Ans : ไม่จริง
Disclaimer : อันนี้จุดมุ่งหมายเขียนให้เพื่อนที่เป็นแพทย์/บุคลากรทางการแพทย์ที่อายุราว45ปีอ่าน ไม่ได้ลงอ้างอิงงานวิจัยเป็นตัวๆเพราะขี้เกียจ เชื่อว่าไปค้นได้อยู่แล้ว ซึ่งในFBไม่ได้แอดเพื่อนไว้หมด เลยไม่ได้ตั้งเฉพาะเพื่อน
อัตราการเสียชีวิตแบบ sudden death ในคนอายุน้อย (<35ปี) ลดลงกว่าแต่ก่อน
ตัวเลขชัดชัดหายากเพราะอย่างที่เรารู้กันว่าการเก็บข้อมูลยุคก่อนมีปัญหา+แตกต่างกันระหว่างประเทศ ทำให้การประเมินย้อนหลังไปไกลๆมันทำยาก
แต่แนวโน้มที่เป็นก็คือ
1. ปัจจุบัน อัตราการเสียชีวิตแบบเฉียบพลันไม่คาดคิด อยู่ที่ประมาณ 1.5-3.5 ต่อประชากร 100,000 คนต่อปี
ถ้าเป็นสมัยยุค90s ตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 3.5 ถึง 4.5 ต่อประชากร 100,000 คนต่อปี
คือแบบคร่าวๆสุดๆ ลดลง25-50% จากสมัยก่อนโน้น
กราฟลงมามาช้าๆตลอด และมาขึ้นช่วงปี 2018-2019 ตอนโควิดมา แต่การยกไม่ได้กลับไปสูงเท่าตอนยุค 90s
2. อย่านับแต่อายุน้อยสิ นับคนอายุมากด้วย
คือถ้านับรวมคนอายุมากกว่า35ไปด้วย อัตราการตายแบบไม่คาดฝัน sudden death ยิ่งลดลงมากๆ
เพราะในคนอายุน้อยมักเป็นเหตุที่เป็นมาแต่กำเนิดและไม่มีโอกาสได้แก้ไข(คือเป็นครั้งเดียวตุยเย่)
ส่วนในคนอายุเยอะ มักเกิดจากโรคเส้นเลือดอุดตันทั้งหลาย มีกลุ่มที่ทำCPRปั้มหัวใจช็อตแล้วรอดเยอะขึ้น
3. ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตลดลงมาเรื่อยๆและเริ่มขยับขึ้นช่วงปี 2018-2019 นี้พบทั้งในประเทศ ที่ฉีด mRNA และ Inactivate vaccine
-อัตราการเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุเพิ่มขึ้นช่วงหลังโควิดมา จนหลายคนมองว่าเป็นเพราะฉีดวัคซีน
-แต่ตัวเลขขึ้นตั้งแต่ก่อนมีวัคซีน
-และถ้าไปแยกเป็นกลุ่มที่ฉีดวัคซีนกับไม่ฉีดวัคซีน พบว่ากลุ่มที่[ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด] จะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าทั้ง all cause mortality(งานส่วนใหญ่) และ unexpected sudden death)
-ไม่ค่อยมีการเทียบ unexpected sudden death ระหว่าง mRNA vs Inactivated vaccine ... เหมือนมีคนทำ 2-3 งาน แต่แปลผลยาก (เพราะอัตราการเสียชีวิตจากเหตุนี้น้อยอยู่แล้ว)
-ปัจจุบันเชื่อกันว่า ตัวการติดเชื้อCovid / การไม่ได้ฉีดวัคซีน / การขาดโอกาสเข้ารับการตรวจคัดกรองในช่วงโควิดระบาด / และปัจจัยที่ยังไม่ทราบสาเหตุบางอย่าง คือต้นเหตุที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุช่วงปี 2018 ถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น ............... โดยกลุ่มที่ฉีดวัคซีนรอดมากกว่า
