“สุริโยไท” เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖๙ พรรษา โดยมีพระราชประสงค์ให้เกิดการสร้างภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทย เพื่อให้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวของบุคคลในอดีตกลับมาเป็นที่รับรู้ในสังคมร่วมสมัย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลทรงรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์และใช้เวลาในการพัฒนาบทประมาณ ๒ ปี ก่อนเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำซึ่งใช้เวลาอีกประมาณ ๓ ปี รวมระยะเวลาการสร้างมากกว่า ๕ ปี
ภาพยนต์เรื่องนี้ออกฉายในพุทธศักราช ๒๕๔๔ เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ทางการเมืองและราชสำนักกรุงศรีอยุธยาในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความขัดแย้งทางการเมือง ก่อนเข้าสู่สงครามกับพม่า โดยมีพระสุริโยทัยเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง และดำเนินเรื่องไปจนถึงเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนคอช้างระหว่างสงครามในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ภาพยนตร์นำแสดงโดยหม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รับบทพระสุริโยทัย ศรัณยู วงศ์กระจ่าง รับบทพระเฑียรราชา หรือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทขุนพิเรนทรเทพ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบทพระไชยราชาธิราช จอนนี่ แอนโฟเน่ รับบทขุนวรวงศาธิราช ใหม่ เจริญปุระ รับบทท้าวศรีสุดาจันทร์ สินจัย เปล่งพานิช รับบทท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สรพงษ์ ชาตรี รับบทหมื่นราชเสน่หา อำพล ลำพูน รับบทขุนอินทรเทพ และมีนักแสดงอีกเป็นจำนวนมากร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลในประวัติศาสตร์และตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าว
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นภายหลังสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ สวรรคตในพุทธศักราช ๒๐๗๒ พระอาทิตยวงศ์เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร และเสด็จจากพิษณุโลกมาประทับ ณ กรุงศรีอยุธยา พระเฑียรราชาและพระสุริโยทัยมีพระโอรสและพระธิดารวม ๕ พระองค์ ได้แก่ พระราเมศวร พระมหินทร พระสวัสดิราชหรือพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระบรมดิลก และพระเทพกษัตรีย์ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรสวรรคตด้วยโรคไข้ทรพิษ สมเด็จพระรัษฎาธิราชกุมาร พระโอรสซึ่งยังทรงพระเยาว์ เสด็จขึ้นครองราชย์ แต่หลังจากครองราชย์ได้ประมาณ ๕ เดือน พระไชยราชาธิราชได้เข้ายึดราชบัลลังก์และขึ้นครองราชย์
ในรัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช พระเฑียรราชาได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมหาอุปราชา ขณะที่ท้าวศรีสุดาจันทร์ พระมเหสีของพระไชยราชาธิราช ได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับขุนชินราชและร่วมกันวางแผนปลงพระชนม์พระไชยราชาธิราช ภายหลังพระยอดฟ้า พระโอรสของพระไชยราชาธิราชและท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เสด็จขึ้นครองราชย์ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ ก่อนที่ท้าวศรีสุดาจันทร์จะปลงพระชนม์และสถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์ในพระนามสมเด็จพระวรวงศาธิราช
พระเฑียรราชาทรงผนวชเพื่อหลีกเลี่ยงภัยทางการเมือง ขณะที่พระสุริโยทัยทรงเตรียมกำลังและฝึกฝนทางการทหาร โดยมีขุนพิเรนทรเทพ ขุนอินทรเทพ หมื่นราชเสน่หา และหลวงศรียศลานตากฟ้าเป็นผู้จงรักภักดีและคอยคุ้มกันภัย ต่อมาคณะผู้ก่อการได้ปลงพระชนม์สมเด็จพระวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ แล้วอัญเชิญพระเฑียรราชาลาสิกขาและขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ภายหลังสมเด็จพระมหาจักรพรรดิขึ้นครองราชย์ บ้านเมืองต้องเผชิญกับการขยายอำนาจของพม่า ภายใต้พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ซึ่งทรงรวบรวมกำลังและยกทัพเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในพุทธศักราช ๒๐๙๑ การทำสงครามครั้งนั้นนำไปสู่เหตุการณ์ที่พระสุริโยทัยเสด็จเข้าร่วมการรบและทรงขับช้างเข้าขวางพระเจ้าแปร เพื่อป้องกันพระสวามี จนทรงถูกฟันด้วยพระแสงของ้าวและสิ้นพระชนม์บนคอช้าง เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นฉากสำคัญที่สุดฉากหนึ่งของภาพยนตร์
