ชาวพุทธเรา เพียงคำว่าพุทธคำเดียวทำให้รู้ว่า บุคคลคนนี้ มีสรณะและ แนวทางดำเนินชีวิตเช่นไร
แต่มันจะมีความสงสัยในใจว่า เป็นชาวพุทธ แล้วทำไมยังติดสื่อลามก ยังมีความอยากทำมิดีมิร้ายผู้อื่น ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงผู้อื่นเพื่อปกปิด ยังลักทรัพย์ ยังอิจฉาในความมีความเป็นของผู้อื่น ถึงขั้น เผาบ้าน เผาเรือนผู้อื่น ขนาดในครอบครัว ก็ยังมีข่าว สามีทำร้ายภรรยาถึงแก่ความตายตายต่อหน้าลูกชายตน การพูดจา ความหยาบคายของแม้แตเด็ก ยังรุนแรงเหมือนนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ จนสิ่งมึนเมาเช่น ยาเสพติดให้โทษที่สมัยปัจจุบันบิดเบือนว่า เป็นของให้คุณ ทำกฎหมายเพื่อใช้ในการรักษาและควบคุมโดยแพทย์เท่านั้น กลับเคยพบได้แม้แต่ในวัดโพธิ์ สถานที่ของชาวพุทธ แนวทำเป็นชา ขาย หรือ คุ้กกี้ขาย และ ในเด็กเล็ก พบว่าเด็กสามารถเข้าถึงในรูปแบบของลูกอม และ พออมเข้าไปหมดสติ สลบจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ???!!! ยังไม่พูดถึง ศีลข้อ 2 ที่ลึกลงไป เช่นคอรัปชั่น จนชาวจีนลักลอบเปิดโรงงาน ทิ้งกากสารพิษ ฯลฯ เข้าสู่ธรรมชาติ
ผมมีคำถามว่า กฎหมาย ไม่เคยแก้ไขป้ญหาสังคมใดๆ ได้ และอะไรจะแก้ไขได้!!!!!
ผมคิดถึงสิ่งๆ เดียวคือ การฆ่า ที่ต้องถึงขั้นล้างบาง ! เช่น ฆ่ายกครัว เป็นต้น
ผมเคยเห็นข่าวต่างประเทศที่แม่ผู้หนึ่ง ลูกสาวถูกฆาตกรลักพาตัวไป แทนที่ฆาตกรจะถูกตัดสินโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ คุณแม่ปรารถนาที่จะ ลงทัณฑ์ บุคคลที่ฆ่าลูกของเธอ ด้วยการยิงฆาตกร จนหมดแม๊ก
นี่คือ นรกบนพันโลกมนุษย์ โดยแท้... และไม่มีอะไรจะกำจัดให้หมดไปได้ เว้นเพียงแต่ ศาสนา !!! ไม่ว่า ศาสนาใดๆ ท่านพระพุทธทาสเคยเทศก์ว่า ถ้ารู้จักความถูกต้อง .... เสียอย่างเดียว โลกนี้ก็สงบสุข ...
ถ้าศาสนาเข้าถึงใจคน ใจมนุษย์เสียอย่างเดียว รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด ถ้าห้ามตนเองไม่ได้ ก็ต้องเพื่อน ฝูง คนดีๆ ในสังคม ช่วยห้าม ไม่ให้ทำความผิด
ผมก็เข้าใจว่า โลกนี้มีสิ่งบริสุทธิ์ คือ ใจมนุษย์ที่ฝึกฝนดีแล้วจนถึงขั้นอรหันตบุคคล
เท่านั้น !! นอกนั้น ไม่มี!!!!!
