“ถ้ากินก๋วยเตี๋ยว ต้องเลือกเส้นอะไรดีคะ?”
เส้นใหญ่
เส้นเล็ก
หมี่ขาว
บะหมี่เหลือง
วุ้นเส้น
ถ้าให้เลือกจากหน้าตาอย่างเดียว บางคนอาจคิดว่า
“ก็เป็นเส้นเหมือนกันหมด น้ำตาลจะต่างกันสักแค่ไหน?”
รอบก่อนผมเคยพาเทียบทั้งข้าวและขนมปังไปแล้ว รอบนี้มาถึง “ก๋วยเตี๋ยว” ของโปรดคนไทยบ้างครับ
สมมติว่าก่อนกิน น้ำตาลเราอยู่ที่ประมาณ 95 mg/dL
วันนี้กินเส้นในปริมาณคาร์โบไฮเดรตใกล้เคียงกัน ใช้น้ำซุป เนื้อ และผักคล้ายกัน ไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม แล้วดู CGM ช่วงประมาณ 1–2 ชั่วโมงหลังมื้อ
แต่ขอบอกก่อนนะครับว่า ตัวเลขด้านล่างเป็น ตัวอย่างให้เห็นแนวโน้ม ไม่ใช่ว่ากินเส้นนี้แล้วทุกคนต้องขึ้นเท่านี้ เพราะเส้นแต่ละร้าน สูตรแป้งแต่ละยี่ห้อ รวมถึงร่างกายของแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน เราลองมาเทียบทีละเส้นครับ
1. เส้นใหญ่ → อาจขึ้นประมาณ 140–155 mg/dL
ก่อนกิน 95
หลังมื้อประมาณ 30–60 นาที บางคนอาจเห็น CGM ขึ้นไปแถว 140–155
หรือเพิ่มจากก่อนกินประมาณ +45 ถึง +60 mg/dL
เส้นใหญ่ทำจากแป้งข้าวเป็นหลัก และเนื้อเส้นค่อนข้างนิ่ม กินง่าย ยิ่งลวกนิ่มมากก็ยิ่งเคี้ยวไม่กี่ทีก็กลืนได้แล้ว
อีกอย่างที่เจอบ่อยคือ เส้นใหญ่หนึ่งจานมักให้ปริมาณไม่น้อยครับ
ดังนั้นจาก 95 ถ้าขึ้นไป 150
ก็เท่ากับเพิ่มมาประมาณ +55 mg/dL
และถ้าจากก๋วยเตี๋ยวน้ำเปลี่ยนเป็น ผัดซีอิ๊วหรือราดหน้า ก็ต้องคิดใหม่ทันที เพราะมีทั้งน้ำมัน น้ำตาลจากเครื่องปรุง และบางเมนูมีแป้งในน้ำราดเพิ่มมาอีก
ตัวเส้นอาจพุ่งอยู่แล้ว
เครื่องปรุงก็พร้อมช่วยดันอีกแรงครับ
2. เส้นเล็ก → อาจขึ้นประมาณ 135–150 mg/dL
ก่อนกิน 95
หลังมื้ออาจเห็นประมาณ 135–150
หรือเพิ่มประมาณ +40 ถึง +55 mg/dL
หลายคนเลือกเส้นเล็กเพราะรู้สึกว่า
“เส้นเล็ก น่าจะเบากว่า”
แต่เส้นเล็กก็ยังทำจากแป้งข้าวเป็นหลักครับ เพียงแค่รูปทรงต่างจากเส้นใหญ่
จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ขนาดและวิธีทำเส้นมีผลต่อการย่อยได้ เส้นที่บางหรือลวกจนสุกนิ่มมากก็อาจถูกย่อยได้ง่ายขึ้น แต่สูตรแป้งและกระบวนการผลิตมีผลเยอะ จึงไม่ได้แปลว่าเส้นเล็กทุกชนิดต้องพุ่งแรงกว่าเส้นอื่นเสมอ