การถ่ายทำใช้ทุนสร้างสูงกว่า ๔๐๐ ล้านบาท และมีการสร้างฉาก เครื่องแต่งกาย อาวุธ ยานพาหนะ และองค์ประกอบต่าง ๆ สำหรับการถ่ายทำในขนาดใหญ่ โดยมีการร่วมงานกับบุคลากรจากต่างประเทศในด้านภาพและดนตรีประกอบ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ประพันธ์โดยริชาร์ด ฮาร์วีย์ ขณะที่การกำกับภาพมีไอกอร์ ลูเธอร์ สตานิสลาฟ ดอร์ซิก และอานุภาพ บัวจันทร์ร่วมรับผิดชอบ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรภาพยนตร์ “สุริโยไท” รอบปฐมทัศน์ ณ ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๔ ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายจริงในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๔ และได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นจำนวนมากตั้งแต่วันแรกที่ออกฉาย
ภาพยนตร์มีความยาวฉบับปกติประมาณ ๑๘๕ นาที และมีฉบับสมบูรณ์ความยาวประมาณ ๓๐๐ นาที เนื้อเรื่องครอบคลุมเหตุการณ์ทางการเมืองและสงครามในช่วงเวลาหลายสิบปี จึงมีตัวละครจำนวนมากและใช้รายละเอียดด้านฉาก เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ อาวุธ และรูปแบบการดำเนินชีวิตในราชสำนักและสังคมอยุธยาเป็นส่วนประกอบสำคัญของการเล่าเรื่อง ภาพยนตร์ยังมีการใช้ภาษาไทยและภาษาพม่าในการดำเนินเรื่อง และมีการฉายในระบบไอแมกซ์ในช่วงที่เข้าฉาย
“สุริโยไท” ทำรายได้ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ ๓๒๔.๕ ล้านบาท และมีรายได้รวมทั่วประเทศประมาณ ๕๕๐ ล้านบาท จนกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างสูงในช่วงเวลานั้น และเป็นภาพยนต์ที่มีรายได้สูงสุดยาวนานจากนั้นเป็นเวลาถึง ๑๒ ปี
วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๔ จึงเป็นวันที่ภาพยนตร์ “สุริโยไท” ออกฉายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก และเมื่อเวลาผ่านมาครบ ๒๕ ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงเป็นผลงานสำคัญเรื่องหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทยในด้านการสร้างภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ โดยมีนักแสดงจำนวนมากร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และมีฉากการรบ พระราชพิธี ราชสำนัก เครื่องแต่งกาย และวิถีชีวิตของผู้คนในช่วงกรุงศรีอยุธยาเป็นส่วนสำคัญของภาพยนตร์
เรื่อง: มยุเรศร่อนรา
อ้างอิงและภาพ: บริษัทพร้อมมิตรโปรดักชั่น จำกัด
#สุริโยไท #ภาพยนตร์ไทย #หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมยุคล #พระสุริโยทัย #สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ #ประวัติศาสตร์ไทย #กรุงศรีอยุธยา #ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ #พร้อมมิตรโปรดักชั่น #ครบรอบ๒๕ปี #เจริญกรุง
ที่มา: facebook เจริญกรุง
ครบรอบ ๒๕ ปี “สุริโยไท” ภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าที่สุด
สร้างขึ้นจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๙ พรรษา
ด้วยมีพระราชประสงค์ทรงเป็นห่วงประวัติศาสตร์ไทย
เพราะเริ่มห่างหายไปจากความรับรู้ของชาวไทยร่วมสมัย
ทุนสร้างกว่า ๔๐๐ ล้านบาท
นับว่ามากที่สุดในขณะที่ออกฉาย
โดยใช้เวลาสร้างนานกว่า ๕ ปี
เขียนบท ๒ ปี และถ่ายทำ ๓ ปี
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระพันปีหลวง
เสด็จฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทอดพระเนตร
"สุริโยไท" รอบปฐมทัศน์ ณ ศาลาเฉลิมกรุง
เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๔
และเข้าฉายจริงเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ปีเดียวกัน
นับเป็นภาพยนตร์ได้รับความนิยมอย่างสูง
และกล่าวขานอย่างมาก โดยได้รับคำวิจารณ์ว่า
สร้างได้อย่างละเอียดละไมในทุกรายละเอียด
สุริโยไทเป็นหนึ่งใน ๑๐ อันดับภาพยนตร์ไทย
ที่ทำเงินสูงสุด ด้วยรายได้ ๓๒๔.๕ ล้านบาท
ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่
และรายได้รวมทั้งประเทศ ๕๕๐ ล้านบาท
ในขณะนั้น
ขอบคุณภาพจาก Manoon Nakkoed
ที่มา: facebook Thai Classic
