ทำไมเราไม่สามารถหักสปาเกตตี ให้กลายเป็นแค่ 2 ท่อน ได้

การทดลองนี้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ หากคุณมีเส้นสปาเกตตีอยู่ในห้องครัว หากลองหยิบมาหักดูคุณจะพบ ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหักเส้นสปาเกตตีให้หักเป็นแค่ 2 ท่อน
.
เพราะมันมักจะหักเป็น 3 หรือ 4 ท่อนเสมอ

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้แค่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราสงสัย แต่ยังทำให้ ริชาร์ด ไฟน์แมน นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลถึงกับงุนงงอีกด้วย
.
ริชาร์ด ใช้เวลาในช่วงเย็นในห้องครัวของเขาไปกับการหักเส้นสปาเกตตีแห้งเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมมันถึงแตกออกเป็นหลายท่อน แทนที่จะเป็นแค่สองท่อน
เขาลองหักเส้นสปาเกตตีในน้ำเพื่อดูว่า น้ำจะช่วยหยุดการแตกเป็นชิ้น ๆ ได้หรือไม่ แต่สุดท้าย มันก็ยังหักออกเป็นสามชิ้นขึ้นไปอยู่ดี
.
ริชาร์ดสังเกตเห็นปัญหานี้มานานหลายทศวรรษ แต่การทดลองในครัวของเขาก็ไม่สามารถหาคำตอบที่แท้จริงได้ แล้วเวลาก็ผ่านไปหลายสิบปี...
.
ในที่สุด คำอธิบายแรกก็มาในปี 2005 เมื่อทีมนักวิจัยชาวฝรั่งเศสอธิบายถึงการหักของแท่งที่เปราะบางอย่างเส้นสปาเกตตี
.
พวกเขาพบว่า เมื่อแท่งสปาเกตตีถูกงอจนถึงจุดหนึ่ง การหักจะเกิดใกล้กับตรงกลางที่โค้งงอมากที่สุด
.
การหักครั้งแรกจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ "ดีดกลับ" จนเส้นสปาเกตตีดีดกลับมาเป็นเส้นตรง การดีดกลับอย่างฉับพลันจะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงไปทั่วเส้นสปาเกตตี และทำให้เกิดการหักครั้งต่อไปบนเส้นแทบจะในทันที
.
การค้นพบนี้ทำให้พวกเขาได้รับรางวัล Ig Nebel ในปี 2006 และดูเหมือนจะไขปริศนาของริชาร์ดได้
.
แต่นักวิทยาศาสตร์จาก MIT ยังไม่พอใจกับแค่คำตอบ เพราะยังไม่มีใครที่สามารถหักเส้นสปาเกตตีออกเป็นแค่สองท่อนได้จริง
.
ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจสร้างเครื่องหักสปาเกตตีขึ้นมาในปี 2018 เพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ จากการทดลองพบว่า หากแท่งสปาเกตตีความยาว 10 นิ้ว ถูกบิดไปประมาณ 270 องศาแล้วค่อย ๆ ดัด มันจะหักเป็นสองท่อนพอดี
.
ส่วนเหตุผลก็คือ เมื่อคุณบิดเส้นสปาเกตตีและงอจนหัก นอกจากจะมีแรงดีดกลับจากการงอแล้ว ยังเกิดแรงคลื่นจากการคลายตัวของการบิดร่วมด้วย คลื่นบิดตัวนี้จะเดินทางในเส้นสปาเกตตีได้เร็วกว่าคลื่นดีดกลับจากการงอ ทำให้มันช่วยปลดปล่อยพลังงานความเครียดในเส้นออกไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพลังงานถูกสลายไปแล้ว แรงสั่นสะเทือนที่เหลืออยู่จึงไม่มากพอที่จะทำให้เส้นสปาเกตตีแตกหักเพิ่มเป็นท่อนที่ 3 หรือ 4 ได้นั่นเอง
.
ใครที่รู้เคล็ดลับนี้แล้วอยากจะไปลอง หรือนำไปเล่นในงานปาร์ตี้ก็น่าจะสนุกไม่น้อย
.
ที่มา : เพชรมายา
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่