4. สำหรับประสบการณ์ส่วนตัว Feline-opinion ความรู้สึกคือคนที่เสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุที่อายุน้อย มีจำนวนเท่าๆเดิม ตั้งแต่ตอนเรียน(ยุค2000) จนถึงปัจจุบัน
แต่ที่เห็นได้คือ
- เราจะได้ข่าวคนที่เสียชีวิตตอนอายุน้อยแบบไม่ทราบสาเหตุมากขึ้น ข่าวโซเชียลมันไปเร็ว ถ้าเป็นสมัยก่อนเราไม่รู้ว่ามีคนตายจากเหตุนี้ แต่เดี๋ยวนี้มีเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเสีย ก็เป็นข่าว
-เราจะได้ข่าวคนรู้จักตายเพิ่มขึ้น เพราะกรอบของเพื่อนกว้างขึ้น : ยุคก่อนเรามีเพื่อนและคนรู้จักกันในหลักร้อย แต่เดี๋ยวนี้เล่นfacebook twitter hi5 มีโอกาสทักทายกับคนที่รู้จักออนไลน์มากขึ้น และเวลาเค้าตาย เราก็รู้เร็วขึ้น
- คนที่เสียชีวิตบางคนเป็นแบบมีโรคประจำตัว แต่ครอบครัวเค้าไม่ได้บอกคนนอก … ยิ่งพอเป็นข่าวในโซเชียล คนก็เข้าใจไปว่าเป็นคนไม่มีโรคประจำตัวทั้งที่จริงๆมี
- เรารู้สึกถึงความแก่ลดลง คนดูแลตัวเองดีขึ้น …. หลายคนที่เสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุตอนอายุเกิน 40-45 เราก็ไปตกใจว่าเป็นคนอายุน้อยหนุ่มสาวตายเฉียบพลัน …. ซึ่งจริงๆตอนสมัยเด็กๆ พวกเรามองว่า 45 คือเลยวัยกลางคนแล้ว
5. แนวโน้มการเสียชีวิตตอนอายุน้อย น่าจะไม่ลงไปมากกว่าช่วง2010s โดยเฉพาะเหตุจากโรคหลอดเลือดหัวใจน่าจะเพิ่มขึ้น เพราะปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้นหลายตัว
ถ้าเทียบช่วงยุค 80s vs ปัจจุบัน
คนนอนน้อยลงประมาณ 1-1.5 ชม.
เบาหวาน โรคอ้วน และความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นกว่าเดิมราวๆ 200%
ดังนั้นพวกการเสียชีวิตจากโรคกลุ่ม Structuralที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด อาจจะคงเดิม แต่การเสียชีวิตจากโรคกลุ่ม cardiovascular จะเพิ่มขึ้น เพราะความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่อายุน้อยจนคิดว่าไม่เป็นก็เลยไม่ได้ไปตรวจ
ถ้าสรุปสั้นๆ โดยตัวเลขแล้ว การตายแบบ sudden deathไม่ทราบสาเหตุในคนอายุน้อย มันลดลงมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลรวมของการชันสูตรมากขึ้น+วิทยาการการตรวจเจอโรคเร็วขึ้น+ระบบสาธารณสุขดีขึ้น
มาช่วงหลังๆ เพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นผลจากCV risk ที่เพิ่มขึ้น+การติดโควิด ซึ่งในกลุ่มได้วัคซีนไม่ว่าเชื้อตายหรือmRNA ก็ลดได้ทั้งคู่
และสำหรับเพื่อนๆที่อ่านมาถึงจุดนี้ ...
อายุพวกเราไม่ใช่กลุ่มอายุน้อยแล้ว ... ถ้าเป็น Hypertension เค้าก็ไม่จัดว่า in the young
เพจ พิรัตน์ โลกาพัฒนา
ที่มา
ว่าด้วยจริงหรือไม่ที่เดี๋ยวนี้คนอายุน้อยตายแบบเฉียบพลันกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน???
