🟢 มะแขว่นเชียงใหม่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 8 ของจังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากผ้าตีนจกแม่แจ่ม ร่มบ่อสร้าง ศิลาดลเชียงใหม่ ข้าวก่ำล้านนา กาแฟเทพเสด็จ ส้มสายน้ำผึ้งฝาง และ ลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง

โดยเป็นมะแขว่นพันธุ์พื้นเมือง ที่ปลูกในพื้นที่ตามไหล่เขา หรือพื้นที่สูงชัน ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 800-1,200 เมตร ของจังหวัดเชียงใหม่ ผลมีลักษณะทรงกลม เปลือกผลมีผิวขรุขระ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีแดง
⚫️ เมื่อแก่จัดเปลือกจะมีสีดำอมน้ำตาล และปริแตกออกเป็น 2 ซีก เมล็ดด้านในมีสีดำเป็นมัน มีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมแรง นิยมใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร จำหน่ายในรูปแบบมะแขว่นสด และ มะแขว่นแห้ง
🧂 มะแขว่นเชียงใหม่ พบว่ามีการนำมาใช้ประโยชน์ด้านการบริโภคเป็นเครื่องเทศไม่น้อยกว่า 100 ปี ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง และ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จะเก็บผลผลิตจากต้นมะแขว่นที่ขึ้นเองในป่ามาใช้ในการประกอบอาหาร รวมทั้งนำมาใช้เป็นสมุนไพร
เนื่องจากผลแห้งของมะแขว่นมีกลิ่นหอมแรง และ มีรสเผ็ดร้อน ทำให้ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารและเพิ่มรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสรรพคุณแก้วิงเวียน และ ช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้มีความต้องการใช้มะแขว่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
🪴 เมื่อมีความต้องการผลผลิตมากขึ้น ชาวบ้านจึงนำมาเพาะพันธุ์และปลูกในพื้นที่ของตนเอง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา จึงเริ่มมีการปลูกมะแขว่นอย่างแพร่หลายไปยังพื้นที่อื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเขตพื้นที่ติดกับแนวเทือกเขาถนนธงชัย
เนื่องจากมะแขว่นจัดเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี ทั้งยังโตเร็ว มีโรคและแมลงศัตรูพืชน้อย สามารถปลูกในสภาพป่าธรรมชาติ และปลูกร่วมกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นในภาคเหนือได้ดี จึงมีความนิยมปลูกแพร่หลายมากขึ้น
ปัจจุบันผู้คนในภาคเหนือนิยมนำมะแขว่นผลสดมาดองกับน้ำปลา รับประทานเป็นผักแนมกับลาบ หลู้ ส้า ส่วนผลแห้งจะนำมาใช้เป็นเครื่องเทศและปรุงรสอาหาร โดยนำมาเป็นส่วนผสมของพริกลาบ หรือ พริกแกงในอาหารพื้นเมืองต่างๆ
👨🌾 นอกจากนี้ การปลูกมะแขว่นยังแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของชุมชน ที่สามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการบริโภคได้เป็นอย่างดี จึงมีการสืบทอดวิถีการปลูกและการบริโภคจากรุ่นสู่รุ่น
โดยปัจจุบันมีการประชาสัมพันธ์มะแขว่นเชียงใหม่ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ผ่านการจัดแสดงหรือจำหน่ายในงานประจำปีต่างๆ เช่น งานฤดูหนาว หรือ งานยี่เป็ง และ งาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ เป็นต้น
➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️
📍 ที่มา : กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ที่มา : เกษตรกรก้าวหน้า
🟢 มะแขว่นเชียงใหม่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 8 ของจังหวัดเชียงใหม่
โดยเป็นมะแขว่นพันธุ์พื้นเมือง ที่ปลูกในพื้นที่ตามไหล่เขา หรือพื้นที่สูงชัน ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 800-1,200 เมตร ของจังหวัดเชียงใหม่ ผลมีลักษณะทรงกลม เปลือกผลมีผิวขรุขระ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีแดง
⚫️ เมื่อแก่จัดเปลือกจะมีสีดำอมน้ำตาล และปริแตกออกเป็น 2 ซีก เมล็ดด้านในมีสีดำเป็นมัน มีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมแรง นิยมใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร จำหน่ายในรูปแบบมะแขว่นสด และ มะแขว่นแห้ง
🧂 มะแขว่นเชียงใหม่ พบว่ามีการนำมาใช้ประโยชน์ด้านการบริโภคเป็นเครื่องเทศไม่น้อยกว่า 100 ปี ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง และ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จะเก็บผลผลิตจากต้นมะแขว่นที่ขึ้นเองในป่ามาใช้ในการประกอบอาหาร รวมทั้งนำมาใช้เป็นสมุนไพร
เนื่องจากผลแห้งของมะแขว่นมีกลิ่นหอมแรง และ มีรสเผ็ดร้อน ทำให้ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารและเพิ่มรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสรรพคุณแก้วิงเวียน และ ช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้มีความต้องการใช้มะแขว่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
🪴 เมื่อมีความต้องการผลผลิตมากขึ้น ชาวบ้านจึงนำมาเพาะพันธุ์และปลูกในพื้นที่ของตนเอง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา จึงเริ่มมีการปลูกมะแขว่นอย่างแพร่หลายไปยังพื้นที่อื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเขตพื้นที่ติดกับแนวเทือกเขาถนนธงชัย
เนื่องจากมะแขว่นจัดเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้เป็นอย่างดี ทั้งยังโตเร็ว มีโรคและแมลงศัตรูพืชน้อย สามารถปลูกในสภาพป่าธรรมชาติ และปลูกร่วมกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นในภาคเหนือได้ดี จึงมีความนิยมปลูกแพร่หลายมากขึ้น
ปัจจุบันผู้คนในภาคเหนือนิยมนำมะแขว่นผลสดมาดองกับน้ำปลา รับประทานเป็นผักแนมกับลาบ หลู้ ส้า ส่วนผลแห้งจะนำมาใช้เป็นเครื่องเทศและปรุงรสอาหาร โดยนำมาเป็นส่วนผสมของพริกลาบ หรือ พริกแกงในอาหารพื้นเมืองต่างๆ
👨🌾 นอกจากนี้ การปลูกมะแขว่นยังแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของชุมชน ที่สามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการบริโภคได้เป็นอย่างดี จึงมีการสืบทอดวิถีการปลูกและการบริโภคจากรุ่นสู่รุ่น
โดยปัจจุบันมีการประชาสัมพันธ์มะแขว่นเชียงใหม่ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ผ่านการจัดแสดงหรือจำหน่ายในงานประจำปีต่างๆ เช่น งานฤดูหนาว หรือ งานยี่เป็ง และ งาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ เป็นต้น
➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️➖️
📍 ที่มา : กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ที่มา : เกษตรกรก้าวหน้า