ปัจจุบัน Social Media ไม่ได้มีไว้สำหรับพูดคุยหรือแชร์เรื่องราวเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักสำหรับร้านค้า ธุรกิจ และครีเอเตอร์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Instagram หรือ YouTube
แต่คำถามที่หลายคนน่าจะเคยสงสัยคือ ยอดผู้ติดตาม ยอดไลค์ และยอดวิว มีผลต่อการทำ Social Media Marketing มากแค่ไหน?
บทความนี้จะลองอธิบายในมุมของการทำการตลาดออนไลน์ และสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการดูเพียงตัวเลข
1. จำนวนผู้ติดตามไม่ได้เท่ากับจำนวนลูกค้า
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจก่อนคือ ผู้ติดตาม 10,000 คน ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีลูกค้า 10,000 คน
จำนวนผู้ติดตามเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลขที่ใช้วัดขนาดของบัญชี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือผู้ติดตามเหล่านั้นสนใจเนื้อหาของเราหรือไม่
ตัวอย่างเช่น
บัญชี A มีผู้ติดตาม 100,000 คน แต่โพสต์แต่ละครั้งมีคนเข้ามามีส่วนร่วมเพียงไม่กี่ร้อยคน
ขณะที่บัญชี B มีผู้ติดตาม 10,000 คน แต่ทุกโพสต์มีคนแสดงความคิดเห็น แชร์ หรือสอบถามสินค้าเป็นจำนวนมาก
ในแง่ของการทำธุรกิจ บัญชี B อาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าก็ได้
ดังนั้นอย่าวัดความสำเร็จจาก Followers เพียงอย่างเดียว
2. Engagement คืออีกตัวเลขที่ควรดู
Engagement หมายถึงการที่ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ เช่น
* การกด Like
* การ Comment
* การ Share
* การ Save
* การคลิกลิงก์
* การรับชมวิดีโอ
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นว่าคอนเทนต์สามารถสร้างความสนใจจากผู้ชมได้มากน้อยแค่ไหน
ตัวอย่างง่าย ๆ หากโพสต์หนึ่งมีคนเห็น 10,000 คน และมีคนกดไลค์ แสดงความคิดเห็น หรือแชร์จำนวนมาก ก็เป็นสัญญาณว่าคอนเทนต์นั้นอาจตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
3. ยอดวิวเยอะ ไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จเสมอไป
โดยเฉพาะการทำวิดีโอบน TikTok, Facebook Reels และ YouTube Shorts หลายคนให้ความสำคัญกับ View เป็นอันดับแรก
แต่จริง ๆ แล้วควรดูข้อมูลอื่นประกอบด้วย
เช่น ระยะเวลาการรับชม การดูวิดีโอจนจบ การแชร์ การกดติดตามหลังรับชม และจำนวนคนที่คลิกไปยังหน้าโปรไฟล์
สมมติว่าวิดีโอมี 100,000 Views แต่คนส่วนใหญ่เลื่อนผ่านหลังจากดูเพียงไม่กี่วินาที ผลลัพธ์อาจไม่ดีเท่าวิดีโอ 20,000 Views ที่มีคนดูจนจบและเข้ามาสอบถามสินค้า
4. ทำไมบางธุรกิจจึงใช้ SMM Panel?
คำว่า SMM ย่อมาจาก Social Media Marketing ส่วน SMM Panel โดยทั่วไปหมายถึงระบบที่รวบรวมบริการเกี่ยวกับ Social Media เอาไว้ในระบบเดียว
ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้สามารถดูตัวอย่างโครงสร้างของระบบ SMM Panel ได้จาก
LabFollow.com
ประเด็นสำคัญคือ ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือหรือบริการประเภทใด ก็ไม่ควรนำตัวเลขมาแทนกลยุทธ์การตลาดทั้งหมด เพราะการสร้างบัญชีให้เติบโตในระยะยาวยังต้องอาศัยคอนเทนต์และกลุ่มผู้ชมที่ตรงกับธุรกิจ
5. ก่อนทำคอนเทนต์ควรรู้ก่อนว่าเรากำลังพูดกับใคร
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือพยายามสร้างคอนเทนต์ให้ทุกคนดู
แต่ในความเป็นจริง คอนเทนต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนมักวางแนวทางได้ง่ายกว่า
ลองตอบคำถามง่าย ๆ ก่อนว่า
* ลูกค้าของเราคือใคร
* อายุประมาณเท่าไร
* ใช้แพลตฟอร์มอะไร
* มีปัญหาอะไร
* ทำไมเขาถึงต้องสนใจสินค้าหรือบริการของเรา
เมื่อรู้คำตอบแล้ว การคิดหัวข้อคอนเทนต์จะง่ายขึ้นมาก
6. แต่ละแพลตฟอร์มไม่ควรใช้คอนเทนต์เหมือนกันทั้งหมด
พฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกัน
TikTok และ Reels เหมาะกับวิดีโอสั้นที่สามารถดึงความสนใจได้ตั้งแต่ช่วงแรก
YouTube สามารถใช้ได้ทั้งวิดีโอสั้นและเนื้อหาแบบยาวที่ให้รายละเอียด
Facebook เหมาะกับคอนเทนต์หลายรูปแบบ ทั้งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และ Community