Disclaimer : อันนี้จุดมุ่งหมายเขียนให้เพื่อนที่เป็นแพทย์/บุคลากรทางการแพทย์ที่อายุราว45ปีอ่าน ไม่ได้ลงอ้างอิงงานวิจัยเป็นตัวๆเพราะขี้เกียจ เชื่อว่าไปค้นได้อยู่แล้ว ซึ่งในFBไม่ได้แอดเพื่อนไว้หมด เลยไม่ได้ตั้งเฉพาะเพื่อน
อัตราการเสียชีวิตแบบ sudden death ในคนอายุน้อย (<35ปี) ลดลงกว่าแต่ก่อน
ตัวเลขชัดชัดหายากเพราะอย่างที่เรารู้กันว่าการเก็บข้อมูลยุคก่อนมีปัญหา+แตกต่างกันระหว่างประเทศ ทำให้การประเมินย้อนหลังไปไกลๆมันทำยาก
แต่แนวโน้มที่เป็นก็คือ
1. ปัจจุบัน อัตราการเสียชีวิตแบบเฉียบพลันไม่คาดคิด อยู่ที่ประมาณ 1.5-3.5 ต่อประชากร 100,000 คนต่อปี
ถ้าเป็นสมัยยุค90s ตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 3.5 ถึง 4.5 ต่อประชากร 100,000 คนต่อปี
คือแบบคร่าวๆสุดๆ ลดลง25-50% จากสมัยก่อนโน้น
กราฟลงมามาช้าๆตลอด และมาขึ้นช่วงปี 2018-2019 ตอนโควิดมา แต่การยกไม่ได้กลับไปสูงเท่าตอนยุค 90s
2. อย่านับแต่อายุน้อยสิ นับคนอายุมากด้วย
คือถ้านับรวมคนอายุมากกว่า35ไปด้วย อัตราการตายแบบไม่คาดฝัน sudden death ยิ่งลดลงมากๆ
เพราะในคนอายุน้อยมักเป็นเหตุที่เป็นมาแต่กำเนิดและไม่มีโอกาสได้แก้ไข(คือเป็นครั้งเดียวตุยเย่)
ส่วนในคนอายุเยอะ มักเกิดจากโรคเส้นเลือดอุดตันทั้งหลาย มีกลุ่มที่ทำCPRปั้มหัวใจช็อตแล้วรอดเยอะขึ้น
3. ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตลดลงมาเรื่อยๆและเริ่มขยับขึ้นช่วงปี 2018-2019 นี้พบทั้งในประเทศ ที่ฉีด mRNA และ Inactivate vaccine
-อัตราการเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุเพิ่มขึ้นช่วงหลังโควิดมา จนหลายคนมองว่าเป็นเพราะฉีดวัคซีน
-แต่ตัวเลขขึ้นตั้งแต่ก่อนมีวัคซีน
-และถ้าไปแยกเป็นกลุ่มที่ฉีดวัคซีนกับไม่ฉีดวัคซีน พบว่ากลุ่มที่[ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด] จะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าทั้ง all cause mortality(งานส่วนใหญ่) และ unexpected sudden death)
-ไม่ค่อยมีการเทียบ unexpected sudden death ระหว่าง mRNA vs Inactivated vaccine ... เหมือนมีคนทำ 2-3 งาน แต่แปลผลยาก (เพราะอัตราการเสียชีวิตจากเหตุนี้น้อยอยู่แล้ว)
-ปัจจุบันเชื่อกันว่า ตัวการติดเชื้อCovid / การไม่ได้ฉีดวัคซีน / การขาดโอกาสเข้ารับการตรวจคัดกรองในช่วงโควิดระบาด / และปัจจัยที่ยังไม่ทราบสาเหตุบางอย่าง คือต้นเหตุที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุช่วงปี 2018 ถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น ............... โดยกลุ่มที่ฉีดวัคซีนรอดมากกว่า
