ใช่ครับ ระบบเติมเงินบ้านเขามีการลดความเร็วเหมือนกันหากวันนั้นเราใช้งานเน็ต 4G จนครบโควต้า 2 GB หรือ 2.5 GB ของวันนั้นไปแล้ว
แต่สิ่งที่ต่างจากไทยโดยสิ้นเชิงคือ พอถึงเวลาเที่ยงคืนปุ๊บ ระบบจะรีเซ็ตความเร็วกลับมาให้วิ่งความเร็วสูงใหม่ทันทีตามโควต้าเดิมในวันรุ่งขึ้น และทำแบบนี้ใหม่ให้ทุกวันจนครบ 28 วันครับ
ข้อสอง ขนาดโปรเติมเงินรายปี ก็ยังใช้ระบบล็อกสปีดรายวัน พ่วง 5G ไม่จำกัดของจริง ดูรูปสองประกอบครับ
ลองดูภาพที่สองของค่าย Airtel นะครับ นี่คือโปรเติมเงินแบบจ่ายจบรายปี 365 วัน ราคา 3,599 รูปี หรือประมาณ 1,500 บาทไทย และโปร 3,999 รูปี หรือประมาณ 1,660 บาทไทยครับ
ระบบเติมเงินรายปีบ้านเขาก็ใช้กลไกเดียวกันคือ ปล่อยเน็ตความเร็วสูงบน 4G พื้นฐานไว้ที่ 2 GB หรือ 2.5 GB ต่อวัน และจะรีเซ็ตความเร็วสูงให้ใหม่ทุกๆ เที่ยงคืนเช่นกันครับ
แต่พ้อยท์หลักที่ว้าวคือ ในรูปเขาระบุชัดเจนตรงสิทธิ์เพิ่มเติมว่าพ่วงอันลิมิเต็ด 5G มาให้ด้วยครับ แม้กติกาตัวเล็กๆ บ้านเขาจะมีการจำกัด FUP เพดานสูงไว้ที่ประมาณ 300 GB ต่อเดือนสำหรับใช้บนเครื่อง แต่อย่างน้อยดาต้าระดับหลายร้อยกิกะไบต์บนความเร็วสูงในราคาเฉลี่ยเท่านี้ ก็ถือว่าให้ปริมาณมาเยอะมากจนแทบจะใช้งานได้แบบไร้กังวลตลอดทั้งปีครับ
เมื่อหันกลับมามองแพ็กเกจเติมเงิน 5G ในไทยปัจจุบัน
ตัดภาพกลับมาที่ไทย ถ้าอยากได้โปรเติมเงินราคาประหยัดที่พอเอื้อมถึง เรามักจะถูกบังคับให้ใช้เน็ตล็อกสปีดต่ำๆ อยู่แค่ 15 Mbps หรือบางโปรแค่ 6 Mbps ครับ
ทำไมผู้บริโภคชาวไทยจ่ายแพงกว่า แต่กลับต้องทนใช้เน็ตล็อกสปีด หรือไม่ก็ต้องยอมจ่ายเงินซ้ำซ้อนซื้อโปรเสริมเพิ่มความเร็วไม่จบไม่สิ้น ไม่มีระบบเติมความเร็วสูงกลับมาให้ใหม่ในวันรุ่งขึ้นแบบแฟร์ๆ เหมือนระบบเติมเงินประเทศเขาเลยครับ
เลยอยากโยนคำถามชวนทุกคนแชร์มุมมองครับ
คิดยังไงกับการที่ประเทศที่รายได้ประชากรน้อยกว่าเรามาก แต่ระบบเติมเงินเขาได้เน็ตวิ่งความเร็วสูงรีเซ็ตรายวัน พ่วง 5G ไม่จำกัดจริง ขณะที่บ้านเราต้องจ่ายแพงเพื่อทนใช้โปรล็อกสปีด 15 Mbps แถมติด FUP เต่าคลานข้ามสัปดาห์ข้ามเดือนแบบนี้ครับ
ทำไมบ้านเรายิ่งเทคโนโลยีพัฒนา แต่โปรโมชั่นกลับถอยหลังและแพงขึ้นเรื่อยๆ มาร่วมแชร์มุมมองและข้อมูลกันได้ครับ