ข้อมูลจากเส้นข้าวหลายชนิดเองก็พบว่า GI แตกต่างกันได้พอสมควรครับ
ดังนั้นถ้ากินเส้นเล็กแล้ว CGM จาก 95 ขึ้นไป 145
ผมจะยังไม่รีบโทษชื่อเส้นอย่างเดียว
ต้องดูด้วยว่า
ชามธรรมดา หรือ “พิเศษเส้นเยอะ”
เพราะตรงนี้ต่างกันมากจริง ๆ
3. หมี่ขาว → อาจขึ้นประมาณ 130–145 mg/dL
ก่อนกิน 95
หลังมื้ออาจเห็นประมาณ 130–145
หรือเพิ่มประมาณ +35 ถึง +50 mg/dL
หมี่ขาวเป็นอีกตัวที่หน้าตาหลอกเราง่ายครับ
เส้นมันเล็ก
บาง
ดูเหมือนไม่เยอะ
แต่พอรวมกันเต็มชาม คาร์โบไฮเดรตก็ยังมาเต็มเหมือนเดิม
หมี่ขาวทำจากแป้งข้าวเช่นกัน แต่เส้นข้าวไม่ได้มี GI สูงเหมือนกันหมดนะครับ งานหนึ่งที่ทดสอบอาหารเส้นในเอเชียพบว่า noodle products บางชนิดอยู่ในช่วง GI ประมาณ 39–61 ซึ่งสะท้อนว่าชนิดข้าว สูตรแป้ง และวิธีผลิตมีผลเยอะมาก
ถ้าก่อนกิน 95
หลังมื้อขึ้นไป 140
ก็คือเพิ่มประมาณ +45 mg/dL
แต่ถ้ากินหมี่ขาวพร้อมลูกชิ้น เนื้อ ผักเยอะ และลดปริมาณเส้นลง กราฟก็อาจนุ่มกว่านี้ได้ครับ
คำว่า “หมี่ขาว” เลยไม่ได้บอกทุกอย่าง
ปริมาณในชามสำคัญพอ ๆ กับชื่อเส้นครับ
4. บะหมี่เหลือง → อาจขึ้นประมาณ 125–140 mg/dL
ก่อนกิน 95
หลังมื้ออาจเห็นประมาณ 125–140
หรือเพิ่มประมาณ +30 ถึง +45 mg/dL
บะหมี่เหลืองต่างจากสามตัวแรกตรงที่ส่วนใหญ่ใช้ แป้งสาลี และบางสูตรมีไข่ผสมด้วย
แป้งสาลีสามารถสร้างโครงข่ายโปรตีนในตัวเส้น ทำให้โครงสร้างของแป้งต่างจากเส้นข้าว และเส้นสาลีบางชนิดจึงถูกย่อยช้ากว่าอาหารแป้งที่แตกตัวง่าย
อันนี้เราเห็นคล้าย ๆ กันใน pasta ครับ งานทบทวนหลายชิ้นพบว่า pasta จากแป้งสาลีจำนวนมากมี GI อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เพราะโครงสร้างของเส้นช่วยให้แป้งถูกย่อยช้าลง
แต่บะหมี่เหลืองบ้านเรา ไม่ใช่ spaghetti นะครับ สูตรต่างกันเยอะมาก เพราะฉะนั้นอย่าเอาค่า GI ของพาสต้าไปแปะตรง ๆ
สิ่งที่เราพอพูดได้คือ บางคนอาจเห็น CGM หลังบะหมี่ขึ้นนุ่มกว่าเส้นข้าวบางชนิด
เช่น
95
→ 110
→ 130
→ 135
แต่ถ้าสั่ง บะหมี่แห้งสองก้อน หมูแดง เกี๊ยวทอด แล้วคลุกน้ำตาลอีกหนึ่งช้อน
เส้นดีแค่ไหนก็ช่วยยากครับ
5. วุ้นเส้น → อาจขึ้นประมาณ 115–130 mg/dL
ก่อนกิน 95