Instagram ให้ความสำคัญกับภาพ วิดีโอสั้น Stories และภาพลักษณ์ของแบรนด์
ดังนั้นการนำโพสต์เดียวกันไปลงทุกแพลตฟอร์มโดยไม่ปรับรูปแบบอาจไม่ได้ผลดีที่สุด
7. สิ่งสำคัญที่สุดคือการวัดผลแล้วปรับคอนเทนต์
หลังจากโพสต์คอนเทนต์ไปแล้ว ควรกลับมาดูข้อมูลเป็นระยะ
ลองหาว่าโพสต์ประเภทไหนมีคนดูเยอะ โพสต์ไหนมี Engagement สูง หัวข้อไหนทำให้มีคนติดตามเพิ่ม และคอนเทนต์แบบไหนทำให้เกิดยอดขายหรือมีคนติดต่อเข้ามา
เมื่อทำต่อเนื่อง เราจะเริ่มเห็นรูปแบบว่ากลุ่มผู้ชมของเราชอบอะไร
จากนั้นจึงเพิ่มคอนเทนต์ประเภทที่ทำผลงานดี และลดคอนเทนต์ที่ไม่ตอบโจทย์ลง
สรุป
การทำ Social Media Marketing ไม่ควรมองเพียงว่าใครมีผู้ติดตามหรือยอดไลค์มากกว่า
Followers, Likes และ Views เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลทั้งหมด
สิ่งที่ควรพิจารณาร่วมกันคือ Engagement คุณภาพของผู้ชม ระยะเวลาการรับชม จำนวนการคลิก และสุดท้ายคือผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ เช่น การสอบถาม การสมัครสมาชิก หรือยอดขาย
เครื่องมือด้าน Social Media รวมถึงระบบประเภท
SMM Panel สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานได้ แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างในระยะยาวยังคงเป็น คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ + กลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง + การวัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ถ้าทำสามเรื่องนี้ได้ดี ต่อให้เริ่มต้นจากบัญชีเล็ก ๆ ก็สามารถค่อย ๆ สร้างฐานผู้ชมที่มีคุณภาพขึ้นมาได้
ยอดผู้ติดตาม ยอดไลค์ ยอดวิว สำคัญแค่ไหน? เข้าใจ Social Media Marketing ก่อนเริ่มทำการตลาดออนไลน์
แต่คำถามที่หลายคนน่าจะเคยสงสัยคือ ยอดผู้ติดตาม ยอดไลค์ และยอดวิว มีผลต่อการทำ Social Media Marketing มากแค่ไหน?
บทความนี้จะลองอธิบายในมุมของการทำการตลาดออนไลน์ และสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าการดูเพียงตัวเลข
1. จำนวนผู้ติดตามไม่ได้เท่ากับจำนวนลูกค้า
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจก่อนคือ ผู้ติดตาม 10,000 คน ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีลูกค้า 10,000 คน
จำนวนผู้ติดตามเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลขที่ใช้วัดขนาดของบัญชี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือผู้ติดตามเหล่านั้นสนใจเนื้อหาของเราหรือไม่
ตัวอย่างเช่น
บัญชี A มีผู้ติดตาม 100,000 คน แต่โพสต์แต่ละครั้งมีคนเข้ามามีส่วนร่วมเพียงไม่กี่ร้อยคน
ขณะที่บัญชี B มีผู้ติดตาม 10,000 คน แต่ทุกโพสต์มีคนแสดงความคิดเห็น แชร์ หรือสอบถามสินค้าเป็นจำนวนมาก
ในแง่ของการทำธุรกิจ บัญชี B อาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าก็ได้
ดังนั้นอย่าวัดความสำเร็จจาก Followers เพียงอย่างเดียว
2. Engagement คืออีกตัวเลขที่ควรดู
Engagement หมายถึงการที่ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ เช่น
* การกด Like
* การ Comment
* การ Share
* การ Save
* การคลิกลิงก์
* การรับชมวิดีโอ
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นว่าคอนเทนต์สามารถสร้างความสนใจจากผู้ชมได้มากน้อยแค่ไหน
ตัวอย่างง่าย ๆ หากโพสต์หนึ่งมีคนเห็น 10,000 คน และมีคนกดไลค์ แสดงความคิดเห็น หรือแชร์จำนวนมาก ก็เป็นสัญญาณว่าคอนเทนต์นั้นอาจตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
3. ยอดวิวเยอะ ไม่ได้หมายความว่าคอนเทนต์ประสบความสำเร็จเสมอไป
โดยเฉพาะการทำวิดีโอบน TikTok, Facebook Reels และ YouTube Shorts หลายคนให้ความสำคัญกับ View เป็นอันดับแรก
แต่จริง ๆ แล้วควรดูข้อมูลอื่นประกอบด้วย
เช่น ระยะเวลาการรับชม การดูวิดีโอจนจบ การแชร์ การกดติดตามหลังรับชม และจำนวนคนที่คลิกไปยังหน้าโปรไฟล์
สมมติว่าวิดีโอมี 100,000 Views แต่คนส่วนใหญ่เลื่อนผ่านหลังจากดูเพียงไม่กี่วินาที ผลลัพธ์อาจไม่ดีเท่าวิดีโอ 20,000 Views ที่มีคนดูจนจบและเข้ามาสอบถามสินค้า
4. ทำไมบางธุรกิจจึงใช้ SMM Panel?
