ตอนนี้หลังจากมีการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 พบความผิดปกติของคะแนนจำนวนมาก และมีการจัดทำบัญชีใหม่จากข้อมูลคะแนนที่ตรวจสอบแล้ว โดย กสถ. มีมติให้ดำเนินการกับผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ และในกลุ่มที่เข้าข่ายต้องเพิกถอนการบรรจุ มีการกำหนดให้ อปท. ดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ประเด็นที่ผมสงสัยคือ...
ถ้ามีคนพูดกับนายก อปท. ว่า
“ถ้าเซ็นให้ผมออก ผมจะฟ้องกลับนะครับ เพราะผมสอบมาด้วยความสามารถของผมเอง”
โอเคครับ
ถ้าคิดว่าตัวเองสอบได้จริง ก็ฟ้องเลยครับ
ผมกลับมองว่า การฟ้องในกรณีนี้อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ฝ่าย อปท. ต้องกลัวอย่างที่หลายคนคิดด้วยซ้ำ
เพราะถ้าเข้าสู่กระบวนการจริง สิ่งสำคัญที่สุดมันไม่ได้อยู่ที่ว่า
“ผมคิดว่าผมสอบได้”
หรือ
“ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้โกง”
แต่อยู่ที่ว่า
“คะแนนจริงในกระดาษคำตอบคือเท่าไหร่?”
เท่านั้นเอง
ถ้าผู้ถูกเพิกถอนมั่นใจว่าตัวเองสอบได้จริง และคะแนนของตัวเองสูงพอที่จะได้รับการบรรจุโดยสุจริต
ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลยครับ
เอากระดาษคำตอบออกมา
เอาข้อมูลคะแนนดิบออกมา
เอาหลักฐานการตรวจสอบออกมา
แล้วตรวจสอบกันตรง ๆ ข้อต่อข้อ
คุณได้กี่คะแนน?
คะแนนนั้นถึงเกณฑ์หรือไม่?
ถ้าเอาคะแนนจริงมาจัดอันดับใหม่ คุณอยู่ลำดับเท่าไหร่?
ถ้าคำตอบออกมาว่า
“คะแนนถึงจริง และลำดับถึงจริง”
ก็จบครับ
ฝ่ายรัฐก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้คุณ
แต่ถ้าตรวจแล้วปรากฏว่า
“คะแนนจริงไม่ถึงเกณฑ์”
หรือ
“คะแนนจริงไม่อยู่ในลำดับที่ได้รับการบรรจุ”
คำถามมันก็จบในตัวมันเองเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมบางคนถึงใช้คำว่า
“ถ้าเซ็นให้ออก ผมจะฟ้อง”
เป็นเหตุผลให้นายก อปท. ต้องลังเล
ในมุมของผมกลับคิดว่า
ฟ้องเถอะครับ
ฟ้องเลย
เพราะการฟ้องจะทำให้ข้อเท็จจริงต้องถูกนำออกมาตรวจสอบในกระบวนการที่เป็นทางการมากขึ้น
และถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองสอบได้จริง คุณก็น่าจะเป็นคนที่อยากให้เอาหลักฐานออกมาเปิดตรวจมากที่สุดไม่ใช่หรือ?
ส่วนทำไมคะแนนของกลุ่มพวกคุณถึงเคลื่อนไหวได้ มิตินั้นผมยังไม่ได้แตะเลยนะ
นิติกร
โยธา
ต้องถอดใบวิชาชีพรึป่าว ก็เป็นประเด็นที่ต้องถกกันต่อนะ ...
ถ้าเซ็นให้ผมออก ผมจะฟ้องงงง (ฟ้องเลย!! ฟ้องเลยครับ) ก็ดีจะได้เอาคะแนนจริงมากางกันในศาล ไปให้สุด #โกงสอบท้องถิ่น
ประเด็นที่ผมสงสัยคือ...
ถ้ามีคนพูดกับนายก อปท. ว่า
“ถ้าเซ็นให้ผมออก ผมจะฟ้องกลับนะครับ เพราะผมสอบมาด้วยความสามารถของผมเอง”
โอเคครับ
ถ้าคิดว่าตัวเองสอบได้จริง ก็ฟ้องเลยครับ
ผมกลับมองว่า การฟ้องในกรณีนี้อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ฝ่าย อปท. ต้องกลัวอย่างที่หลายคนคิดด้วยซ้ำ
เพราะถ้าเข้าสู่กระบวนการจริง สิ่งสำคัญที่สุดมันไม่ได้อยู่ที่ว่า
“ผมคิดว่าผมสอบได้”
หรือ
“ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้โกง”
แต่อยู่ที่ว่า
“คะแนนจริงในกระดาษคำตอบคือเท่าไหร่?”
เท่านั้นเอง
ถ้าผู้ถูกเพิกถอนมั่นใจว่าตัวเองสอบได้จริง และคะแนนของตัวเองสูงพอที่จะได้รับการบรรจุโดยสุจริต
ก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลยครับ
เอากระดาษคำตอบออกมา
เอาข้อมูลคะแนนดิบออกมา
เอาหลักฐานการตรวจสอบออกมา
แล้วตรวจสอบกันตรง ๆ ข้อต่อข้อ
คุณได้กี่คะแนน?
คะแนนนั้นถึงเกณฑ์หรือไม่?
ถ้าเอาคะแนนจริงมาจัดอันดับใหม่ คุณอยู่ลำดับเท่าไหร่?
ถ้าคำตอบออกมาว่า
“คะแนนถึงจริง และลำดับถึงจริง”
ก็จบครับ
ฝ่ายรัฐก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้คุณ
แต่ถ้าตรวจแล้วปรากฏว่า
“คะแนนจริงไม่ถึงเกณฑ์”
หรือ
“คะแนนจริงไม่อยู่ในลำดับที่ได้รับการบรรจุ”
คำถามมันก็จบในตัวมันเองเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมบางคนถึงใช้คำว่า
“ถ้าเซ็นให้ออก ผมจะฟ้อง”
เป็นเหตุผลให้นายก อปท. ต้องลังเล
ในมุมของผมกลับคิดว่า
ฟ้องเถอะครับ
ฟ้องเลย
เพราะการฟ้องจะทำให้ข้อเท็จจริงต้องถูกนำออกมาตรวจสอบในกระบวนการที่เป็นทางการมากขึ้น
และถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองสอบได้จริง คุณก็น่าจะเป็นคนที่อยากให้เอาหลักฐานออกมาเปิดตรวจมากที่สุดไม่ใช่หรือ?
ส่วนทำไมคะแนนของกลุ่มพวกคุณถึงเคลื่อนไหวได้ มิตินั้นผมยังไม่ได้แตะเลยนะ
นิติกร
โยธา
ต้องถอดใบวิชาชีพรึป่าว ก็เป็นประเด็นที่ต้องถกกันต่อนะ ...