ข้อสังเกตตอนไปเดินเล่นที่บาหลี (Bali)

ช่วงเดือนกรกฎาคมที่เชียงรายฝนตกหนักทั้งเดือนบรรยากาศชื้นเฉาทำกิจกรรมนอกบ้านไม่ค่อยสดวก อย่ากระนั้นเลยออกไปเดินเล่นที่เกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นช่วงปลอดฝนดีกว่า เปลี่ยนที่กินที่นอนสักสองสัปดาห์

ได้ตั๋วไปกลับห้าพันกว่าบาท อยู่บนฟ้าตั้งสี่ชั่วโมงกว่าคุ้มมาก ราคาถูกกว่าบินไปฮ่องกงอีกได้นั่งเครื่องแค่สองชั่วโมงเอง อีกอย่างได้ยินมาว่าค่าเงินอินโดนีเซียตกลงอย่างหนักโอกาสมาแล้วก็คว้าไว้ก่อน

การเดินทางภายในเกาะบาหลี

-  มีรถประจำทาง 6 สายระยะสั้นๆ ในเมืองหลัก ทั่วทั้งเกาะซึ่งต้องใช้สแกนจ่าย( Qris) คล้ายเป๋าตังบ้านเราเท่านั้นซึ่งต้องมีบัญชีธนาคารของอินโดนีเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวระยะสั้นคงไม่ทำกัน
ประชาชนส่วนใหญ่ใช้มอเตอร์ไซ สะดวกที่สุดแต่ผมขับมอไซไม่เป็นเลยต้องเรียกใช้บริการแท๊กซี่อย่างเดียว


- Taxi มีสามบริษัทหลักๆ คือ bluebird, Gojek, grab และแท๊กซี่ตามหัวมุมโรงแรมรอเรียก มีเทคนิคง่ายๆ ให้ได้ราคาถูกที่สุดที่ผมนึกสนุกทำครั้งเดียว ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำคือ ให้เปรียบเทียบราคาใน app ของ grab กับ gojek ดูก่อนว่าอันไหนราคาถูกกว่ากัน จากนั้นจึงตอบรับแท๊กซี่ที่มาจีบลูกค้าว่าให้เท่าไร ถ้าเขาเสนอราคามาเราบอกว่าเราเรียกได้เท่านี้เท่านั้นจาก app ให้เราถูกกว่าหน่อยดิเราจะไปด้วย ถ้าเขาไม่ตกลงเราก็เลือกจาก app ได้เลย ลองทำเล่นๆ ที่ batur lake  ไป kuta  ได้ราคาถูกกว่าหลายพันอยู่เพราะ batur lake อยู่ไกลนอกเขตท่องเที่ยวดีกว่าตีรถเปล่ากลับ



ผู้คน

คนบาหลีสุภาพเป็นมิตรและมีอัธยาศัยดีมาก การเสนอขายสินค้าไม่รุกเร้าชักชวนจนน่ารำคาญ อาจมีบ้างที่ชวนไปชมฟาร์มกาแฟขี้ชะมดผมปฏิเสธไปครั้งเดียวก็จบ การให้บริการเรียบง่ายเป็นกันเอง กระตือรือร้นดี รับผิดชอบดี


อาหาร

สำหรับผมแล้วอาหารพื้นเมืองที่บาหลีไม่มีอะไรโดดเด่น มีรสชาติจืด เช่น เต้าหู้ ผักสด ข้าว ไก่ ข้าวเกรียบ และข้าวผัดคลุกเครื่องเทศ สะเต๊ะมีน้ำราดอร่อย นอกนั้นก็เป็นอาหารผสมผสาน จีนหรือตะวันตก แต่กาแฟหอมกรุ่นมากโดยเฉพาะกาแฟขี้ชะมด เป็นอย่างเดียวที่ผมซื้อกลับ

อาหารทะเลที่ท่าประมง Jimbaran มีราคาถูกมาก ซื้อที่ท่าเรือให้ปิ้งย่างที่ร้านใกล้ๆ ได้เลย

ผลไม้ก็เหมือนกับที่หาได้ในบ้านเราไม่แปลกตา

ราคาอาหารในแหล่งท่องเที่ยวแพงกว่าอาหารที่ขายทั่วไปข้างนอก 3 หรือ 4 เท่า เช่น กาแฟที่ขายทั่วไปถ้วยละ 15,000 แต่ที่แหล่งท่องเที่ยว 50,000 โขอยู่นะ

ผลไม้ไม่ต่างจากบ้านเรา ยกเว้นสละบาหลีที่เนื้อแห้ง หนา หวานกรอบ กิโลละ 15000 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท ผมหิ้วกลับมาฝากพรรคพวก 2 กิโล



อาหารพื้นเมืองราคา Idr 300,000 หรือประมาณ 600 บาท ร้านหรู บรรยากาศสวย ​ส่วนรูปล่างราคา 15,000 หรือ 30 บาท แผงลอยหน้าตลาด Ubud วัตถุดิบใกล้เคียงกัน คนหยิบอาหารและคนห่ออหารแยกกัน






