"เกลือชมพู" ที่ อย. เตือน คือ เกลือไนไตรต์ ครับ .. ไม่ใช่เกลือหิมาลัย

เกิดอาการงง ไปตามๆ กัน ในกลุ่มคนที่นิยมนำเอา "เกลือหิมาลัย" ที่มีสีออกชมพูมาใช้ประกอบอาหาร เมื่อมีประกาศเตือนจาก อย. เรื่อง "เกลือสีชมพู" ออกมา ว่าอาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ !?
จริงๆ แล้ว มันคนละตัวกันน่ะครับ สารที่ อย. เตือน คือเรื่องของ "เกลือไนไตรท์" หรือ ผงแพรก ที่เอาไว้ใช้หมักเนื้อสัตว์ และมีความเสี่ยงเป็นอันตราย มีความเป็นพิษสูง เมื่อบริโภคเป็นปริมาณมาก จึงกำหนดให้ต้องใส่สีชมพู เพื่อให้แยกแยะจากเกลือแกงปรกติได้ ..
.
. คนละตัวกับ "เกลือหิมาลัย" (Himalayan salt) ซึ่งเป็นเกลือ ที่ทำจากหินเกลือ ส่วนใหญ่มาจากเหมืองเกลือกในจากแคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถาน (อยู่ใกล้กับเทือกเขาหิมาลัย เลยกลายเป็นที่มาของชื่อ) มักจะมีสีออกชมพู เนื่องจากแร่ธาตุรองๆ (trace mineral) หลายชนิดผสมอยู่ด้วย ทำให้หลายคนนิยมนำไปแต่งรสอาหารแทนเกลือแกงทั่วไป ตลอดจนเอาไปทำเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่ง และทำสปา พร้อมกับมักจะอ้างกันว่า เกลือหิมาลัยนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (ซึ่งก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจริงนะ)
อย่างไรก็ตาม ต่อไปก็ควรจะต้องระวังในการหาซื้อ "เกลือชมพู" มาบริโภคกัน ว่ามันต้องเป็น "เกลือหิมาลัย" ไม่ใช่ "เกลือไนไตรท์ ใส่สีชมพู" นะครับ
ดูข่าวของ อย. ประกอบด้านล่างนี้ครับ
----------
(ข่าว) อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด
10 สิงหาคม 2569
อย. เดินหน้าประกาศใช้มาตรการให้เกลือผสมไนไทรต์มีสีชมพูและแสดงคำเตือนบนฉลากทันที เพื่อแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปและลดความเสี่ยงจากการหยิบใช้ผิดประเภทหรือใช้เกินปริมาณที่แนะนำ หลังหารือร่วมกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือและสามารถดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวได้ พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อยกระดับมาตรการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับตามกฎหมายต่อไป
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการติดตามปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ไม่ถูกต้องในร้านค้าหรือสถานที่ปรุงอาหารบางแห่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินมาตรการควบคู่กันทั้งต้นทางและปลายทาง โดยมีการประชุมร่วมกับ 5 สมาคมร้านอาหาร-ภัตตาคาร และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสมเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้จัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปรุงอาหาร และปรับปรุงกฎหมายกำหนดให้เกลือผสมไนไทรต์ที่จำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคมีสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนที่ชัดเจน
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที อย. จึงออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารโดยสมัครใจ เติมสีผสมอาหาร คาร์มีน (Carmine; INS 120) ในปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือร้อยละ 0.0025 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีชมพู สามารถสังเกตและแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปได้อย่างชัดเจน
พร้อมเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลากว่า “ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้” หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน โดยใช้ตัวอักษรเส้นทึบสีแดง ความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนก่อนนำไปใช้
เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหตุผลที่เลือก “สีชมพู” เนื่องจากผลิตภัณฑ์เกลือผสมไนไทรต์มีลักษณะเป็นผงหรือผลึกสีขาวใกล้เคียงกับเกลือบริโภคทั่วไป การเติมสีชมพูนอกจากช่วยให้แตกต่างจากเกลือบริโภคทั่วไปแล้ว ยังสอดคล้องกับลักษณะการใช้ไนไทรต์ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เนื่องจากไนไทรต์ทำหน้าที่ทั้งช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และเป็นสารช่วยตรึงสีในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้เกิดสีแดงอมชมพู
การเลือกสีบ่งชี้ในโทนแดงจึงเหมาะสมกับการนำไปใช้และช่วยลดโอกาสที่สีของอาหารจะผิดเพี้ยนจากการใช้สีอื่น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยในต่างประเทศที่มีคำแนะนำให้ทำเกลือชนิดดังกล่าวมีสีชมพู เพื่อป้องกันการหยิบใช้สับสนกับเกลือหรือเครื่องปรุงทั่วไป
เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า มาตรการขอความร่วมมือนี้เป็นมาตรการระยะเร่งด่วน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้เกิดขึ้นก่อนที่ข้อกำหนดตามกฎหมายจะมีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกัน อย. อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขและประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเรื่องสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป ควบคู่กับการสร้างความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้จำหน่ายอาหาร เพื่อให้การใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
.
ที่มา :อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์
เตือนภัย จาก อย :จาก อย. เรื่อง
เกิดอาการงง ไปตามๆ กัน ในกลุ่มคนที่นิยมนำเอา "เกลือหิมาลัย" ที่มีสีออกชมพูมาใช้ประกอบอาหาร เมื่อมีประกาศเตือนจาก อย. เรื่อง "เกลือสีชมพู" ออกมา ว่าอาจมีอันตรายต่อสุขภาพได้ !?
