หลักความเชื่อของศาสนาคริสต์ : อ้างอิงบางส่วนจากคัมภีร์ไบเบิล และจากประสบการณ์จริง
1. ผีหรือปีศาจตัวเป็นๆ ที่จับต้องได้ (สัมผัสทางกายได้) ไม่มีจริง
2. เมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว วิญญาณจะออกจากร่าง แล้วไปพักสงบในสถานที่แห่งหนึ่ง (ไม่มายุ่งเกี่ยวกับโลก)
เพื่อรอการพิพากษาจากพระเจ้าในวาระสุดท้ายของโลก โดยคนบาปจะต้องตกนรกชั่วนิรันดร์
ส่วนคนชอบธรรมจะได้ไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์
3. วิญญาณที่มายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์นั้น ไม่ใช่วิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว
แต่เป็นวิญญาณชั่วซึ่งมีมาก่อนที่พระเจ้าจะสร้างโลกขึ้นมา โดยแอบอ้างว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว
*วิญญาณชั่วเดิมเป็นทูตสวรรค์มาก่อน และได้ทำการก่อกบฏต่อพระเจ้า จึงถูกพระเจ้าขับไล่ออกจากสวรรค์
4. วิญญาณชั่วสามารถสะกดจิตมนุษย์ให้เห็นหรือสัมผัสได้ว่าเป็นสิ่งต่างๆ โดยที่สิ่งนั้นไม่มีจริง
เช่น มองเห็น ได้ยินเสียง ได้กลิ่น และได้รับการสัมผัสทางกาย ซึ่งคล้ายกับความฝัน แต่เกิดขึ้นในขณะที่ตื่นอยู่
5. วิญญาณชั่วสามารถสะกดจิตคนที่มีจิตอ่อนเท่านั้น โดยไม่สามารถสะกดจิตคนที่มีจิตแข็งได้
จึงเป็นเหตุให้บางคนมีประสบการณ์เกี่ยวกับวิญญาณ
6. การขอความช่วยเหลือจากวิญญาณชั่วเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะว่าวิญญาณชั่วไม่ได้หวังดีต่อมนุษย์
ถึงแม้ว่าวิญญาณชั่วจะให้ความช่วยเหลือมนุษย์ได้จริง แต่มักเป็นสิ่งที่สนองกิเลสตัณหาของมนุษย์
จึงไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด แต่จะล่อลวงให้มนุษย์เดินออกจากทางชอบธรรมของพระเจ้า
7. การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ประกอบด้วย วางใจพระเจ้า ไม่ทำบาป และมุ่งทำความดี
หมายเหตุ วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์
โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี
ผีหรือปีศาจมีจริงหรือไม่ ?
1. ผีหรือปีศาจตัวเป็นๆ ที่จับต้องได้ (สัมผัสทางกายได้) ไม่มีจริง
2. เมื่อมนุษย์ตายไปแล้ว วิญญาณจะออกจากร่าง แล้วไปพักสงบในสถานที่แห่งหนึ่ง (ไม่มายุ่งเกี่ยวกับโลก)
เพื่อรอการพิพากษาจากพระเจ้าในวาระสุดท้ายของโลก โดยคนบาปจะต้องตกนรกชั่วนิรันดร์
ส่วนคนชอบธรรมจะได้ไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์
3. วิญญาณที่มายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์นั้น ไม่ใช่วิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว
แต่เป็นวิญญาณชั่วซึ่งมีมาก่อนที่พระเจ้าจะสร้างโลกขึ้นมา โดยแอบอ้างว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว
*วิญญาณชั่วเดิมเป็นทูตสวรรค์มาก่อน และได้ทำการก่อกบฏต่อพระเจ้า จึงถูกพระเจ้าขับไล่ออกจากสวรรค์
4. วิญญาณชั่วสามารถสะกดจิตมนุษย์ให้เห็นหรือสัมผัสได้ว่าเป็นสิ่งต่างๆ โดยที่สิ่งนั้นไม่มีจริง
เช่น มองเห็น ได้ยินเสียง ได้กลิ่น และได้รับการสัมผัสทางกาย ซึ่งคล้ายกับความฝัน แต่เกิดขึ้นในขณะที่ตื่นอยู่
5. วิญญาณชั่วสามารถสะกดจิตคนที่มีจิตอ่อนเท่านั้น โดยไม่สามารถสะกดจิตคนที่มีจิตแข็งได้
จึงเป็นเหตุให้บางคนมีประสบการณ์เกี่ยวกับวิญญาณ
6. การขอความช่วยเหลือจากวิญญาณชั่วเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะว่าวิญญาณชั่วไม่ได้หวังดีต่อมนุษย์
ถึงแม้ว่าวิญญาณชั่วจะให้ความช่วยเหลือมนุษย์ได้จริง แต่มักเป็นสิ่งที่สนองกิเลสตัณหาของมนุษย์
จึงไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด แต่จะล่อลวงให้มนุษย์เดินออกจากทางชอบธรรมของพระเจ้า
7. การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ประกอบด้วย วางใจพระเจ้า ไม่ทำบาป และมุ่งทำความดี
หมายเหตุ วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์
โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี