"จ้อง" คือชื่อที่ชาวล้านนาใช้เรียก "ร่ม" เครื่องใช้คู่ชีวิตสำหรับกันแดดกันฝนมาแต่โบราณ จ้องแบบล้านนาดั้งเดิมทำจาก กระดาษสา เคลือบด้วย น้ำมันมะพอก เพื่อให้น้ำไม่ซึมและไม่เกาะบนผิวกระดาษ ส่วนโครงและคันร่มทำจาก ไม้ไผ่รวก ที่มีความเหนียว แข็งแรง และน้ำหนักเบา เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
.
แม้ในภาคเหนือจะมีการทำร่มอยู่หลายพื้นที่ แต่เมื่อเอ่ยถึง "จ้อง" คนส่วนใหญ่มักนึกถึง ร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เพราะในอดีตช่างจากบ้านบ่อสร้างเป็นผู้แต่งแต้มสีสัน และลวดลายลงบนร่มที่รับมาจากบ้านสันต้นแหน จนเกิดเอกลักษณ์อันโดดเด่น สวยงามสะดุดตา ผู้คนจึงจดจำและพูดต่อกันว่า "จ้องต้องบ่อสร้าง" กลายเป็นคำติดปากที่สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ร่มบ่อสร้างก้าวขึ้นเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเชียงใหม่ในเวลาต่อมา
.
เรื่องราวเริ่มต้นจากดินแดน สิบสองปันนา ทางตอนใต้ของจีน แหล่งที่ชนเผ่าไทลื้ออาศัยอยู่ท่ามกลางป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ จึงเกิดการนำไม้ไผ่มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องใช้หลากหลายชนิด รวมถึง "ร่มไม้ไผ่" ซึ่งนับเป็นต้นกำเนิดของร่มในภูมิภาคนี้
.
จากนั้นภูมิปัญญาการทำร่มได้เดินทางสู่ เมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ผ่านการแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตของชนเผ่าไทยใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ถ่ายทอดเข้าสู่ดินแดนล้านนา ซึ่งในอดีตยังไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนอย่างชัดเจน ผู้คนต่างชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ เดินทางไปมาหาสู่ แลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมกันอย่างเสรี ภูมิปัญญาการทำร่มจึงค่อย ๆ หยั่งรากในล้านนา จนกลายเป็นเรื่องราวสำคัญของ บ้านบ่อสร้าง จังหวัดเชียงใหม่
.
จุดเริ่มต้นตำนานที่ชาวบ้านเล่าต่อกันมากว่า 200 ปี กล่าวว่า หลวงพ่ออินถา พระสงฆ์ผู้ธุดงค์ระหว่างไทยและเมียนมา ได้นำ "กลด" จากเมียนมาเข้ามายังบ้านบ่อสร้าง แต่ระหว่างทางกลดเกิดชำรุด จึงให้ชาวบ้านช่วยซ่อมแซม
.
เมื่อเห็นว่าชาวบ้านมีฝีมือ หลวงพ่อจึงแนะนำให้ลองทำกลดขึ้นใหม่ ชาวบ้านจึงเริ่มทดลองผลิต ปรับขนาดให้เล็กลง ใช้งานสะดวกขึ้น ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็กลายเป็น "ร่ม" สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อนจะพัฒนาเป็นอาชีพของทั้งหมู่บ้าน
.
ร่มบ่อสร้างยุคแรกทำจาก ไม้ไผ่ทั้งคัน หุ้มด้วย กระดาษสา ที่ชาวบ้านผลิตเองจากเปลือกปอ ผ่านกรรมวิธีต้ม ช้อนเยื่อ ตากแดด และเคลือบด้วยน้ำตะโก๋เพื่อให้กระดาษเหนียว ทนแดด ทนฝน
.
ในช่วงแรกมีเพียง สีแดงและสีดำ เท่านั้น แต่ไม่นาน ชาวบ้านก็เริ่มวาดลวดลายดอกไม้ลงบนร่ม เพิ่มสีสันและความงดงาม จนร่มบ่อสร้างเริ่มเป็นที่รู้จักในพื้นที่ใกล้เคียง จากของใช้ในครัวเรือน กลายเป็นสินค้าที่ผู้คนต่างถิ่นเดินทางมาซื้อถึงหมู่บ้าน
.
ชื่อ "บ่อสร้าง" ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน เดิมทีชาวบ้านเรียกว่า บ้านบ่อซาง เพราะบริเวณชุมชนมีบ่อน้ำที่รายล้อมด้วยต้นซางจำนวนมาก เมื่อร่มบ่อสร้างเริ่มมีชื่อเสียง ผู้คนจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามามากขึ้น การออกเสียงคำว่า "บ่อซาง" จึงค่อย ๆ เพี้ยนเป็น "บ่อสร้าง" และกลายเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
.
เมื่อการทำร่มได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ร่มบ่อสร้างก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากร่มกระดาษสาสู่ ร่มผ้าแพรหลากสี ที่มีลวดลายงดงาม กลายเป็นของฝากยอดนิยมของเชียงใหม่
.
ต่อมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำร่มบ่อสร้างไปประชาสัมพันธ์ในระดับนานาชาติ ทำให้ชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
บ่อสร้างต้องกาง “จ้อง” ☂️ ตำนานร่มไม้ไผ่แห่งเชียงใหม่