หลังมื้ออาจเห็นประมาณ 115–130
หรือเพิ่มประมาณ +20 ถึง +35 mg/dL
ตัวนี้น่าสนใจที่สุดครับ
ถ้าเป็น วุ้นเส้นที่ทำจากแป้งถั่วเขียวจริง ๆ มีข้อมูลการทดสอบในคนพบ GI ประมาณ 28 ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอาหารแป้งหลายชนิด และให้การตอบสนองของน้ำตาลต่ำกว่ากลุ่มแป้งอื่นที่นำมาเปรียบเทียบในงานนั้นครับ
สาเหตุหนึ่งคือแป้งถั่วเขียวมีโครงสร้างที่ถูกย่อยช้ากว่าแป้งที่แตกตัวง่าย
ดังนั้นถ้าเริ่ม 95
CGM อาจเห็นประมาณ
95
→ 105
→ 120
→ 125
แล้วค่อย ๆ กลับลง
หรือเพิ่มเพียงประมาณ +30 mg/dL
แต่ตรงนี้มีคำว่า “ถ้าเป็นวุ้นเส้นถั่วเขียวจริง” ตัวใหญ่ ๆ เลยครับ
เพราะวุ้นเส้นบางยี่ห้อมีแป้งมันสำปะหลัง แป้งมันฝรั่ง หรือแป้งชนิดอื่นผสม
เห็นคำว่า “วุ้นเส้น” เหมือนกัน
กราฟอาจไม่เหมือนกันเลย
ถ้าคนติด CGM ผมว่าอันนี้น่าลองมากครับ ลองพลิกฉลากดูก่อน แล้วเทียบวุ้นเส้นคนละสูตรกันเองก็ยังได้
ถ้าเอา 5 เส้นมาจัดอันดับ ชนิดไหนน้ำตาลพุ่งที่สุด?
ถ้าสมมติให้ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตใกล้เคียงกัน และใช้ตัวเลขตัวอย่างให้เห็นภาพ
เส้นใหญ่
95 → 140–155
เพิ่มประมาณ +45 ถึง +60 mg/dL
เส้นเล็ก
95 → 135–150
เพิ่มประมาณ +40 ถึง +55 mg/dL
หมี่ขาว
95 → 130–145
เพิ่มประมาณ +35 ถึง +50 mg/dL
บะหมี่เหลือง
95 → 125–140
เพิ่มประมาณ +30 ถึง +45 mg/dL
วุ้นเส้นถั่วเขียว
95 → 115–130
เพิ่มประมาณ +20 ถึง +35 mg/dL
แต่อันดับนี้ผมอยากให้ใช้เป็น ภาพสำหรับเทียบแนวโน้ม มากกว่าเอาไปตั้งเป็นกฎตายตัวนะครับ
เพราะหลักฐานจริงไม่ได้บอกว่า “เส้นใหญ่ของไทยทุกยี่ห้อ = อันดับหนึ่งเสมอ” งานในเส้นข้าวแสดงชัดว่าค่า GI เปลี่ยนได้มากตามชนิดข้าว สูตรเส้น และกระบวนการผลิต ส่วนวุ้นเส้นถั่วเขียวเป็นตัวที่มีข้อมูลค่อนข้างชัดว่าการตอบสนองของน้ำตาลต่ำครับ
และถ้าใครติด CGM อยู่
กราฟของตัวเองสำคัญกว่าอันดับของผมครับ
บางคนกินเส้นใหญ่แล้วขึ้นจาก 95 แค่ 125
อีกคนกินปริมาณเดียวกันขึ้น 160
เพราะยังมีเรื่องความไวต่ออินซูลิน กล้ามเนื้อ การนอน กิจกรรมก่อนมื้อ และปริมาณจริงที่กินเข้ามาเกี่ยวด้วย
แล้วกินก๋วยเตี๋ยวยังไงให้น้ำตาลขึ้นน้อยลง แบบไม่ต้องงด?
