ช่วงเดือนกรกฎาคมที่เชียงรายฝนตกหนักทั้งเดือนบรรยากาศชื้นเฉาทำกิจกรรมนอกบ้านไม่ค่อยสดวก อย่ากระนั้นเลยออกไปเดินเล่นที่เกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นช่วงปลอดฝนดีกว่า เปลี่ยนที่กินที่นอนสักสองสัปดาห์
ได้ตั๋วไปกลับห้าพันกว่าบาท อยู่บนฟ้าตั้งสี่ชั่วโมงกว่าคุ้มมาก ราคาถูกกว่าบินไปฮ่องกงอีกได้นั่งเครื่องแค่สองชั่วโมงเอง อีกอย่างได้ยินมาว่าค่าเงินอินโดนีเซียตกลงอย่างหนักโอกาสมาแล้วก็คว้าไว้ก่อน
การเดินทางภายในเกาะบาหลี
- มีรถประจำทาง 6 สายระยะสั้นๆ ในเมืองหลัก ทั่วทั้งเกาะซึ่งต้องใช้สแกนจ่าย( Qris) คล้ายเป๋าตังบ้านเราเท่านั้นซึ่งต้องมีบัญชีธนาคารของอินโดนีเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวระยะสั้นคงไม่ทำกัน
ประชาชนส่วนใหญ่ใช้มอเตอร์ไซ สะดวกที่สุดแต่ผมขับมอไซไม่เป็นเลยต้องเรียกใช้บริการแท๊กซี่อย่างเดียว
- Taxi มีสามบริษัทหลักๆ คือ bluebird, Gojek, grab และแท๊กซี่ตามหัวมุมโรงแรมรอเรียก มีเทคนิคง่ายๆ ให้ได้ราคาถูกที่สุดที่ผมนึกสนุกทำครั้งเดียว ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำคือ ให้เปรียบเทียบราคาใน app ของ grab กับ gojek ดูก่อนว่าอันไหนราคาถูกกว่ากัน จากนั้นจึงตอบรับแท๊กซี่ที่มาจีบลูกค้าว่าให้เท่าไร ถ้าเขาเสนอราคามาเราบอกว่าเราเรียกได้เท่านี้เท่านั้นจาก app ให้เราถูกกว่าหน่อยดิเราจะไปด้วย ถ้าเขาไม่ตกลงเราก็เลือกจาก app ได้เลย ลองทำเล่นๆ ที่ batur lake ไป kuta ได้ราคาถูกกว่าหลายพันอยู่เพราะ batur lake อยู่ไกลนอกเขตท่องเที่ยวดีกว่าตีรถเปล่ากลับ
ผู้คน
คนบาหลีสุภาพเป็นมิตรและมีอัธยาศัยดีมาก การเสนอขายสินค้าไม่รุกเร้าชักชวนจนน่ารำคาญ อาจมีบ้างที่ชวนไปชมฟาร์มกาแฟขี้ชะมดผมปฏิเสธไปครั้งเดียวก็จบ การให้บริการเรียบง่ายเป็นกันเอง กระตือรือร้นดี รับผิดชอบดี
อาหาร
สำหรับผมแล้วอาหารพื้นเมืองที่บาหลีไม่มีอะไรโดดเด่น มีรสชาติจืด เช่น เต้าหู้ ผักสด ข้าว ไก่ ข้าวเกรียบ และข้าวผัดคลุกเครื่องเทศ สะเต๊ะมีน้ำราดอร่อย นอกนั้นก็เป็นอาหารผสมผสาน จีนหรือตะวันตก แต่กาแฟหอมกรุ่นมากโดยเฉพาะกาแฟขี้ชะมด เป็นอย่างเดียวที่ผมซื้อกลับ
อาหารทะเลที่ท่าประมง Jimbaran มีราคาถูกมาก ซื้อที่ท่าเรือให้ปิ้งย่างที่ร้านใกล้ๆ ได้เลย
ผลไม้ก็เหมือนกับที่หาได้ในบ้านเราไม่แปลกตา
ราคาอาหารในแหล่งท่องเที่ยวแพงกว่าอาหารที่ขายทั่วไปข้างนอก 3 หรือ 4 เท่า เช่น กาแฟที่ขายทั่วไปถ้วยละ 15,000 แต่ที่แหล่งท่องเที่ยว 50,000 โขอยู่นะ