🙏✨ ครบรอบ ๒๕ ปี “สุริโยไท” ภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งสยามประเทศ จากพระราชดำริของสมเด็จพระพันปีหลวง
“สุริโยไท” เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบ ๖๙ พรรษา โดยมีพระราชประสงค์ให้เกิดการสร้างภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทย เพื่อให้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวของบุคคลในอดีตกลับมาเป็นที่รับรู้ในสังคมร่วมสมัย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลทรงรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์และใช้เวลาในการพัฒนาบทประมาณ ๒ ปี ก่อนเข้าสู่กระบวนการถ่ายทำซึ่งใช้เวลาอีกประมาณ ๓ ปี รวมระยะเวลาการสร้างมากกว่า ๕ ปี
ภาพยนต์เรื่องนี้ออกฉายในพุทธศักราช ๒๕๔๔ เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ทางการเมืองและราชสำนักกรุงศรีอยุธยาในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความขัดแย้งทางการเมือง ก่อนเข้าสู่สงครามกับพม่า โดยมีพระสุริโยทัยเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง และดำเนินเรื่องไปจนถึงเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนคอช้างระหว่างสงครามในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ภาพยนตร์นำแสดงโดยหม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รับบทพระสุริโยทัย ศรัณยู วงศ์กระจ่าง รับบทพระเฑียรราชา หรือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทขุนพิเรนทรเทพ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบทพระไชยราชาธิราช จอนนี่ แอนโฟเน่ รับบทขุนวรวงศาธิราช ใหม่ เจริญปุระ รับบทท้าวศรีสุดาจันทร์ สินจัย เปล่งพานิช รับบทท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สรพงษ์ ชาตรี รับบทหมื่นราชเสน่หา อำพล ลำพูน รับบทขุนอินทรเทพ และมีนักแสดงอีกเป็นจำนวนมากร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลในประวัติศาสตร์และตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในช่วงดังกล่าว
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นภายหลังสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ สวรรคตในพุทธศักราช ๒๐๗๒ พระอาทิตยวงศ์เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูร และเสด็จจากพิษณุโลกมาประทับ ณ กรุงศรีอยุธยา พระเฑียรราชาและพระสุริโยทัยมีพระโอรสและพระธิดารวม ๕ พระองค์ ได้แก่ พระราเมศวร พระมหินทร พระสวัสดิราชหรือพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระบรมดิลก และพระเทพกษัตรีย์ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรสวรรคตด้วยโรคไข้ทรพิษ สมเด็จพระรัษฎาธิราชกุมาร พระโอรสซึ่งยังทรงพระเยาว์ เสด็จขึ้นครองราชย์ แต่หลังจากครองราชย์ได้ประมาณ ๕ เดือน พระไชยราชาธิราชได้เข้ายึดราชบัลลังก์และขึ้นครองราชย์
ในรัชสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช พระเฑียรราชาได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมหาอุปราชา ขณะที่ท้าวศรีสุดาจันทร์ พระมเหสีของพระไชยราชาธิราช ได้ลักลอบมีความสัมพันธ์กับขุนชินราชและร่วมกันวางแผนปลงพระชนม์พระไชยราชาธิราช ภายหลังพระยอดฟ้า พระโอรสของพระไชยราชาธิราชและท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เสด็จขึ้นครองราชย์ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ ก่อนที่ท้าวศรีสุดาจันทร์จะปลงพระชนม์และสถาปนาขุนชินราชขึ้นเป็นกษัตริย์ในพระนามสมเด็จพระวรวงศาธิราช
พระเฑียรราชาทรงผนวชเพื่อหลีกเลี่ยงภัยทางการเมือง ขณะที่พระสุริโยทัยทรงเตรียมกำลังและฝึกฝนทางการทหาร โดยมีขุนพิเรนทรเทพ ขุนอินทรเทพ หมื่นราชเสน่หา และหลวงศรียศลานตากฟ้าเป็นผู้จงรักภักดีและคอยคุ้มกันภัย ต่อมาคณะผู้ก่อการได้ปลงพระชนม์สมเด็จพระวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ แล้วอัญเชิญพระเฑียรราชาลาสิกขาและขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ภายหลังสมเด็จพระมหาจักรพรรดิขึ้นครองราชย์ บ้านเมืองต้องเผชิญกับการขยายอำนาจของพม่า ภายใต้พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ซึ่งทรงรวบรวมกำลังและยกทัพเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาในพุทธศักราช ๒๐๙๑ การทำสงครามครั้งนั้นนำไปสู่เหตุการณ์ที่พระสุริโยทัยเสด็จเข้าร่วมการรบและทรงขับช้างเข้าขวางพระเจ้าแปร เพื่อป้องกันพระสวามี จนทรงถูกฟันด้วยพระแสงของ้าวและสิ้นพระชนม์บนคอช้าง เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นฉากสำคัญที่สุดฉากหนึ่งของภาพยนตร์