ดังนั้น บุคคลที่ยังวนเวียนในวัฎสังสารนัน สิ่งที่ทำได้คือ ต้องรู้จักวิธีป้องกันตัว ทั้งทางร่างกาย มีวิทยายุทธ์ และ ทางด้านจิตใจ มีคุณธรรม ศีลธรรม เส้นแดงที่ผ่าฝืนไม่ได้ ต่อให้ต้องตาย หรือต้องฆ่าตัวเองตาย ( ซึ่งถือเป็นบาปหนักสุด แต่ไม่หนักที่สุดเท่า อนันตริยกรรม คือ ฆ่า บิดา มารดา พระอรหันต์ พระพุทธเจ้าแม้ฝ่าพระบาทห้อพระโลหิต การทำหมู่พระภิกษุ ให้แตกแยก แม้เพียง 2 รูป ก็ถือเป็นบาปอย่างเดียวกัน !! ซึ่ง หากมีเหตุใดให้เฉียดกรรมเหล่านั้น ให้ฆ่าตนเอง ยังเป็นบุญซะมากกว่า !!!!! )
ฉะนัน โลกเราน่าจะอยู่ได้ด้วยคำว่า หิริ ( ละอายบาป ) โอตัปปะ ( กลัวบาป )
เพราะ ถ้ามีจิตที่ไม่หาญ ( ไม่อาจจะกล้าไปทำ ) มีจิตที่เกรงต่อภัยที่อาจจะย้อนกลับเข้ามาสู่ครอบครัว / ลูกหลาน ของตน ....!!!!! โลกนี้ ก็ยังมีความสงบอยู่ !!!
เว้นเสียแต่ผู้ที่บ่มกรรมจนหนักหนา เสมือน แม้แต่สัตว์ที่บ้า ถ้าขังไม่ได้ ก็ต้องฆ่าเสีย แล้วมนุษย์ที่จะนำภัยมา ถ้าสอนไม่ได้ พูดไม่ฟัง ทรมานไม่กลับใจ ตัดอวัยวะแล้วยังไม่สำนึก ก็ต้องฆ่าทิ้งเสีย ...
แต่ตามีวิธีพุทธสมัยก่อน มีพระราชา อยู่ 2 องค์ เท่าที่เคยได้ฟังมา ว่า ถ้าหาก มีโจรเกิดขึ้นในเมืองของท่าน ท่านจะจับโจรมาคุย ว่าเหตุใดถึงทำผิด เช่นนั้นๆ และท่านมีวิธีสอนคือ ถ้าต้องการอะไร ที่ไม่ผิดหลักศีลธรรม ถ้าท่านให้ได้ก็จะให้ ... จนกระทั่ง โจรกลับใจ ไม่อยากทำผิดบาปอีกเลย อยากประคองตน ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม อยากประกอบกิจเลี้ยงชีพให้ถูกต้อง ตามหลักธรรมนองคลองธรรม ( ผมว่า น่าจะมีการเทศนาธรรมสอนโจรด้วยนะครับ ผมว่า เอาธรรมะ เปิดกรอกเข้าสู่โสตประสาททุกวัน จนกลับใจ )
กับพระราชาอีกพระองค์หนึ่ง ทั้งเมืองของท่าน หรือ ทั้งประเทศของท่าน พอถึงวันโกน หรือ วันพระ ทั่วทั้งประเทศ ต้องถือศีล 8 แม้แต่พวกอันธพาล ก็ยอมรับนับถือศีล 8 และเว้นจากการกินเนัอสัตว์ และ เว้นจากการดื่มสุรา สารเสพติด ให้โทษทุกชนิด !!!