เรือประมงชายฝั่งที่ Jimbaran น่ารักดี เคยเห็นแบบนี้ที่ Davao





ซื้อปลาสดจากท่าประมงแล้วเอาไปจ้างร้านบนฝั่งปิ้ง ย่าง ได้เลย คิดค่าทำ น้ำจิ้ม นั่งก◌ิโลกรัมละ 25000 หรือประมาณ 50 บาท ราคาถูกมาก ทั้งหมดบนโต๊ะปลาสองตัว กุ้ง ผัดผัก ข้าวเปล่า รวมค่าทำประมาณ 500 บาท ราคาถูกจริงจัง

การใช้จ่าย

แลกเงินสดจากไทยไปเพื่อใช้จ่ายกับร้านค้าเล็กและรถรับจ้าง ร้านค้าร้านอาหารที่ไม่ใช่แผงลอย ร้านสะดวกซื้อที่เป็น chain ล้วนรับบัตรเครดิต ให้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าตู้รับแลกริมทางเยอะ เช่นร้านแลกได้ 450 ตัดบัตรเครดิต 522 ต่อ 1บาท พอๆ กับแลกที่ไทย

ถนนหนทาง

ถนนในตัวเมืองแหล่งท่องเที่ยวเล็กมากแล่นสวนกันซ้ายขวาต่อเรียงกันเบียดแซงกันไม่ได้เลย รถติดยาวเป็นกิโลฯ คนขับรถบอกว่าเป็นแบบนี้จนเคยชินแล้ว จะทำเป็น one way ก็ไม่ได้ ตัดถนนใหม่ก็ไม่ได้ เพราะโบราณสถานมีตลอดสองข้างทาง ซ้ายก็วัด ขวาก็วัด เดินไม่ถึงร้อยเมตรวัดอีกแล้ว กลางทะเลสาบก็มีวัด เกาะริมทะเลก็มีวัด วัด วัด ๆๆๆๆ ไทยว่ามีวัดเยอะแล้ว บาหลีเยอะกว่า

ทางเดินทางเท้าริมถนนแคบมากประมาณหนึ่งเมตร อิฐวางเรียงไม่เป็นระเบียบกระดกกระดอน ให้ระวังสะดุดหกล้ม เห็นสาวจีนร่างจ้ำม้ำหกล้มตอนวิ่งออกกำลังตอนเช้าที่หน้าตลาดสด Ubud ดังอั๊ก ข้ามฝั่ง คาหูคาตา

ควรใส่รองเท้าเดินทะมัดทะแมง ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับ สว. บนรถเข็นหรือไม้เท้า บางช่วงบางตอนรถมอเตอไซต์จอดเรียงกันเป็นตับต้องลงไปเดินริมขอบทางถนน




ผู้คน

คนบาหลีอ่อนน้อม รับแขก สุภาพที่สำคัญผู้หญิงสวยมาก บางคนสวยจนผมไม่กล้าสบตา ผิวเนียนดำขำเหมือนสาวใต้บ้านเรา เครื่องสำอางน้อยมาก แต่งกายมิดชิด ร้านค้าให้บริการดี กระตือรือร้น


สาวหน้าร้านค้าจัดดอกไม้ไหว้ขอพรหน้าร้าน


แหล่งท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่เป็นวัด ทะเล จุดเช็คอินของใครที่ชอบถ่ายรูป ส่วนผมเก็บความทรงจำไว้ที่ฮาร์ดดีสค์สมองเป็นส่วนใหญ่

ชอบนั่งดูผู้คนเล่นเซิร์ฟบอร์ดริมทะเลเท่มากขอบอก รูปร่างทรงกระชับความรู้สึกบอกไม่โป้เลย

ส่วนวัดให้นักท่องเที่ยวดูแต่ภายนอกเท่านั้น อนุญาตให้คนท้องถิ่นแต่งกายเหมาะสมเข้าร่วมพิธกรรมเท่านั้น คงเกรงว่าทำอะไรไม่เหมาะสม รำคาญใจ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย

รู้สึกขัดใจเหมือนกันเพราะที่เคยไปเที่ยวที่อินเดียเดินเข้านอกออกในได้หมดโดยเฉพาะที่ Madurai, ถ้ำ Ajanta, Ellora วิหารหนู, Hampi ทั้งหมดเป็นอะไรที่อลังการมาก บางแห่งชวนเชิญให้เราร่วมพิธีกรรมด้วย

ที่บาหลีการเคารพบูชาภูต ผี โชค เป็นอะไรที่จริงจัง มีเครื่องไหว้บวงสรวงทุกหน้าบ้าน บางแห่งเป็นซุ้ม หรือวางบนริมทาง เวลาเดินต้องระวังจะเหยียบทำร้ายความรู้สึกของคนท้องถิ่นเข้า