4. สำหรับประสบการณ์ส่วนตัว Feline-opinion ความรู้สึกคือคนที่เสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุที่อายุน้อย มีจำนวนเท่าๆเดิม ตั้งแต่ตอนเรียน(ยุค2000) จนถึงปัจจุบัน
แต่ที่เห็นได้คือ
- เราจะได้ข่าวคนที่เสียชีวิตตอนอายุน้อยแบบไม่ทราบสาเหตุมากขึ้น ข่าวโซเชียลมันไปเร็ว ถ้าเป็นสมัยก่อนเราไม่รู้ว่ามีคนตายจากเหตุนี้ แต่เดี๋ยวนี้มีเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเสีย ก็เป็นข่าว
-เราจะได้ข่าวคนรู้จักตายเพิ่มขึ้น เพราะกรอบของเพื่อนกว้างขึ้น : ยุคก่อนเรามีเพื่อนและคนรู้จักกันในหลักร้อย แต่เดี๋ยวนี้เล่นfacebook twitter hi5 มีโอกาสทักทายกับคนที่รู้จักออนไลน์มากขึ้น และเวลาเค้าตาย เราก็รู้เร็วขึ้น
- คนที่เสียชีวิตบางคนเป็นแบบมีโรคประจำตัว แต่ครอบครัวเค้าไม่ได้บอกคนนอก … ยิ่งพอเป็นข่าวในโซเชียล คนก็เข้าใจไปว่าเป็นคนไม่มีโรคประจำตัวทั้งที่จริงๆมี
- เรารู้สึกถึงความแก่ลดลง คนดูแลตัวเองดีขึ้น …. หลายคนที่เสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุตอนอายุเกิน 40-45 เราก็ไปตกใจว่าเป็นคนอายุน้อยหนุ่มสาวตายเฉียบพลัน …. ซึ่งจริงๆตอนสมัยเด็กๆ พวกเรามองว่า 45 คือเลยวัยกลางคนแล้ว
5. แนวโน้มการเสียชีวิตตอนอายุน้อย น่าจะไม่ลงไปมากกว่าช่วง2010s โดยเฉพาะเหตุจากโรคหลอดเลือดหัวใจน่าจะเพิ่มขึ้น เพราะปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจในคนอายุน้อยเพิ่มขึ้นหลายตัว
ถ้าเทียบช่วงยุค 80s vs ปัจจุบัน
คนนอนน้อยลงประมาณ 1-1.5 ชม.
เบาหวาน โรคอ้วน และความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นกว่าเดิมราวๆ 200%
ดังนั้นพวกการเสียชีวิตจากโรคกลุ่ม Structuralที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด อาจจะคงเดิม แต่การเสียชีวิตจากโรคกลุ่ม cardiovascular จะเพิ่มขึ้น เพราะความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่อายุน้อยจนคิดว่าไม่เป็นก็เลยไม่ได้ไปตรวจ
ถ้าสรุปสั้นๆ โดยตัวเลขแล้ว การตายแบบ sudden deathไม่ทราบสาเหตุในคนอายุน้อย มันลดลงมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลรวมของการชันสูตรมากขึ้น+วิทยาการการตรวจเจอโรคเร็วขึ้น+ระบบสาธารณสุขดีขึ้น
มาช่วงหลังๆ เพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นผลจากCV risk ที่เพิ่มขึ้น+การติดโควิด ซึ่งในกลุ่มได้วัคซีนไม่ว่าเชื้อตายหรือmRNA ก็ลดได้ทั้งคู่
และสำหรับเพื่อนๆที่อ่านมาถึงจุดนี้ ...
อายุพวกเราไม่ใช่กลุ่มอายุน้อยแล้ว ... ถ้าเป็น Hypertension เค้าก็ไม่จัดว่า in the young
เพจ พิรัตน์ โลกาพัฒนา
ที่มา