ที่เคยเห็นเป็นพิเศษ แปลกประหลาด ก็คือพระราชา 2 พระองค์นี้ เท่าที่เคยได้ฟัง
ส่วนตัวผม เชื่อว่า คนเราบนโลกนี้ มีหลายประเภท
สีขาวบริสุทธิ์บ้าง ก็ควรมีผู้นำที่ขาวบริสุทธิ์ที่สุด เป็นผู้นำ
ประเภท ขาว ก็ควรมีผู้นำที่ขาวที่สุดเป็นผู้นำ
ประเภท ที่ กึ่งขาว กึ่งเทา ก็ควรมี ผู้นำที่กึ่งขาว กึ่งเทา ที่ดี ที่เจริญที่สุดเป็นผู้นำ
ประเภท เทา อ่อน ก็ควรมี ผู้นำที่เทาอ่อนที่สุด และ ขาว ที่สุด เป็นผู้นำ
ประเภท ที่เทาดำ ก็ควรมี ผู้นำที่เทาดำ ที่ดี ที่มีหิริโอตัปปะมากที่สุด หรือ คุณธรรมเลิศที่สุด ในกลุ่มเทาดำ มาเป็นผู้นำ โดยต้องหมั่นให้ผู้นำ เข้าหาหลักธรรม เข้าร่วมสาธก สนทนา กับกลุ่ม ขาว ที่สุด เทาอ่อนที่ดีที่เจริญที่สุด หมั่นประชุมและหมั่นเรียนรู้ เข้าหาหลักธรรมเป็นเกณฑ์กัน
ประเภทสุดท้าย คือ ดำ ดำมาก ดำสนิท กลุ่มนี้ ควรอยู่ในจุดที่ต้องแยกกันบำบัด หัดเรียนรู้สิ่งทึ่เทาดำ เทาอ่อน และ ขาว เขาทำประพฤติกัน... ไม่ควร นำมาปะปนในสังคม แต่ก็ควรมีเมือง หรือสังคม ของเขาที่สอนว่าอะไรผิด อะไรถูก และ จะแก้ไขตนเองยังไง ถึงจะได้เป็นเทาดำ หรือ เทาอ่อน อย่างพวกเขากันบ้าง.... โดยใครจะเป็นผู้ชี้นำ สั่งสอน หรือ ดูแล รับรองได้ว่า ปุถุชน แม้ สาธุชน ก็จะเข้ามาดูแลไม่ได้ ต้องเป็น ผู้มีธรรมะชั้นพระอรหันต์ ชั้นสูงเท่านั้นที่จะ สอนพวกเขาได้ แม้นเขาจะไม่ฟัง และ ปฎิเสธ แต่ ก็อาจจะฟัง ผ่าน กลุ่มเทาดำ หรือ ดำที่ดีที่สุด... อยู่บ้าง....
อันนี้ เพียงพิจารณา บุคคลเราในสมัยนี้นะครับ
บางคนเพียงเดินผ่าน สุนัขยังเห่า คนบางคนยังรับรู้ว่า ควรออกห่าง เพราะเหม็นบาปคลุ้งไปหมด....
จะบอกว่าสังคมเรา น่าอยู่ คงไม่ได้แล้ว...
แต่ก็ยังหวังว่า สักวันจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับมนุษย์ สาธุชน - ปุถุชน - พาลชน ทุกหมู่เหล่านะครับ
คนเราอยู่บนโลกนี้ต้องทำใจเช่นไร ถึงจะพ้นจากมหันตทุกข์ เช่น การต้องอยู่ในสังคมอย่างไรให้พ้นภัย ( การผิดศีล 5 )
แต่มันจะมีความสงสัยในใจว่า เป็นชาวพุทธ แล้วทำไมยังติดสื่อลามก ยังมีความอยากทำมิดีมิร้ายผู้อื่น ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงผู้อื่นเพื่อปกปิด ยังลักทรัพย์ ยังอิจฉาในความมีความเป็นของผู้อื่น ถึงขั้น เผาบ้าน เผาเรือนผู้อื่น ขนาดในครอบครัว ก็ยังมีข่าว สามีทำร้ายภรรยาถึงแก่ความตายตายต่อหน้าลูกชายตน การพูดจา ความหยาบคายของแม้แตเด็ก ยังรุนแรงเหมือนนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ จนสิ่งมึนเมาเช่น ยาเสพติดให้โทษที่สมัยปัจจุบันบิดเบือนว่า เป็นของให้คุณ ทำกฎหมายเพื่อใช้ในการรักษาและควบคุมโดยแพทย์เท่านั้น กลับเคยพบได้แม้แต่ในวัดโพธิ์ สถานที่ของชาวพุทธ แนวทำเป็นชา ขาย หรือ คุ้กกี้ขาย และ ในเด็กเล็ก พบว่าเด็กสามารถเข้าถึงในรูปแบบของลูกอม และ พออมเข้าไปหมดสติ สลบจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ???!!! ยังไม่พูดถึง ศีลข้อ 2 ที่ลึกลงไป เช่นคอรัปชั่น จนชาวจีนลักลอบเปิดโรงงาน ทิ้งกากสารพิษ ฯลฯ เข้าสู่ธรรมชาติ
ผมมีคำถามว่า กฎหมาย ไม่เคยแก้ไขป้ญหาสังคมใดๆ ได้ และอะไรจะแก้ไขได้!!!!!
