◉ CLIMATE CHANGE : โลกร้อนจนฮอปส์จะไม่ไหว! แต่นักวงการเก๊กฮวยมีฟองต้องไปต่อ นักวิจัยเช็กเลยวิจัยสายพันธุ์ฮอปส์ใหม่ให้เติบโตแบบทนร้อน ทนแล้งในยุโรปได้มากขึ้น
ว่ากันว่าเช็กเป็นประเทศที่มีอัตราการดื่มเบียร์ต่อหัวเยอะที่สุดในโลก จนทำให้ฮอปส์ (โดยเฉพาะ Saaz Hops) กลายเป็นพืชที่ฮิตติดชาร์ตการเกษตร ด้วยกรดขมกับน้ำมันหอมระเหยที่พบในกลุ่มดอกฮอปส์เพศเมีย
อุณหภูมิที่พุ่งทะยานกับปริมาณน้ำฝนที่น้อยลง ทำให้ปริมาณ Alpha-acid กรดที่เข้าไปช่วยลดจุลินทรีย์ที่ทำให้เบียร์บูด เพิ่มความคงตัวของฟองเบียร์และเป็นอีกหนึ่งที่มาของรสขมนั้นลดลงไปตามๆ กัน
“เราเห็นความผันแปรของระดับ Alpha-acid ความเข้มข้นของกลิ่นหอม และปริมาณผลผลิตโดยรวมที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สาธารณรัฐเช็กประสบปัญหาภัยแล้ง เป็นต้นว่า ผมไม่เห็นพันธุ์ Saaz ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 2.5% มาหลายปีแล้ว” Jim Barrie เจ้าของโรงเบียร์ในสหรัฐฯ ที่รับ Saaz จากเช็ก เอ่ย
หนึ่งในนักวิจัยจาก Hop Research Institute อย่าง Dr. Vladimir Nesvadba ทดลองปรับแต่ง Saaz Hops ถึง 3 ชนิดเพื่อให้อยู่ได้แม้ไม่ค่อยมีน้ำ ซ้ำยังทนต่อความร้อน ปรากฏว่าเบียร์ที่มีฮอปส์ลูกผสมนาม “Saaz Shine” เป็นส่วนประกอบนี้ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากขาดื่มในกรุงปราก (Prague) ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณวัฒนธรรมเบียร์ที่แข็งแกร่งในประเทศ ทว่า คนที่ตื่นเต้นกว่าใครคงหนีไม่พ้นผู้ผลิตเบียร์อย่าง Barrie เพราะรสชาติที่ไม่คงที่ของฮอปส์ย่อมทำให้เบียร์มีรสชาติเปลี่ยนไป ยากจะมัดใจลูกค้า
พืชพันธุ์ใหม่ไปไกลถึงเกาะ Sardinia ที่ไม่เคยมีอุตสาหกรรมฮอปส์มาก่อน แม้การนำฮอปส์ฉบับปรับปรุงเข้ามาของ Federico Puddu จะเป็นที่ฮือฮา แต่เขาเชื่อว่าความสำเร็จในครั้งนี้มอบโอกาสให้ฮอปส์เติบโตในวันที่โลกรวน และเปิดโอกาสให้เกษตรกรจากนานาประเทศที่ไม่เคยสัมผัสพืชชนิดนี้มาก่อน
นอกจากการปรับแต่งพันธุ์พืช เกษตรกรในหลายพื้นที่ก็พยายามหาวิธีมารับมือกับผลิตผลที่ลดลงอีกหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนทิศทางการปลูกพืชเพื่อให้โดนแสงน้อยลง พยายามรักษาความชื้นในดินด้วยการใส่ปุ๋ยหรือคลุมดิน ไปจนถึงการติดตั้งระบบน้ำและโซลาร์เซลล์ที่งช่วยบังแดดพร้อมผลิตพลังงาน
ถึงงานของเขาจะเปิดช่องทางใหม่ ๆ ให้วงการน้ำเก๊กฮวยมีฟองได้ต่อสู้กับโลกรวน เขายังคงเชื่อว่าพืชดั้งเดิมจะยังคงอยู่ต่อไป ดั่งที่เขาได้ทิ้งท้ายว่า “พันธุ์ Saaz Shine และ (Saaz) Comfort ใหม่จะไม่ได้แทนที่ Saaz ดั้งเดิม เพราะ Saaz คือทองคำของเรา”
ที่มา/อ้างอิง : Environman
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.theguardian.com/environment/2026/may/28/saaz-is-our-gold-the-czech-scientists-breeding-hops-that-can-survive-a-hotter-europe