กลางคืนนอกจากเกินเที่ยวกินดื่มแล้ว แต่ละวัดใหญ่มักจัดแสดงโชว์หลักๆ มีสองแบบคือรำฟ้อนที่มีลักษณะเอกลักษณ์ และแสดงรอบกองไฟเกี่ยวกับ Ramayana ผมเลือกดูอย่างหลังเพราะตอนกลางวันดูฟ้อนที่พิพิธภัณฑ์ศิลปแล้ว




วัดที่บาหลีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาก ผสมผสานได้อย่างลงตัวในความเชื่อผีดั่งเดิม ฮินดู และพุทธ เทวสถานเยอะมากทั้งที่เป็นส่วนตัวและของวัด เช้าๆ เห็นแม่บ้านแต่งกายสวยงามจัดเครื่องบูชา ดูขลัง




โชว์กลางแจ้งภายในวัดบางตอนของ Ramayana ปิดจบด้วยการลุยไฟ


ผู้คนแต่งกายสวยงาม สะอาดร่วมพิธีกรรมที่จัดขึ้นเฉพาะเท่านั้น




พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมได้








ซุ้มบวงสรวงบูชาหน้าบ้านและหน้าวัดมีให้เห็นทั่วไป






ประตูแยกสวรรค์ออกจากโลกภายนอก สัญลักษณ์บาหลี (Tanah lot temple วิหารกลางทะเล)
ที่ Tanah lot temple  วิหารติดทะเล ​นิยม์แวะดูพระอาทิตย์ตกที่นี่ แนะนำถ้าอยากได้วิวสวยๆ นั่งสบายๆ ให้เดินเลี้ยวซ้ายขึ้นไปจนสุดทางเดินประม◌าณ 200 เมตร ระหว่างทางเป็นร้านอาหารจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยงามมาก มะพร้าวลูกละ 15000 ได้เห็นความอลังการธรรมชาติ ที่ Kuta beach มะพร้าวราคา 50000  ดูสาวเซิร์ฟบอร์ด​โต้คลื่นกับเครื่องบิน Landing เพลินไปอีกแบบ




ที่ทะเลสาบ Batur lake วิวสวย อัากาศเย็นตลอดปี มีวัดกลางน้ำ ปลานิลที่นี่อร่อยมาก กินกี่ร้านก็อร่อย แต่ไม่แนะนำให้มาเพราะแมลงวันเยอะมาก ขนาดเข้าห้องพัก ร้านอาหารทำประตูสองชั้นก็แล้วก็ยังเล็ดรอดเข้ามาได้ กินอาหารไปปัดไป



ยามเช้าหน้าห้องพัก ราคา 600 กว่าบาทพร้อมอาหารเช้าง่ายๆ วิวหลักล้าน


ริมถนนมีพู่แห่งการฉลองโชคดีอยู่ทั่วไป​

ขอปิดข้อสังเกตเที่ยวบาหลีเรื่องสนามบิน
ตอนขาเข้าผ่านด่วนตรวจคนเข้าเมืองง่ายมาก ผมลงทะเบียนออนไลน์แค่สแกนหนังสือเดินทางก็ผ่านได้เลยเหมือนเดินทางเข้าประเทศไทย อย่างไรอย่างนั้น แถมไม่เสียค่าเหยียบแผ่นดินด้วย เดินออกมาหารถเข้าเมืองง่ายๆ ตรงไปตรงมา

แต่ขาออกนี่ซิ ผมเกือบตกเครื่องเพราะหลังเดินผ่าน เช็คอินและด่านตรวจแล้ว ข้างหน้าผมเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปหมดสองข้างทางเหมือนสวนอาหารไม่มีผิด กว้างขนาดที่ว่ามองหาป้ายทางไป Gate ไม่เจอ และสับสนมาก ที่สุดต้องถามทางแม่ค้าหน้าร้าน ไม่พอต้องไปถาม information ว่า gate เครื่องของผมอยู่ไหนแน่หลังจากเดินผิดไปซ้ายจนสุดทางก็ไม่เจอ ที่สุดเขาชี้ไปขวา เดินผ่านร้านค้าอีก ต้องเดินกึ่งวิ่ง ไปต่อคิวท้ายสุดขึ้นเครื่องพอดี

ที่สุดคิดได้ว่าเขาไม่ต้องการให้เราเหลือเงินกลับบ้านทิ้งไว้ทุกบาททุกสตางค์ที่บาหลีนี่แหละ ก็เรามาเที่ยวเพื่อใช้จ่ายเงิน หาของกินเดินเที่ยวนี่นา เอวัง.



ร้าน Bakery ที่ Ubud อร่อยราคาถูกกว่าของไทยกว่าครึ่ง



ทรงของคนนั่งเครื่องบินสี่ชั่วโมงกว่าไปเดินเล่นที่เกาะบาหลี




สุดท้ายใครรู้จักเครื่องรางชวา Java สลักภาษาอาหรับที่เปลือกหอยภูเขาไฟลาวาเหล่านี้บ้าง ผมได้มาจากตลาดของเก่าที่ Jakarta หลายปีก่อน คนขายบอกว่าเป็นของพ่อที่เป็นหมอผีประจำหมู่บ้าน เรียกว่า Dukun shell
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่