ผมคิดถึงสิ่งๆ เดียวคือ การฆ่า ที่ต้องถึงขั้นล้างบาง ! เช่น ฆ่ายกครัว เป็นต้น
ผมเคยเห็นข่าวต่างประเทศที่แม่ผู้หนึ่ง ลูกสาวถูกฆาตกรลักพาตัวไป แทนที่ฆาตกรจะถูกตัดสินโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ คุณแม่ปรารถนาที่จะ ลงทัณฑ์ บุคคลที่ฆ่าลูกของเธอ ด้วยการยิงฆาตกร จนหมดแม๊ก
นี่คือ นรกบนพันโลกมนุษย์ โดยแท้... และไม่มีอะไรจะกำจัดให้หมดไปได้ เว้นเพียงแต่ ศาสนา !!! ไม่ว่า ศาสนาใดๆ ท่านพระพุทธทาสเคยเทศก์ว่า ถ้ารู้จักความถูกต้อง .... เสียอย่างเดียว โลกนี้ก็สงบสุข ...
ถ้าศาสนาเข้าถึงใจคน ใจมนุษย์เสียอย่างเดียว รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด ถ้าห้ามตนเองไม่ได้ ก็ต้องเพื่อน ฝูง คนดีๆ ในสังคม ช่วยห้าม ไม่ให้ทำความผิด
ผมก็เข้าใจว่า โลกนี้มีสิ่งบริสุทธิ์ คือ ใจมนุษย์ที่ฝึกฝนดีแล้วจนถึงขั้นอรหันตบุคคล
เท่านั้น !! นอกนั้น ไม่มี!!!!!
ดังนั้น บุคคลที่ยังวนเวียนในวัฎสังสารนัน สิ่งที่ทำได้คือ ต้องรู้จักวิธีป้องกันตัว ทั้งทางร่างกาย มีวิทยายุทธ์ และ ทางด้านจิตใจ มีคุณธรรม ศีลธรรม เส้นแดงที่ผ่าฝืนไม่ได้ ต่อให้ต้องตาย หรือต้องฆ่าตัวเองตาย ( ซึ่งถือเป็นบาปหนักสุด แต่ไม่หนักที่สุดเท่า อนันตริยกรรม คือ ฆ่า บิดา มารดา พระอรหันต์ พระพุทธเจ้าแม้ฝ่าพระบาทห้อพระโลหิต การทำหมู่พระภิกษุ ให้แตกแยก แม้เพียง 2 รูป ก็ถือเป็นบาปอย่างเดียวกัน !! ซึ่ง หากมีเหตุใดให้เฉียดกรรมเหล่านั้น ให้ฆ่าตนเอง ยังเป็นบุญซะมากกว่า !!!!! )
ฉะนัน โลกเราน่าจะอยู่ได้ด้วยคำว่า หิริ ( ละอายบาป ) โอตัปปะ ( กลัวบาป )
เพราะ ถ้ามีจิตที่ไม่หาญ ( ไม่อาจจะกล้าไปทำ ) มีจิตที่เกรงต่อภัยที่อาจจะย้อนกลับเข้ามาสู่ครอบครัว / ลูกหลาน ของตน ....!!!!! โลกนี้ ก็ยังมีความสงบอยู่ !!!
เว้นเสียแต่ผู้ที่บ่มกรรมจนหนักหนา เสมือน แม้แต่สัตว์ที่บ้า ถ้าขังไม่ได้ ก็ต้องฆ่าเสีย แล้วมนุษย์ที่จะนำภัยมา ถ้าสอนไม่ได้ พูดไม่ฟัง ทรมานไม่กลับใจ ตัดอวัยวะแล้วยังไม่สำนึก ก็ต้องฆ่าทิ้งเสีย ...