จริงๆ แล้ว มันคนละตัวกันน่ะครับ สารที่ อย. เตือน คือเรื่องของ "เกลือไนไตรท์" หรือ ผงแพรก ที่เอาไว้ใช้หมักเนื้อสัตว์ และมีความเสี่ยงเป็นอันตราย มีความเป็นพิษสูง เมื่อบริโภคเป็นปริมาณมาก จึงกำหนดให้ต้องใส่สีชมพู เพื่อให้แยกแยะจากเกลือแกงปรกติได้ ..
.
. คนละตัวกับ "เกลือหิมาลัย" (Himalayan salt) ซึ่งเป็นเกลือ ที่ทำจากหินเกลือ ส่วนใหญ่มาจากเหมืองเกลือกในจากแคว้นปัญจาบ ประเทศปากีสถาน (อยู่ใกล้กับเทือกเขาหิมาลัย เลยกลายเป็นที่มาของชื่อ) มักจะมีสีออกชมพู เนื่องจากแร่ธาตุรองๆ (trace mineral) หลายชนิดผสมอยู่ด้วย ทำให้หลายคนนิยมนำไปแต่งรสอาหารแทนเกลือแกงทั่วไป ตลอดจนเอาไปทำเครื่องใช้ เครื่องประดับตกแต่ง และทำสปา พร้อมกับมักจะอ้างกันว่า เกลือหิมาลัยนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (ซึ่งก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าจริงนะ)
อย่างไรก็ตาม ต่อไปก็ควรจะต้องระวังในการหาซื้อ "เกลือชมพู" มาบริโภคกัน ว่ามันต้องเป็น "เกลือหิมาลัย" ไม่ใช่ "เกลือไนไตรท์ ใส่สีชมพู" นะครับ
ดูข่าวของ อย. ประกอบด้านล่างนี้ครับ
----------
(ข่าว) อย. ออกประกาศให้ “เกลือผสมไนไทรต์” เติมสีชมพู และแสดงคำเตือน ช่วยแยกจากเกลือทั่วไป ลดความเสี่ยงหยิบใช้ผิด
10 สิงหาคม 2569
อย. เดินหน้าประกาศใช้มาตรการให้เกลือผสมไนไทรต์มีสีชมพูและแสดงคำเตือนบนฉลากทันที เพื่อแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปและลดความเสี่ยงจากการหยิบใช้ผิดประเภทหรือใช้เกินปริมาณที่แนะนำ หลังหารือร่วมกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งพร้อมให้ความร่วมมือและสามารถดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวได้ พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อยกระดับมาตรการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับตามกฎหมายต่อไป
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการติดตามปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์ไม่ถูกต้องในร้านค้าหรือสถานที่ปรุงอาหารบางแห่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินมาตรการควบคู่กันทั้งต้นทางและปลายทาง โดยมีการประชุมร่วมกับ 5 สมาคมร้านอาหาร-ภัตตาคาร และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสมเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้จัดหลักสูตรอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปรุงอาหาร และปรับปรุงกฎหมายกำหนดให้เกลือผสมไนไทรต์ที่จำหน่ายแก่ผู้ปรุงอาหารหรือผู้บริโภคมีสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนที่ชัดเจน
เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที อย. จึงออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารโดยสมัครใจ เติมสีผสมอาหาร คาร์มีน (Carmine; INS 120) ในปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือร้อยละ 0.0025 เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสีชมพู สามารถสังเกตและแยกจากเกลือบริโภคทั่วไปได้อย่างชัดเจน
พร้อมเพิ่มข้อความคำเตือนบนฉลากว่า “ระวัง ให้ใช้ตามปริมาณที่แนะนำที่ฉลาก หากใช้เกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดอันตรายได้” หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน โดยใช้ตัวอักษรเส้นทึบสีแดง ความสูงไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร เพื่อให้เห็นได้ชัดเจนก่อนนำไปใช้
เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหตุผลที่เลือก “สีชมพู” เนื่องจากผลิตภัณฑ์เกลือผสมไนไทรต์มีลักษณะเป็นผงหรือผลึกสีขาวใกล้เคียงกับเกลือบริโภคทั่วไป การเติมสีชมพูนอกจากช่วยให้แตกต่างจากเกลือบริโภคทั่วไปแล้ว ยังสอดคล้องกับลักษณะการใช้ไนไทรต์ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เนื่องจากไนไทรต์ทำหน้าที่ทั้งช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตราย และเป็นสารช่วยตรึงสีในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ให้เกิดสีแดงอมชมพู
การเลือกสีบ่งชี้ในโทนแดงจึงเหมาะสมกับการนำไปใช้และช่วยลดโอกาสที่สีของอาหารจะผิดเพี้ยนจากการใช้สีอื่น ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยในต่างประเทศที่มีคำแนะนำให้ทำเกลือชนิดดังกล่าวมีสีชมพู เพื่อป้องกันการหยิบใช้สับสนกับเกลือหรือเครื่องปรุงทั่วไป
เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า มาตรการขอความร่วมมือนี้เป็นมาตรการระยะเร่งด่วน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้เกิดขึ้นก่อนที่ข้อกำหนดตามกฎหมายจะมีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกัน อย. อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขและประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเรื่องสีบ่งชี้และข้อความคำเตือนให้เป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป ควบคู่กับการสร้างความรู้แก่ผู้ปรุงอาหารและผู้จำหน่ายอาหาร เพื่อให้การใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีไนไทรต์เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
.
ที่มา :อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์