คำว่า SMM ย่อมาจาก Social Media Marketing ส่วน SMM Panel โดยทั่วไปหมายถึงระบบที่รวบรวมบริการเกี่ยวกับ Social Media เอาไว้ในระบบเดียว
ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้สามารถดูตัวอย่างโครงสร้างของระบบ SMM Panel ได้จาก LabFollow.com
ประเด็นสำคัญคือ ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือหรือบริการประเภทใด ก็ไม่ควรนำตัวเลขมาแทนกลยุทธ์การตลาดทั้งหมด เพราะการสร้างบัญชีให้เติบโตในระยะยาวยังต้องอาศัยคอนเทนต์และกลุ่มผู้ชมที่ตรงกับธุรกิจ
5. ก่อนทำคอนเทนต์ควรรู้ก่อนว่าเรากำลังพูดกับใคร
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือพยายามสร้างคอนเทนต์ให้ทุกคนดู
แต่ในความเป็นจริง คอนเทนต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนมักวางแนวทางได้ง่ายกว่า
ลองตอบคำถามง่าย ๆ ก่อนว่า
* ลูกค้าของเราคือใคร
* อายุประมาณเท่าไร
* ใช้แพลตฟอร์มอะไร
* มีปัญหาอะไร
* ทำไมเขาถึงต้องสนใจสินค้าหรือบริการของเรา
เมื่อรู้คำตอบแล้ว การคิดหัวข้อคอนเทนต์จะง่ายขึ้นมาก
6. แต่ละแพลตฟอร์มไม่ควรใช้คอนเทนต์เหมือนกันทั้งหมด
พฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มแตกต่างกัน
TikTok และ Reels เหมาะกับวิดีโอสั้นที่สามารถดึงความสนใจได้ตั้งแต่ช่วงแรก
YouTube สามารถใช้ได้ทั้งวิดีโอสั้นและเนื้อหาแบบยาวที่ให้รายละเอียด
Facebook เหมาะกับคอนเทนต์หลายรูปแบบ ทั้งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และ Community
Instagram ให้ความสำคัญกับภาพ วิดีโอสั้น Stories และภาพลักษณ์ของแบรนด์
ดังนั้นการนำโพสต์เดียวกันไปลงทุกแพลตฟอร์มโดยไม่ปรับรูปแบบอาจไม่ได้ผลดีที่สุด
7. สิ่งสำคัญที่สุดคือการวัดผลแล้วปรับคอนเทนต์
หลังจากโพสต์คอนเทนต์ไปแล้ว ควรกลับมาดูข้อมูลเป็นระยะ
ลองหาว่าโพสต์ประเภทไหนมีคนดูเยอะ โพสต์ไหนมี Engagement สูง หัวข้อไหนทำให้มีคนติดตามเพิ่ม และคอนเทนต์แบบไหนทำให้เกิดยอดขายหรือมีคนติดต่อเข้ามา
เมื่อทำต่อเนื่อง เราจะเริ่มเห็นรูปแบบว่ากลุ่มผู้ชมของเราชอบอะไร
จากนั้นจึงเพิ่มคอนเทนต์ประเภทที่ทำผลงานดี และลดคอนเทนต์ที่ไม่ตอบโจทย์ลง
สรุป
การทำ Social Media Marketing ไม่ควรมองเพียงว่าใครมีผู้ติดตามหรือยอดไลค์มากกว่า
Followers, Likes และ Views เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลทั้งหมด
สิ่งที่ควรพิจารณาร่วมกันคือ Engagement คุณภาพของผู้ชม ระยะเวลาการรับชม จำนวนการคลิก และสุดท้ายคือผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการ เช่น การสอบถาม การสมัครสมาชิก หรือยอดขาย
เครื่องมือด้าน Social Media รวมถึงระบบประเภท SMM Panel สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานได้ แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างในระยะยาวยังคงเป็น คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ + กลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง + การวัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ถ้าทำสามเรื่องนี้ได้ดี ต่อให้เริ่มต้นจากบัญชีเล็ก ๆ ก็สามารถค่อย ๆ สร้างฐานผู้ชมที่มีคุณภาพขึ้นมาได้