การถ่ายทำใช้ทุนสร้างสูงกว่า ๔๐๐ ล้านบาท และมีการสร้างฉาก เครื่องแต่งกาย อาวุธ ยานพาหนะ และองค์ประกอบต่าง ๆ สำหรับการถ่ายทำในขนาดใหญ่ โดยมีการร่วมงานกับบุคลากรจากต่างประเทศในด้านภาพและดนตรีประกอบ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ประพันธ์โดยริชาร์ด ฮาร์วีย์ ขณะที่การกำกับภาพมีไอกอร์ ลูเธอร์ สตานิสลาฟ ดอร์ซิก และอานุภาพ บัวจันทร์ร่วมรับผิดชอบ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรภาพยนตร์ “สุริโยไท” รอบปฐมทัศน์ ณ ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๔ ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายจริงในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๔ และได้รับความสนใจจากผู้ชมเป็นจำนวนมากตั้งแต่วันแรกที่ออกฉาย
ภาพยนตร์มีความยาวฉบับปกติประมาณ ๑๘๕ นาที และมีฉบับสมบูรณ์ความยาวประมาณ ๓๐๐ นาที เนื้อเรื่องครอบคลุมเหตุการณ์ทางการเมืองและสงครามในช่วงเวลาหลายสิบปี จึงมีตัวละครจำนวนมากและใช้รายละเอียดด้านฉาก เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ อาวุธ และรูปแบบการดำเนินชีวิตในราชสำนักและสังคมอยุธยาเป็นส่วนประกอบสำคัญของการเล่าเรื่อง ภาพยนตร์ยังมีการใช้ภาษาไทยและภาษาพม่าในการดำเนินเรื่อง และมีการฉายในระบบไอแมกซ์ในช่วงที่เข้าฉาย
“สุริโยไท” ทำรายได้ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ ๓๒๔.๕ ล้านบาท และมีรายได้รวมทั่วประเทศประมาณ ๕๕๐ ล้านบาท จนกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จด้านรายได้อย่างสูงในช่วงเวลานั้น และเป็นภาพยนต์ที่มีรายได้สูงสุดยาวนานจากนั้นเป็นเวลาถึง ๑๒ ปี
วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๔ จึงเป็นวันที่ภาพยนตร์ “สุริโยไท” ออกฉายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก และเมื่อเวลาผ่านมาครบ ๒๕ ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงเป็นผลงานสำคัญเรื่องหนึ่งของวงการภาพยนตร์ไทยในด้านการสร้างภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ โดยมีนักแสดงจำนวนมากร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และมีฉากการรบ พระราชพิธี ราชสำนัก เครื่องแต่งกาย และวิถีชีวิตของผู้คนในช่วงกรุงศรีอยุธยาเป็นส่วนสำคัญของภาพยนตร์
เรื่อง: มยุเรศร่อนรา
อ้างอิงและภาพ: บริษัทพร้อมมิตรโปรดักชั่น จำกัด
#สุริโยไท #ภาพยนตร์ไทย #หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมยุคล #พระสุริโยทัย #สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ #ประวัติศาสตร์ไทย #กรุงศรีอยุธยา #ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ #พร้อมมิตรโปรดักชั่น #ครบรอบ๒๕ปี #เจริญกรุง
ที่มา: facebook เจริญกรุง
ครบรอบ ๒๕ ปี “สุริโยไท” ภาพยนตร์ที่ทรงคุณค่าที่สุด
สร้างขึ้นจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๙ พรรษา
ด้วยมีพระราชประสงค์ทรงเป็นห่วงประวัติศาสตร์ไทย
เพราะเริ่มห่างหายไปจากความรับรู้ของชาวไทยร่วมสมัย
ทุนสร้างกว่า ๔๐๐ ล้านบาท
นับว่ามากที่สุดในขณะที่ออกฉาย
โดยใช้เวลาสร้างนานกว่า ๕ ปี
เขียนบท ๒ ปี และถ่ายทำ ๓ ปี
ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระพันปีหลวง
เสด็จฯ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทอดพระเนตร
"สุริโยไท" รอบปฐมทัศน์ ณ ศาลาเฉลิมกรุง
เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๔
และเข้าฉายจริงเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ปีเดียวกัน
นับเป็นภาพยนตร์ได้รับความนิยมอย่างสูง
และกล่าวขานอย่างมาก โดยได้รับคำวิจารณ์ว่า
สร้างได้อย่างละเอียดละไมในทุกรายละเอียด
สุริโยไทเป็นหนึ่งใน ๑๐ อันดับภาพยนตร์ไทย
ที่ทำเงินสูงสุด ด้วยรายได้ ๓๒๔.๕ ล้านบาท
ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเชียงใหม่
และรายได้รวมทั้งประเทศ ๕๕๐ ล้านบาท
ในขณะนั้น
ขอบคุณภาพจาก Manoon Nakkoed
ที่มา: facebook Thai Classic