ผลไม้ไม่ต่างจากบ้านเรา ยกเว้นสละบาหลีที่เนื้อแห้ง หนา หวานกรอบ กิโลละ 15000 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท ผมหิ้วกลับมาฝากพรรคพวก 2 กิโล
อาหารพื้นเมืองราคา Idr 300,000 หรือประมาณ 600 บาท ร้านหรู บรรยากาศสวย ส่วนรูปล่างราคา 15,000 หรือ 30 บาท แผงลอยหน้าตลาด Ubud วัตถุดิบใกล้เคียงกัน คนหยิบอาหารและคนห่ออหารแยกกัน
เรือประมงชายฝั่งที่ Jimbaran น่ารักดี เคยเห็นแบบนี้ที่ Davao
ซื้อปลาสดจากท่าประมงแล้วเอาไปจ้างร้านบนฝั่งปิ้ง ย่าง ได้เลย คิดค่าทำ น้ำจิ้ม นั่งก◌ิโลกรัมละ 25000 หรือประมาณ 50 บาท ราคาถูกมาก ทั้งหมดบนโต๊ะปลาสองตัว กุ้ง ผัดผัก ข้าวเปล่า รวมค่าทำประมาณ 500 บาท ราคาถูกจริงจัง
การใช้จ่าย
แลกเงินสดจากไทยไปเพื่อใช้จ่ายกับร้านค้าเล็กและรถรับจ้าง ร้านค้าร้านอาหารที่ไม่ใช่แผงลอย ร้านสะดวกซื้อที่เป็น chain ล้วนรับบัตรเครดิต ให้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าตู้รับแลกริมทางเยอะ เช่นร้านแลกได้ 450 ตัดบัตรเครดิต 522 ต่อ 1บาท พอๆ กับแลกที่ไทย
ถนนหนทาง
ถนนในตัวเมืองแหล่งท่องเที่ยวเล็กมากแล่นสวนกันซ้ายขวาต่อเรียงกันเบียดแซงกันไม่ได้เลย รถติดยาวเป็นกิโลฯ คนขับรถบอกว่าเป็นแบบนี้จนเคยชินแล้ว จะทำเป็น one way ก็ไม่ได้ ตัดถนนใหม่ก็ไม่ได้ เพราะโบราณสถานมีตลอดสองข้างทาง ซ้ายก็วัด ขวาก็วัด เดินไม่ถึงร้อยเมตรวัดอีกแล้ว กลางทะเลสาบก็มีวัด เกาะริมทะเลก็มีวัด วัด วัด ๆๆๆๆ ไทยว่ามีวัดเยอะแล้ว บาหลีเยอะกว่า
ทางเดินทางเท้าริมถนนแคบมากประมาณหนึ่งเมตร อิฐวางเรียงไม่เป็นระเบียบกระดกกระดอน ให้ระวังสะดุดหกล้ม เห็นสาวจีนร่างจ้ำม้ำหกล้มตอนวิ่งออกกำลังตอนเช้าที่หน้าตลาดสด Ubud ดังอั๊ก ข้ามฝั่ง คาหูคาตา
ควรใส่รองเท้าเดินทะมัดทะแมง ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับ สว. บนรถเข็นหรือไม้เท้า บางช่วงบางตอนรถมอเตอไซต์จอดเรียงกันเป็นตับต้องลงไปเดินริมขอบทางถนน
ผู้คน
คนบาหลีอ่อนน้อม รับแขก สุภาพที่สำคัญผู้หญิงสวยมาก บางคนสวยจนผมไม่กล้าสบตา ผิวเนียนดำขำเหมือนสาวใต้บ้านเรา เครื่องสำอางน้อยมาก แต่งกายมิดชิด ร้านค้าให้บริการดี กระตือรือร้น

สาวหน้าร้านค้าจัดดอกไม้ไหว้ขอพรหน้าร้าน
แหล่งท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่เป็นวัด ทะเล จุดเช็คอินของใครที่ชอบถ่ายรูป ส่วนผมเก็บความทรงจำไว้ที่ฮาร์ดดีสค์สมองเป็นส่วนใหญ่
ชอบนั่งดูผู้คนเล่นเซิร์ฟบอร์ดริมทะเลเท่มากขอบอก รูปร่างทรงกระชับความรู้สึกบอกไม่โป้เลย
ส่วนวัดให้นักท่องเที่ยวดูแต่ภายนอกเท่านั้น อนุญาตให้คนท้องถิ่นแต่งกายเหมาะสมเข้าร่วมพิธกรรมเท่านั้น คงเกรงว่าทำอะไรไม่เหมาะสม รำคาญใจ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย
รู้สึกขัดใจเหมือนกันเพราะที่เคยไปเที่ยวที่อินเดียเดินเข้านอกออกในได้หมดโดยเฉพาะที่ Madurai, ถ้ำ Ajanta, Ellora วิหารหนู, Hampi ทั้งหมดเป็นอะไรที่อลังการมาก บางแห่งชวนเชิญให้เราร่วมพิธีกรรมด้วย
ที่บาหลีการเคารพบูชาภูต ผี โชค เป็นอะไรที่จริงจัง มีเครื่องไหว้บวงสรวงทุกหน้าบ้าน บางแห่งเป็นซุ้ม หรือวางบนริมทาง เวลาเดินต้องระวังจะเหยียบทำร้ายความรู้สึกของคนท้องถิ่นเข้า
กลางคืนนอกจากเกินเที่ยวกินดื่มแล้ว แต่ละวัดใหญ่มักจัดแสดงโชว์หลักๆ มีสองแบบคือรำฟ้อนที่มีลักษณะเอกลักษณ์ และแสดงรอบกองไฟเกี่ยวกับ Ramayana ผมเลือกดูอย่างหลังเพราะตอนกลางวันดูฟ้อนที่พิพิธภัณฑ์ศิลปแล้ว
วัดที่บาหลีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก ผสมผสานได้อย่างลงตัวในความเชื่อผีดั่งเดิม ฮินดู และพุทธ เทวสถานเยอะมากทั้งที่เป็นส่วนตัวและของวัด เช้าๆ เห็นแม่บ้านแต่งกายสวยงามจัดเครื่องบูชา ดูขลัง
โชว์กลางแจ้งภายในวัดบางตอนของ Ramayana ปิดจบด้วยการลุยไฟ
ผู้คนแต่งกายสวยงาม สะอาดร่วมพิธีกรรมที่จัดขึ้นเฉพาะเท่านั้น
พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมได้
ซุ้มบวงสรวงบูชาหน้าบ้านและหน้าวัดมีให้เห็นทั่วไป

ประตูแยกสวรรค์ออกจากโลกภายนอก สัญลักษณ์บาหลี (Tanah lot temple วิหารกลางทะเล)
ที่ Tanah lot temple วิหารติดทะเล นิยม์แวะดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ แนะนำถ้าอยากได้วิวสวยๆ นั่งสบายๆ ให้เดินเลี้ยวซ้ายขึ้นไปจนสุดทางเดินประม◌าณ 200 เมตร ระหว่างทางเป็นร้านอาหารจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยงามมาก มะพร้าวลูกละ 15000 ได้เห็นความอลังการธรรมชาติ ที่ Kuta beach มะพร้าวราคา 50000 ดูสาวเซิร์ฟบอร์ดโต้คลื่นกับเครื่องบิน Landing เพลินไปอีกแบบ
ที่ทะเลสาบ Batur lake วิวสวย อัากาศเย็นตลอดปี มีวัดกลางน้ำ ปลานิลที่นี่อร่อยมาก กินกี่ร้านก็อร่อย แต่ไม่แนะนำให้มาเพราะแมลงวันเยอะมาก ขนาดเข้าห้องพัก ร้านอาหารทำประตูสองชั้นก็แล้วก็ยังเล็ดรอดเข้ามาได้ กินอาหารไปปัดไป
ยามเช้าหน้าห้องพัก ราคา 600 กว่าบาทพร้อมอาหารเช้าง่ายๆ วิวหลักล้าน
ริมถนนมีพู่แห่งการฉลองโชคดีอยู่ทั่วไป
ขอปิดข้อสังเกตเที่ยวบาหลีเรื่องสนามบิน
ตอนขาเข้าผ่านด่วนตรวจคนเข้าเมืองง่ายมาก ผมลงทะเบียนออนไลน์แค่สแกนหนังสือเดินทางก็ผ่านได้เลยเหมือนเดินทางเข้าประเทศไทย อย่างไรอย่างนั้น แถมไม่เสียค่าเหยียบแผ่นดินด้วย เดินออกมาหารถเข้าเมืองง่ายๆ ตรงไปตรงมา
แต่ขาออกนี่ซิ ผมเกือบตกเครื่องเพราะหลังเดินผ่าน เช็คอินและด่านตรวจแล้ว ข้างหน้าผมเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปหมดสองข้างทางเหมือนสวนอาหารไม่มีผิด กว้างขนาดที่ว่ามองหาป้ายทางไป Gate ไม่เจอ และสับสนมาก ที่สุดต้องถามทางแม่ค้าหน้าร้าน ไม่พอต้องไปถาม information ว่า gate เครื่องของผมอยู่ไหนแน่หลังจากเดินผิดไปซ้ายจนสุดทางก็ไม่เจอ ที่สุดเขาชี้ไปขวา เดินผ่านร้านค้าอีก ต้องเดินกึ่งวิ่ง ไปต่อคิวท้ายสุดขึ้นเครื่องพอดี
ที่สุดคิดได้ว่าเขาไม่ต้องการให้เราเหลือเงินกลับบ้านทิ้งไว้ทุกบาททุกสตางค์ที่บาหลีนี่แหละ ก็เรามาเที่ยวเพื่อใช้จ่ายเงิน หาของกินเดินเที่ยวนี่นา เอวัง.
ร้าน Bakery ที่ Ubud อร่อยราคาถูกกว่าของไทยกว่าครึ่ง
ทรงของคนนั่งเครื่องบินสี่ชั่วโมงกว่าไปเดินเล่นที่เกาะบาหลี
สุดท้ายใครรู้จักเครื่องรางชวา Java สลักภาษาอาหรับที่เปลือกหอยภูเขาไฟลาวาเหล่านี้บ้าง ผมได้มาจากตลาดของเก่าที่ Jakarta หลายปีก่อน คนขายบอกว่าเป็นของพ่อที่เป็นหมอผีประจำหมู่บ้าน เรียกว่า Dukun shell
ข้อสังเกตตอนไปเดินเล่นที่บาหลี (Bali)
ได้ตั๋วไปกลับห้าพันกว่าบาท อยู่บนฟ้าตั้งสี่ชั่วโมงกว่าคุ้มมาก ราคาถูกกว่าบินไปฮ่องกงอีกได้นั่งเครื่องแค่สองชั่วโมงเอง อีกอย่างได้ยินมาว่าค่าเงินอินโดนีเซียตกลงอย่างหนักโอกาสมาแล้วก็คว้าไว้ก่อน
การเดินทางภายในเกาะบาหลี
- มีรถประจำทาง 6 สายระยะสั้นๆ ในเมืองหลัก ทั่วทั้งเกาะซึ่งต้องใช้สแกนจ่าย( Qris) คล้ายเป๋าตังบ้านเราเท่านั้นซึ่งต้องมีบัญชีธนาคารของอินโดนีเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวระยะสั้นคงไม่ทำกัน
ประชาชนส่วนใหญ่ใช้มอเตอร์ไซ สะดวกที่สุดแต่ผมขับมอไซไม่เป็นเลยต้องเรียกใช้บริการแท๊กซี่อย่างเดียว
- Taxi มีสามบริษัทหลักๆ คือ bluebird, Gojek, grab และแท๊กซี่ตามหัวมุมโรงแรมรอเรียก มีเทคนิคง่ายๆ ให้ได้ราคาถูกที่สุดที่ผมนึกสนุกทำครั้งเดียว ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำคือ ให้เปรียบเทียบราคาใน app ของ grab กับ gojek ดูก่อนว่าอันไหนราคาถูกกว่ากัน จากนั้นจึงตอบรับแท๊กซี่ที่มาจีบลูกค้าว่าให้เท่าไร ถ้าเขาเสนอราคามาเราบอกว่าเราเรียกได้เท่านี้เท่านั้นจาก app ให้เราถูกกว่าหน่อยดิเราจะไปด้วย ถ้าเขาไม่ตกลงเราก็เลือกจาก app ได้เลย ลองทำเล่นๆ ที่ batur lake ไป kuta ได้ราคาถูกกว่าหลายพันอยู่เพราะ batur lake อยู่ไกลนอกเขตท่องเที่ยวดีกว่าตีรถเปล่ากลับ
ผู้คน
คนบาหลีสุภาพเป็นมิตรและมีอัธยาศัยดีมาก การเสนอขายสินค้าไม่รุกเร้าชักชวนจนน่ารำคาญ อาจมีบ้างที่ชวนไปชมฟาร์มกาแฟขี้ชะมดผมปฏิเสธไปครั้งเดียวก็จบ การให้บริการเรียบง่ายเป็นกันเอง กระตือรือร้นดี รับผิดชอบดี
อาหาร
สำหรับผมแล้วอาหารพื้นเมืองที่บาหลีไม่มีอะไรโดดเด่น มีรสชาติจืด เช่น เต้าหู้ ผักสด ข้าว ไก่ ข้าวเกรียบ และข้าวผัดคลุกเครื่องเทศ สะเต๊ะมีน้ำราดอร่อย นอกนั้นก็เป็นอาหารผสมผสาน จีนหรือตะวันตก แต่กาแฟหอมกรุ่นมากโดยเฉพาะกาแฟขี้ชะมด เป็นอย่างเดียวที่ผมซื้อกลับ
อาหารทะเลที่ท่าประมง Jimbaran มีราคาถูกมาก ซื้อที่ท่าเรือให้ปิ้งย่างที่ร้านใกล้ๆ ได้เลย
ผลไม้ก็เหมือนกับที่หาได้ในบ้านเราไม่แปลกตา
ราคาอาหารในแหล่งท่องเที่ยวแพงกว่าอาหารที่ขายทั่วไปข้างนอก 3 หรือ 4 เท่า เช่น กาแฟที่ขายทั่วไปถ้วยละ 15,000 แต่ที่แหล่งท่องเที่ยว 50,000 โขอยู่นะ
ผลไม้ไม่ต่างจากบ้านเรา ยกเว้นสละบาหลีที่เนื้อแห้ง หนา หวานกรอบ กิโลละ 15000 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท ผมหิ้วกลับมาฝากพรรคพวก 2 กิโล
อาหารพื้นเมืองราคา Idr 300,000 หรือประมาณ 600 บาท ร้านหรู บรรยากาศสวย ส่วนรูปล่างราคา 15,000 หรือ 30 บาท แผงลอยหน้าตลาด Ubud วัตถุดิบใกล้เคียงกัน คนหยิบอาหารและคนห่ออหารแยกกัน
เรือประมงชายฝั่งที่ Jimbaran น่ารักดี เคยเห็นแบบนี้ที่ Davao
ซื้อปลาสดจากท่าประมงแล้วเอาไปจ้างร้านบนฝั่งปิ้ง ย่าง ได้เลย คิดค่าทำ น้ำจิ้ม นั่งก◌ิโลกรัมละ 25000 หรือประมาณ 50 บาท ราคาถูกมาก ทั้งหมดบนโต๊ะปลาสองตัว กุ้ง ผัดผัก ข้าวเปล่า รวมค่าทำประมาณ 500 บาท ราคาถูกจริงจัง
การใช้จ่าย
แลกเงินสดจากไทยไปเพื่อใช้จ่ายกับร้านค้าเล็กและรถรับจ้าง ร้านค้าร้านอาหารที่ไม่ใช่แผงลอย ร้านสะดวกซื้อที่เป็น chain ล้วนรับบัตรเครดิต ให้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าตู้รับแลกริมทางเยอะ เช่นร้านแลกได้ 450 ตัดบัตรเครดิต 522 ต่อ 1บาท พอๆ กับแลกที่ไทย
ถนนหนทาง
ถนนในตัวเมืองแหล่งท่องเที่ยวเล็กมากแล่นสวนกันซ้ายขวาต่อเรียงกันเบียดแซงกันไม่ได้เลย รถติดยาวเป็นกิโลฯ คนขับรถบอกว่าเป็นแบบนี้จนเคยชินแล้ว จะทำเป็น one way ก็ไม่ได้ ตัดถนนใหม่ก็ไม่ได้ เพราะโบราณสถานมีตลอดสองข้างทาง ซ้ายก็วัด ขวาก็วัด เดินไม่ถึงร้อยเมตรวัดอีกแล้ว กลางทะเลสาบก็มีวัด เกาะริมทะเลก็มีวัด วัด วัด ๆๆๆๆ ไทยว่ามีวัดเยอะแล้ว บาหลีเยอะกว่า
ทางเดินทางเท้าริมถนนแคบมากประมาณหนึ่งเมตร อิฐวางเรียงไม่เป็นระเบียบกระดกกระดอน ให้ระวังสะดุดหกล้ม เห็นสาวจีนร่างจ้ำม้ำหกล้มตอนวิ่งออกกำลังตอนเช้าที่หน้าตลาดสด Ubud ดังอั๊ก ข้ามฝั่ง คาหูคาตา
ควรใส่รองเท้าเดินทะมัดทะแมง ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับ สว. บนรถเข็นหรือไม้เท้า บางช่วงบางตอนรถมอเตอไซต์จอดเรียงกันเป็นตับต้องลงไปเดินริมขอบทางถนน
ผู้คน
คนบาหลีอ่อนน้อม รับแขก สุภาพที่สำคัญผู้หญิงสวยมาก บางคนสวยจนผมไม่กล้าสบตา ผิวเนียนดำขำเหมือนสาวใต้บ้านเรา เครื่องสำอางน้อยมาก แต่งกายมิดชิด ร้านค้าให้บริการดี กระตือรือร้น
สาวหน้าร้านค้าจัดดอกไม้ไหว้ขอพรหน้าร้าน
แหล่งท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่เป็นวัด ทะเล จุดเช็คอินของใครที่ชอบถ่ายรูป ส่วนผมเก็บความทรงจำไว้ที่ฮาร์ดดีสค์สมองเป็นส่วนใหญ่
ชอบนั่งดูผู้คนเล่นเซิร์ฟบอร์ดริมทะเลเท่มากขอบอก รูปร่างทรงกระชับความรู้สึกบอกไม่โป้เลย
ส่วนวัดให้นักท่องเที่ยวดูแต่ภายนอกเท่านั้น อนุญาตให้คนท้องถิ่นแต่งกายเหมาะสมเข้าร่วมพิธกรรมเท่านั้น คงเกรงว่าทำอะไรไม่เหมาะสม รำคาญใจ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย
รู้สึกขัดใจเหมือนกันเพราะที่เคยไปเที่ยวที่อินเดียเดินเข้านอกออกในได้หมดโดยเฉพาะที่ Madurai, ถ้ำ Ajanta, Ellora วิหารหนู, Hampi ทั้งหมดเป็นอะไรที่อลังการมาก บางแห่งชวนเชิญให้เราร่วมพิธีกรรมด้วย
ที่บาหลีการเคารพบูชาภูต ผี โชค เป็นอะไรที่จริงจัง มีเครื่องไหว้บวงสรวงทุกหน้าบ้าน บางแห่งเป็นซุ้ม หรือวางบนริมทาง เวลาเดินต้องระวังจะเหยียบทำร้ายความรู้สึกของคนท้องถิ่นเข้า
กลางคืนนอกจากเกินเที่ยวกินดื่มแล้ว แต่ละวัดใหญ่มักจัดแสดงโชว์หลักๆ มีสองแบบคือรำฟ้อนที่มีลักษณะเอกลักษณ์ และแสดงรอบกองไฟเกี่ยวกับ Ramayana ผมเลือกดูอย่างหลังเพราะตอนกลางวันดูฟ้อนที่พิพิธภัณฑ์ศิลปแล้ว
วัดที่บาหลีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก ผสมผสานได้อย่างลงตัวในความเชื่อผีดั่งเดิม ฮินดู และพุทธ เทวสถานเยอะมากทั้งที่เป็นส่วนตัวและของวัด เช้าๆ เห็นแม่บ้านแต่งกายสวยงามจัดเครื่องบูชา ดูขลัง
โชว์กลางแจ้งภายในวัดบางตอนของ Ramayana ปิดจบด้วยการลุยไฟ
ผู้คนแต่งกายสวยงาม สะอาดร่วมพิธีกรรมที่จัดขึ้นเฉพาะเท่านั้น
พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมได้
ซุ้มบวงสรวงบูชาหน้าบ้านและหน้าวัดมีให้เห็นทั่วไป
ประตูแยกสวรรค์ออกจากโลกภายนอก สัญลักษณ์บาหลี (Tanah lot temple วิหารกลางทะเล)
ที่ Tanah lot temple วิหารติดทะเล นิยม์แวะดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ แนะนำถ้าอยากได้วิวสวยๆ นั่งสบายๆ ให้เดินเลี้ยวซ้ายขึ้นไปจนสุดทางเดินประม◌าณ 200 เมตร ระหว่างทางเป็นร้านอาหารจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยงามมาก มะพร้าวลูกละ 15000 ได้เห็นความอลังการธรรมชาติ ที่ Kuta beach มะพร้าวราคา 50000 ดูสาวเซิร์ฟบอร์ดโต้คลื่นกับเครื่องบิน Landing เพลินไปอีกแบบ
ที่ทะเลสาบ Batur lake วิวสวย อัากาศเย็นตลอดปี มีวัดกลางน้ำ ปลานิลที่นี่อร่อยมาก กินกี่ร้านก็อร่อย แต่ไม่แนะนำให้มาเพราะแมลงวันเยอะมาก ขนาดเข้าห้องพัก ร้านอาหารทำประตูสองชั้นก็แล้วก็ยังเล็ดรอดเข้ามาได้ กินอาหารไปปัดไป
ยามเช้าหน้าห้องพัก ราคา 600 กว่าบาทพร้อมอาหารเช้าง่ายๆ วิวหลักล้าน
ริมถนนมีพู่แห่งการฉลองโชคดีอยู่ทั่วไป
ขอปิดข้อสังเกตเที่ยวบาหลีเรื่องสนามบิน
ตอนขาเข้าผ่านด่วนตรวจคนเข้าเมืองง่ายมาก ผมลงทะเบียนออนไลน์แค่สแกนหนังสือเดินทางก็ผ่านได้เลยเหมือนเดินทางเข้าประเทศไทย อย่างไรอย่างนั้น แถมไม่เสียค่าเหยียบแผ่นดินด้วย เดินออกมาหารถเข้าเมืองง่ายๆ ตรงไปตรงมา
แต่ขาออกนี่ซิ ผมเกือบตกเครื่องเพราะหลังเดินผ่าน เช็คอินและด่านตรวจแล้ว ข้างหน้าผมเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปหมดสองข้างทางเหมือนสวนอาหารไม่มีผิด กว้างขนาดที่ว่ามองหาป้ายทางไป Gate ไม่เจอ และสับสนมาก ที่สุดต้องถามทางแม่ค้าหน้าร้าน ไม่พอต้องไปถาม information ว่า gate เครื่องของผมอยู่ไหนแน่หลังจากเดินผิดไปซ้ายจนสุดทางก็ไม่เจอ ที่สุดเขาชี้ไปขวา เดินผ่านร้านค้าอีก ต้องเดินกึ่งวิ่ง ไปต่อคิวท้ายสุดขึ้นเครื่องพอดี
ที่สุดคิดได้ว่าเขาไม่ต้องการให้เราเหลือเงินกลับบ้านทิ้งไว้ทุกบาททุกสตางค์ที่บาหลีนี่แหละ ก็เรามาเที่ยวเพื่อใช้จ่ายเงิน หาของกินเดินเที่ยวนี่นา เอวัง.
ร้าน Bakery ที่ Ubud อร่อยราคาถูกกว่าของไทยกว่าครึ่ง
ทรงของคนนั่งเครื่องบินสี่ชั่วโมงกว่าไปเดินเล่นที่เกาะบาหลี
สุดท้ายใครรู้จักเครื่องรางชวา Java สลักภาษาอาหรับที่เปลือกหอยภูเขาไฟลาวาเหล่านี้บ้าง ผมได้มาจากตลาดของเก่าที่ Jakarta หลายปีก่อน คนขายบอกว่าเป็นของพ่อที่เป็นหมอผีประจำหมู่บ้าน เรียกว่า Dukun shell