เรื่องมีอยู่ว่าเราเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่มีประกันสังคมค่ะ เป็นผู้ประกันตนคนนึง สิทธิ์การรักษาอยู่กับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
เมื่อเดือนที่แล้วเรามีอาการปวดท้องมาก ๆ จนทนไม่ไหวต้องไปหาหมอ ผลออกมาว่าเราเป็นนิ่วในถุงน้ำดีค่ะ เราปรึกษากับหมอแล้วหมอบอกว่าต้องผ่าออกเท่านั้นคือหนทางรักษาเดียว
ปัญหาอยู่ตรงที่ต้องผ่าเปิดหน้าท้องเท่านั้น แต่เราทราบมาว่าผ่าเปิดหน้าท้องแผลจะใหญ่มากพอ ๆ กับผ่าคลอดเลยทีเดียว เรากลัวมากว่าแผลใหญ่ขนาดนั้นมันจะส่งผลกับสุขภาพของตัวเองในภายหลัง เราจึงถามว่ามีวิธีอื่นไหม หมอบอกว่ามีค่ะคือผ่าตัดผ่านกล้อง แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในระดับหลักหมื่น
เราบอกตรง ๆ ว่าพนักงานต๊อกต๋อยแบบเราไม่มีเงินขนาดนั้น เราจึงลองไปถามที่โรงพยาบาลรัฐอีกแห่งและทราบว่าหากมีประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะได้ผ่าด้วยกล้องฟรี หากมีประกันสังคมก็จะผ่าด้วยกล้องฟรีเช่นกัน ดังนั้นเราจึงกลับไปคุยกับโรงพยาลเดิมว่าช่วยออกใบส่งตัวให้เราไปผ่าที่รพ.รัญด้วยกล้องได้ไหม แต่เขาบอกว่าไม่ได้ เพราะแค่จ่ายเงินก็ผ่าได้แล้วไม่จำเป็นต้องส่งตัว
เราไม่อยากผ่าเปิดหน้าท้องจึงลองไปหาข้อมูลเพิ่มอีก พบว่าที่โรงพยาบาลรัฐแห่งนั้นมีโครงการ ods หรือเรียกว่าโครงการผ่าตัดแบบพักฟื้นวันเดียวของสำนักงานประกันสังคม เปิดขึ้นสำหรับผู้มีสิทธิ์ประกันตน แค่ทางโรงพยาบาลต้นทางออกเอกสารให้ก็ไปผ่าได้แล้วเราจึงกลับไปคุยกับโรงพยาบาลต้นทางอีกครั้ง แต่เค้าก็บอกว่าไม่ออกให้อยู่ดี
ทางเดียวคือต้องไปทำเรื่องย้ายสิทธิ์ไปยังโรงพยาบาลแห่งใหม่ แต่เวลาในการย้ายมันผ่านมาแล้ว และหากจะย้ายกลางปีต้องมีเหตุผลสำคัญคือการย้ายที่อยู่หรือที่ทำงานข้ามจังหวัดแล้วยังต้องการเอกสารการย้ายประกอบด้วย
คำถามของเราคือ เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองผ่านสิทธิ์ที่เรามีได้ไหม ทำไมเราถึงไม่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อให้มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายน้อยที่สุดได้
ในสมการนี้เราสามารถทำยังไงได้บ้างคะ บอกตรง ๆ ว่าเราไม่มีเงินขนาดนั้น ไม่มีเงินเหลือเพื่อจะเอามาใช้กับการผ่าตัดที่สามารถทำได้ฟรีในโรงพยาบาลรัฐ
ใครมีคำแนะนำหรือวิธีการไหนที่จะทำให้เราได้ผ่าตัดผ่านกล้องที่โรงพยาบาลรัฐในช่วงเวลากลางปีแบบนี้ได้บ้างมั้ยคะ มันต้องจัดการยังไง
ผู้ประกันตนเลือกอะไรให้ตัวเองได้ไหม
เมื่อเดือนที่แล้วเรามีอาการปวดท้องมาก ๆ จนทนไม่ไหวต้องไปหาหมอ ผลออกมาว่าเราเป็นนิ่วในถุงน้ำดีค่ะ เราปรึกษากับหมอแล้วหมอบอกว่าต้องผ่าออกเท่านั้นคือหนทางรักษาเดียว
ปัญหาอยู่ตรงที่ต้องผ่าเปิดหน้าท้องเท่านั้น แต่เราทราบมาว่าผ่าเปิดหน้าท้องแผลจะใหญ่มากพอ ๆ กับผ่าคลอดเลยทีเดียว เรากลัวมากว่าแผลใหญ่ขนาดนั้นมันจะส่งผลกับสุขภาพของตัวเองในภายหลัง เราจึงถามว่ามีวิธีอื่นไหม หมอบอกว่ามีค่ะคือผ่าตัดผ่านกล้อง แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในระดับหลักหมื่น
เราบอกตรง ๆ ว่าพนักงานต๊อกต๋อยแบบเราไม่มีเงินขนาดนั้น เราจึงลองไปถามที่โรงพยาบาลรัฐอีกแห่งและทราบว่าหากมีประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะได้ผ่าด้วยกล้องฟรี หากมีประกันสังคมก็จะผ่าด้วยกล้องฟรีเช่นกัน ดังนั้นเราจึงกลับไปคุยกับโรงพยาลเดิมว่าช่วยออกใบส่งตัวให้เราไปผ่าที่รพ.รัญด้วยกล้องได้ไหม แต่เขาบอกว่าไม่ได้ เพราะแค่จ่ายเงินก็ผ่าได้แล้วไม่จำเป็นต้องส่งตัว
เราไม่อยากผ่าเปิดหน้าท้องจึงลองไปหาข้อมูลเพิ่มอีก พบว่าที่โรงพยาบาลรัฐแห่งนั้นมีโครงการ ods หรือเรียกว่าโครงการผ่าตัดแบบพักฟื้นวันเดียวของสำนักงานประกันสังคม เปิดขึ้นสำหรับผู้มีสิทธิ์ประกันตน แค่ทางโรงพยาบาลต้นทางออกเอกสารให้ก็ไปผ่าได้แล้วเราจึงกลับไปคุยกับโรงพยาบาลต้นทางอีกครั้ง แต่เค้าก็บอกว่าไม่ออกให้อยู่ดี
ทางเดียวคือต้องไปทำเรื่องย้ายสิทธิ์ไปยังโรงพยาบาลแห่งใหม่ แต่เวลาในการย้ายมันผ่านมาแล้ว และหากจะย้ายกลางปีต้องมีเหตุผลสำคัญคือการย้ายที่อยู่หรือที่ทำงานข้ามจังหวัดแล้วยังต้องการเอกสารการย้ายประกอบด้วย
คำถามของเราคือ เราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองผ่านสิทธิ์ที่เรามีได้ไหม ทำไมเราถึงไม่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อให้มีผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายน้อยที่สุดได้
ในสมการนี้เราสามารถทำยังไงได้บ้างคะ บอกตรง ๆ ว่าเราไม่มีเงินขนาดนั้น ไม่มีเงินเหลือเพื่อจะเอามาใช้กับการผ่าตัดที่สามารถทำได้ฟรีในโรงพยาบาลรัฐ
ใครมีคำแนะนำหรือวิธีการไหนที่จะทำให้เราได้ผ่าตัดผ่านกล้องที่โรงพยาบาลรัฐในช่วงเวลากลางปีแบบนี้ได้บ้างมั้ยคะ มันต้องจัดการยังไง