ตรงนี้ผมว่าใช้ได้จริงกว่าการเปลี่ยนเส้นอย่างเดียวอีกครับ
• ลดเส้นลงนิดหนึ่ง แล้วเพิ่มเนื้อหรือไข่ เช่น จากเส้นเต็มชาม ลดลงประมาณ 1/3 แล้วเพิ่มปลา หมูไม่ติดมัน ไก่ ไข่ หรือเต้าหู้ โปรตีนจะช่วยให้อิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มเส้นอีก
• เพิ่มผักจริง ๆ ไม่ใช่ถั่วงอกสามเส้น จะผักบุ้ง คะน้า กะหล่ำ หรือถั่วงอกก็ได้ ยิ่งจานมีผักมากขึ้น เราก็ไม่ต้องพึ่งเส้นเยอะเพื่อให้อิ่ม
• กินเนื้อกับผักก่อน แล้วค่อยกินเส้น การมีโปรตีนและไฟเบอร์อยู่ในมื้อช่วยให้คาร์โบไฮเดรตถูกดูดซึมช้าลงได้
• ชิมก่อนปรุงน้ำตาล คนไทยบางคนสั่งก๋วยเตี๋ยวมา ยังไม่รู้ร้านหวานหรือไม่ น้ำตาลลงไปหนึ่งช้อนก่อนเลย แบบนี้จากทดลองชนิดเส้น กลายเป็นทดลองน้ำตาลทรายแทนครับ
• ระวังก๋วยเตี๋ยวแห้งและน้ำจิ้ม เพราะบางสูตรมีทั้งน้ำตาลและน้ำมัน ถ้าเป็นสุกี้วุ้นเส้นแต่ราดน้ำจิ้มหวานครึ่งถ้วย กราฟก็อาจพุ่งกว่าเส้นใหญ่ธรรมดาได้
• ไม่ต้องมีน้ำหวานมาคู่ชาม เส้นมีคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้ว ถ้าเพิ่มชาเย็น น้ำอัดลม หรือชานมเข้าไป CGM มีโอกาสขึ้นอีกชัดครับ
• หลังอาหารเดินสัก 10–15 นาที ให้กล้ามเนื้อช่วยดึงกลูโคสไปใช้ ไม่ต้องวิ่ง เดินรอบบ้าน เดินกลับออฟฟิศ หรือเดินเก็บของก็ได้
สุดท้ายผมไม่ได้อยากให้ทุกคนเลิกกินก๋วยเตี๋ยวนะครับ
เพราะบางทีสิ่งที่ทำให้น้ำตาลต่างกันเยอะ ไม่ได้มีแค่คำว่า
“เส้นใหญ่หรือวุ้นเส้น?”
แต่อยู่ที่
เส้นเต็มชามหรือครึ่งชาม
มีโปรตีนไหม
ผักเยอะแค่ไหน
เติมน้ำตาลหรือเปล่า
มีน้ำหวานตามไหม
แล้วหลังอาหารนั่งยาวหรือได้ขยับ
ถ้ามี CGM อยู่ ลองเล่นกับมื้อของตัวเองเลยครับ
วันหนึ่งลองเส้นใหญ่
อีกวันลองวุ้นเส้นถั่วเขียว
ใช้ปริมาณใกล้เคียงกัน
เครื่องคล้ายกัน
แล้วดูว่า 95 ของเรา หลังมื้อไปหยุดตรงไหน
เพราะสุดท้ายเส้นที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่เส้นที่อยู่ท้ายตารางของคนอื่นครับ แต่คือเส้นที่ เรากินแล้วอิ่ม อร่อย คุมปริมาณได้ และกราฟของเราไม่พุ่งแรงเกินไป
Cr. FBหมอเจด
เส้นก๋วยเตี๋ยวปริมาณเท่ากัน! เส้นไหนทำให้น้ำตาลพุ่งแรงที่สุด?