แต่ตามีวิธีพุทธสมัยก่อน มีพระราชา อยู่ 2 องค์ เท่าที่เคยได้ฟังมา ว่า ถ้าหาก มีโจรเกิดขึ้นในเมืองของท่าน ท่านจะจับโจรมาคุย ว่าเหตุใดถึงทำผิด เช่นนั้นๆ และท่านมีวิธีสอนคือ ถ้าต้องการอะไร ที่ไม่ผิดหลักศีลธรรม ถ้าท่านให้ได้ก็จะให้ ... จนกระทั่ง โจรกลับใจ ไม่อยากทำผิดบาปอีกเลย อยากประคองตน ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม อยากประกอบกิจเลี้ยงชีพให้ถูกต้อง ตามหลักธรรมนองคลองธรรม ( ผมว่า น่าจะมีการเทศนาธรรมสอนโจรด้วยนะครับ ผมว่า เอาธรรมะ เปิดกรอกเข้าสู่โสตประสาททุกวัน จนกลับใจ )
กับพระราชาอีกพระองค์หนึ่ง ทั้งเมืองของท่าน หรือ ทั้งประเทศของท่าน พอถึงวันโกน หรือ วันพระ ทั่วทั้งประเทศ ต้องถือศีล 8 แม้แต่พวกอันธพาล ก็ยอมรับนับถือศีล 8 และเว้นจากการกินเนัอสัตว์ และ เว้นจากการดื่มสุรา สารเสพติด ให้โทษทุกชนิด !!!
ที่เคยเห็นเป็นพิเศษ แปลกประหลาด ก็คือพระราชา 2 พระองค์นี้ เท่าที่เคยได้ฟัง
ส่วนตัวผม เชื่อว่า คนเราบนโลกนี้ มีหลายประเภท
สีขาวบริสุทธิ์บ้าง ก็ควรมีผู้นำที่ขาวบริสุทธิ์ที่สุด เป็นผู้นำ
ประเภท ขาว ก็ควรมีผู้นำที่ขาวที่สุดเป็นผู้นำ
ประเภท ที่ กึ่งขาว กึ่งเทา ก็ควรมี ผู้นำที่กึ่งขาว กึ่งเทา ที่ดี ที่เจริญที่สุดเป็นผู้นำ
ประเภท เทา อ่อน ก็ควรมี ผู้นำที่เทาอ่อนที่สุด และ ขาว ที่สุด เป็นผู้นำ
ประเภท ที่เทาดำ ก็ควรมี ผู้นำที่เทาดำ ที่ดี ที่มีหิริโอตัปปะมากที่สุด หรือ คุณธรรมเลิศที่สุด ในกลุ่มเทาดำ มาเป็นผู้นำ โดยต้องหมั่นให้ผู้นำ เข้าหาหลักธรรม เข้าร่วมสาธก สนทนา กับกลุ่ม ขาว ที่สุด เทาอ่อนที่ดีที่เจริญที่สุด หมั่นประชุมและหมั่นเรียนรู้ เข้าหาหลักธรรมเป็นเกณฑ์กัน
ประเภทสุดท้าย คือ ดำ ดำมาก ดำสนิท กลุ่มนี้ ควรอยู่ในจุดที่ต้องแยกกันบำบัด หัดเรียนรู้สิ่งทึ่เทาดำ เทาอ่อน และ ขาว เขาทำประพฤติกัน... ไม่ควร นำมาปะปนในสังคม แต่ก็ควรมีเมือง หรือสังคม ของเขาที่สอนว่าอะไรผิด อะไรถูก และ จะแก้ไขตนเองยังไง ถึงจะได้เป็นเทาดำ หรือ เทาอ่อน อย่างพวกเขากันบ้าง.... โดยใครจะเป็นผู้ชี้นำ สั่งสอน หรือ ดูแล รับรองได้ว่า ปุถุชน แม้ สาธุชน ก็จะเข้ามาดูแลไม่ได้ ต้องเป็น ผู้มีธรรมะชั้นพระอรหันต์ ชั้นสูงเท่านั้นที่จะ สอนพวกเขาได้ แม้นเขาจะไม่ฟัง และ ปฎิเสธ แต่ ก็อาจจะฟัง ผ่าน กลุ่มเทาดำ หรือ ดำที่ดีที่สุด... อยู่บ้าง....
อันนี้ เพียงพิจารณา บุคคลเราในสมัยนี้นะครับ
บางคนเพียงเดินผ่าน สุนัขยังเห่า คนบางคนยังรับรู้ว่า ควรออกห่าง เพราะเหม็นบาปคลุ้งไปหมด....
จะบอกว่าสังคมเรา น่าอยู่ คงไม่ได้แล้ว...
แต่ก็ยังหวังว่า สักวันจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับมนุษย์ สาธุชน - ปุถุชน - พาลชน ทุกหมู่เหล่านะครับ