https://theconversation.com/hotter-drier-summers-will-make-european-craft-beers-less-hoppy-new-study-215273
🌞โลกจะร้อนแค่ไหน แต่เก๊กฮวยมีฟองต้องรอด! นักวิจัยเช็กเลยวิจัยฮอบพันธุ์ใหม่ ให้ทนแดด ทนร้อนมากขึ้น
ว่ากันว่าเช็กเป็นประเทศที่มีอัตราการดื่มเบียร์ต่อหัวเยอะที่สุดในโลก จนทำให้ฮอปส์ (โดยเฉพาะ Saaz Hops) กลายเป็นพืชที่ฮิตติดชาร์ตการเกษตร ด้วยกรดขมกับน้ำมันหอมระเหยที่พบในกลุ่มดอกฮอปส์เพศเมีย
อุณหภูมิที่พุ่งทะยานกับปริมาณน้ำฝนที่น้อยลง ทำให้ปริมาณ Alpha-acid กรดที่เข้าไปช่วยลดจุลินทรีย์ที่ทำให้เบียร์บูด เพิ่มความคงตัวของฟองเบียร์และเป็นอีกหนึ่งที่มาของรสขมนั้นลดลงไปตามๆ กัน
“เราเห็นความผันแปรของระดับ Alpha-acid ความเข้มข้นของกลิ่นหอม และปริมาณผลผลิตโดยรวมที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สาธารณรัฐเช็กประสบปัญหาภัยแล้ง เป็นต้นว่า ผมไม่เห็นพันธุ์ Saaz ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 2.5% มาหลายปีแล้ว” Jim Barrie เจ้าของโรงเบียร์ในสหรัฐฯ ที่รับ Saaz จากเช็ก เอ่ย
หนึ่งในนักวิจัยจาก Hop Research Institute อย่าง Dr. Vladimir Nesvadba ทดลองปรับแต่ง Saaz Hops ถึง 3 ชนิดเพื่อให้อยู่ได้แม้ไม่ค่อยมีน้ำ ซ้ำยังทนต่อความร้อน ปรากฏว่าเบียร์ที่มีฮอปส์ลูกผสมนาม “Saaz Shine” เป็นส่วนประกอบนี้ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากขาดื่มในกรุงปราก (Prague) ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณวัฒนธรรมเบียร์ที่แข็งแกร่งในประเทศ ทว่า คนที่ตื่นเต้นกว่าใครคงหนีไม่พ้นผู้ผลิตเบียร์อย่าง Barrie เพราะรสชาติที่ไม่คงที่ของฮอปส์ย่อมทำให้เบียร์มีรสชาติเปลี่ยนไป ยากจะมัดใจลูกค้า
พืชพันธุ์ใหม่ไปไกลถึงเกาะ Sardinia ที่ไม่เคยมีอุตสาหกรรมฮอปส์มาก่อน แม้การนำฮอปส์ฉบับปรับปรุงเข้ามาของ Federico Puddu จะเป็นที่ฮือฮา แต่เขาเชื่อว่าความสำเร็จในครั้งนี้มอบโอกาสให้ฮอปส์เติบโตในวันที่โลกรวน และเปิดโอกาสให้เกษตรกรจากนานาประเทศที่ไม่เคยสัมผัสพืชชนิดนี้มาก่อน
นอกจากการปรับแต่งพันธุ์พืช เกษตรกรในหลายพื้นที่ก็พยายามหาวิธีมารับมือกับผลิตผลที่ลดลงอีกหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนทิศทางการปลูกพืชเพื่อให้โดนแสงน้อยลง พยายามรักษาความชื้นในดินด้วยการใส่ปุ๋ยหรือคลุมดิน ไปจนถึงการติดตั้งระบบน้ำและโซลาร์เซลล์ที่งช่วยบังแดดพร้อมผลิตพลังงาน
ถึงงานของเขาจะเปิดช่องทางใหม่ ๆ ให้วงการน้ำเก๊กฮวยมีฟองได้ต่อสู้กับโลกรวน เขายังคงเชื่อว่าพืชดั้งเดิมจะยังคงอยู่ต่อไป ดั่งที่เขาได้ทิ้งท้ายว่า “พันธุ์ Saaz Shine และ (Saaz) Comfort ใหม่จะไม่ได้แทนที่ Saaz ดั้งเดิม เพราะ Saaz คือทองคำของเรา”
ที่มา/อ้างอิง : Environman
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้